หลวงปู่คง ฐิติปัญโญ ( พระครูคงคนครพิทักษ์ )

หลวงปู่คง ฐิติปัญโญ ( พระครูคงคนครพิทักษ์ )

บทความพระเครื่อง เขียนโดย tengklang

tengklang
ผู้เขียน
บทความ : หลวงปู่คง ฐิติปัญโญ ( พระครูคงคนครพิทักษ์ )
จำนวนชม : 1036
เขียนเมื่อวันที่ : อา. - 29 พ.ค. 2554 - 14:28.51
แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ : อา. - 29 พ.ค. 2554 - 15:58.31
(คลิ๊กที่ชื่อผู้เขียนผู้ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้เขียน)

หลวงปู่คง ฐิติปัญโญ ( พระครูคงคนครพิทักษ์ ) เจ้าคณะอำเภอคงกิตติมศักดิ์ และเจ้าอาวาสวัดตะคร้อ พระสุปฏิปันโน ปฏิบัติดีบฏิบัติชอบ ที่เคารพนับถือได้อย่างสนิทใจ แม้นแต่หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ ยังเคารพนับถือท่านเป็นครูบาอาจารย์รูปหนึ่ง ในช่วงที่หลวงปู่ยังไม่ละสังขาร ญาติโยม พุทธบริษัทที่มากราบนมัสการหลวงปู่ล้วนทราบในเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้ของท่าน

ประวัติของหลวงปู่โดยย่อ
พระครู คงคนครพิทักษ์ (คง ฐิติปัญโญ) น.ธ.เอก ป.ธ.๔ นามเดิม คง เทพนอก เกิดเมื่อวันอาทิตย์ ที่ ๒๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๕๓ ปีกุน ณ บ้านคอนเมือง หมู่ที่ ๒ ตำบลเทพาลัย อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา เป็นบุตรของนายพูน และนางแย้ม เทพนอก ซึ่งมีอาชีพทำนา ทำไร่ หลวงปู่มีพี่น้อง ร่วมบิดา มารดา รวม ๗ คน ท่านเป็นลูกคนโตจึงต้องทำงานหนัก ตรากตรำ มากกว่าคนอื่น ๆ ตั้งแต่เด็กจนโต หัดไถนา ปักดำ ถอนกล้า เกี่ยวข้าว และหาบข้าว จากนา มาบ้าน ช่วยบิดา มารดา ทำงานทุกอย่าง เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระ หน้าที่ของท่านทั้งสอง

ต่อมาโยมบิดา มารดาของท่านได้นำท่านไปฝากกับหลวงพ่อหมั่น ที่วัดบ้านคอนเมือง จ.นครราชสีมา เนื่องจากศรัทธาเพราะหลวงพ่อหมั่น ท่านเป็นพระบฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ และท่านเก่งทางวิชาอาคมมาก โดยเฉพาะวิชาอาคมของขอม และท่านยังธุดงค์ไปเขมรหลายครั้ง ทั้งๆที่ยุคนั้นภาคอิสานยังเป็นป่าดงดิบ เต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์ และภูติผีปีศาจ ซ้ำเส้นทางคมนาคมก็ยังไม่มี ท่านจึงเป็นที่เคารพนับถือของคนแถบนั้น โดยวัดคอนเมืองนั้นไม่ห่างไม่ไกลกับบ้านของท่านนัก ด้วยโยมบิดาโยมมารดาต้องการให้ท่านได้ศึกษาเล่าเรียนหนังสือ ปฐม ก กา ให้อ่านออกเขียนได้ ทั้งอักษรขอม อักษรไทย จนมีความชำนาญ และมีวิชาติดตัว ชีวิตเด็กวัดทำให้เด็กชายคงได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างและทำให้เป็นคนหนักเอาเบาสู้มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ การงานและครอบครัวและมีเมตตา แม้ว่าจะป็นเด็กวัด เด็กชายคง ก็ไม่เคยทิ้งทางบ้าน ถึงเวลาทำนา ทำไร่ ก็จะไปช่วยงาน คุณบิดา มารดา หลวงปู่เล่าว่า ท่านทำทุกอย่าง ในสมัยนั้น ไม่ว่าจะไถนา ขุดดิน กั้น คันนา หว่านข้าว เกี่ยวข้าว ตีข้าว ในใจของท่าน ไม่เคยมีคำว่า "ไม่ได้" มีแต่คำว่า "ได้" และสู้อดทน กับการทำหน้าที่ของตนอย่างเข้มแข็ง

เมื่ออายุได้ ๑๖ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๐ ที่วัดอิสาน อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมีพระอธิการเล เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้จำพรรษาและเรียนนักธรรมตรีอยู่ที่นั่น ปี พ.ศ. ๒๔๗๑ สอบได้นักธรรมตรี บวชได้ ๒ ปี สามเณรคงก็ต้องลาสิกขา เหตุผลเพราะว่าไม่มีคนช่วยโยมบิดาโยมมารดาของท่านทำไร่ทำนา และต้องดูแลน้องๆ ด้วยหลวงปู่ท่านมีความเมตตา และห่วงใยทุกคนในครอบครัวท่านจึงตัดสินใจลาสิกขา และได้ช่วยโยมบิดาโยมมารดาทำนาทำไร่

ต่อมา พ.ศ. ๒๔๗๕ เมื่อน้องของท่านโตพอที่จะรับภาระหน้าที่ได้ หลวงปู่จึงได้บรรพชาเป็นพระภิกษุสงฆ์ ครองผ้ากาสาวพักสตร์ ตามความต้องการของโยมบิดาโยมมารดา ซึ่งในขณะนั้นหลวงปู่อายุ ๒๒ ปี โดยความตั้งใจแต่ทีแรกท่านเพียงต้องการบวชเพื่อทดแทนคุณบิดามารดา และเป็นไปตามค่านิยมของท้องถิ่นที่ผู้ชายทุกคนต้องได้เคยบวชเรียนมาก่อนครอง เรือน โดยหลวงปู่อุปสมบท ณ วัดบ้านวัด ต.เทพาลัย อ.คง จ.นครราชสีมา โดยมีหลวงพ่อทุย ( พระครูศีลวิสุทธิพรต เจ้าอาวาสวัดเดิม อ.พิมาย ) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ทองสุข สุชาโต เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ทิม สุมโน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ โดยได้รัยฉายาว่า "ฐิติปัญโญ" ซึ่งมีความหมายว่าผู้มีปัญญาตั้งมั่น

เมื่ออุปสมบทแล้วพระภิกษุคง ได้มาศึกษาเล่าเรียนกับหลวงพ่อทุย วัดเดิม อ.พิมาย พระอุปัชฌายาจารย์ของท่าน ซึ่งหลวงพ่อทุยนั้นเป็นเป็นพระภิกษุยุคโบราณที่เรืองวิทยาคม ขลัง และมีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่นับถือมาของฅนพิมาย และคนโคราช และเมื่อมีเวลาว่างพระภิกษุคงได้ปรนนิบัติอุปัฏฐากหลวงพ่อทุย ด้วยฌาณสมบัติหลวงพ่อทุยมองเห็นว่าต่อไปในภายภาคหน้าพระภิกษุหนุ่มรูปนี้จะ เป็นกำลังสำคัญต่อไปในการเผยแพร่พระพุทธะศาสนาจึงถ่ายทอดวิชาอาคมทั้งหมดให้ แก่พระภิกษุหนุ่ม เมื่อได้ศึกษาวิชาความรู้ต่างๆมากพระภิกษุคงรู้ว่าต่อไปภาคหน้า ตัวเองคงจะไม่ได้ลาสิกขา ด้วยเพราะภาระหน้าที่ต่างๆทางบ้านก็มีน้องๆสามารถรับผิดชอบได้ และหากท่านอยู่ในสมณะเพศท่านจะสามารถทำประโยชน์ให้ต่อพระศาสนาได้มาก

พ.ศ. ๒๔๘๐ หลวงพ่อทุยได้แนะนำให้พระภิกษุคง ได้ไปศึกษาเล่าเรียนกับกับหลวงพ่อเขียว ( พระครูปทุมญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดบัวใหญ่ อ.บัวใหญ่ ) ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อทุยเช่นกัน โดยหลวงพ่อเขียวท่านมีวิชาที่เก่งกาจและมีความศักดิ์สิทธิ์มาก โดยท่านเก่งทางวิชามหานิยมนะจังงัง และทางแคล้วคลาด หลวงพ่อทุยเห็นว่าได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่พระภิกษุคงหมดแล้ว และเล็งเห็นว่าหากได้มีโอกาสไปศึกษาเล่าเรียนกับศิษย์พี่ที่เก่งกาจ จะเป็นประโยชน์กับพระหนุ่มที่ต่อไปภายภาคหน้าจะเป็นผู้นำกองทัพธรรมที่สำคัญ ของกองทัพธรรมภาคอิสาน พระภิกษุหนุ่มจึงได้มากศึกษาและรับใช้งานทุกอย่างที่วัดบัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ท่านได้รับใช้และอุปัฏฐากหลวงพ่อเขียว จนกระทั่งได้รับความไว้วางใจให้เป็นเลขานุการของหลวงพ่อเขียว ที่วัดบัวใหญ่นี้พระภิกษุหนุ่มได้ศึกษาวิชาความรู้ และคาถาอาคมต่างๆจนมีความเชี่ยวชาญ พระภิกษุหนุ่มได้รับการถ่ายทอดวิชาที่เข้มขลังทั้งหมด โดยเฉพาะวิชามหานิยมนะจังงัง และวิชาทางแคล้วคลาด ในขณะที่พระภิกษุหนุ่มรับใช้อยู่ที่วัดบัวใหญ่นี้ ท่านขึ้นชื่อว่าเป็นพระที่เทศน์ได้เก่งมากๆจนได้รับกิจนิมนต์ให้ไปเทศน์ใน ถิ่นธุระกันดารเสมอๆ ซึ่งเป็นการฝึกตนเองให้กับพระภิกษุหนุ่ม เพราะแถบอำเภอบัวใหญ่ในยุคนั้นยังเต็มไปด้วยป่าไม้และสิงสาราสัตว์ ซึ่งมีทั้งเสือ มีทั้งช้าง และโจรป่า และในช่วงนี้พระคงยังได้มีโอกาสออกธุดงค์ไปทั้งลาว และเขมร ซึ่งการเดินทางในยุคนั้นยากลำบากมาก เพราะภาคอิสานเต็มไปด้วยป่าดงดิบ ไม่ได้ถูกตัดไม้ทำลายป่า และมีถนนหนทางเช่นทุกวันนี้ ดังนั้นพระภิกษุที่ออกธุดงค์ได้จะต้องมีวิชาที่เก่งกาจและศักดิ์สิทธิ์มากๆ

พ.ศ. ๒๔๙๓ เมื่อตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดตะคร้อ อ.คง จ.นครราชสีมาว่างลง หลวงพ่อเขียวเห็นว่าพระหนุ่มนี้มีความสามารถที่จะรับตำแหน่งนี้ได้ จึงสนับสนุนให้พระหนุ่มได้มีโอกาสดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดตะคร้อแม้นพระ หนุ่มจะรับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดตะคร้อแล้ว เมื่อมอบหมายงานเรียบร้อยท่านมักหาเวลาเพื่อมาอุปัฏฐากหลวงพ่อเขียวเสมอๆ จวบจนกระทั่งท่านมรณะภาพ

ตั้งแต่พระหนุ่มได้มาปกครองวัดตะคร้อ วัดตะคร้อในยุคนั้นเป็ยวัดยากจนเพราะชาวบ้านแถบวัดนั้นยากจน และแถบอำเภอคงนั้นจัดได้ว่าเป็นอำเภอที่ธุระกันดารที่สุดในยุคนั้น พระหนุ่มต้องรับกิจนิมนต์ไปในถิ่นธุรกันดารเสมอๆ โดยพาหนะที่คำคัญในยุคนั้นคือม้า หลวงปู่เคยเล่าว่าช่วงนั้นแถบอำเภอคงเป็นป่าดงดิบ เวลาได้รับกิจนิมนต์ ม้ามันจะไม่ค่อยกล้าออกเดินทาง เพราะแถบนั้นมีเสือหลายตัว เวลาม้าได้กลิ่นเสือมันจะตื่นกลัวตลอดเวลา ท่านว่าท่านต้องเองเปลือกมะนาวไปถูจมูกม้าให้มันไม่ได้กลิ่นเสือ จึงยอมเดินทาง ท่านทั้งต้องบริหาร ต้องปกครอง ดูแลพระลูกวัด จากวัดยากจนไม่มีอะไรเลย หลวงปู่ได้สร้างเสนาสนะต่าง พระอุโบสถ โรงเรียนพระปริยัติธรรม ฯลฯ จนกระทั่งได้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างของกระทรวงศึกษาธิการ โดยหลวงปู่ท่านไม่สะสมเงินทอง ท่านไม่มีเงินทองของตัวเองเลย เงินที่ได้จากการเช่าวัตถุมงคลทุกบาททุกสตางค์เข้าในบัญชีของวัด และเมื่อสร้างอะไรในวัดหลวงปู่จะย้ายไปจำวัดที่นั่นด้วยต้องการให้งานก้าวหน้า เพราะหลวงปู่เกรงว่าทุกครั้งที่อาพาธมักจะมีอาการหนัก หลวงปู่เกรงงานที่คั่งค้างจะทำไม่สำเร็จ ทุกครั้งที่อาพาธลูกศิษย์จะแย่งกันออกค่ารักษาพยาบาล เพราะหลวงปู่ไม่เก็บสะสมอะไรเลย

     หลวงปู่คง วัดตะคร้อนับเป็นพระสุปฏิปันโน ปฏิบัติดีบฏิบัติชอบ ที่เคารพนับถือได้อย่างสนิทใจ ด้วยวัตรปฏิบัติที่งดงามน่าเลื่อมใส หลวงปู่มีวิชาอาคมที่เข้มขลัง และศักดิ์สิทธิ์ทุกรุ่น ทุกชิ้น และมากด้วยประสบการณ์ สมัยที่ท่านยังไม่ละสังขาร หลวงปู่กับกิจนิมนต์โดยไม่เลือกยากดีมีจน ชาวบ้านหรือคหบดี ทุกคนที่มากราบนมัสการหลวงปู่ หลวงปู่จะมอบวัตถุมงคลให้คนละกำมือ

 

     พระอาจารย์ที่ถ่ายทอดวิชาอาคมขลังให้ ท่านมีดังนี้ หลวงพ่อเสี่ยง วัดเสมาใหญ่ หลวงพ่อรอด วัดดอนผวา หลวงพ่อเขียว วัดปอปิด แต่ละรูปนั้นในด้านคุณวิเศษของท่านแล้วยอดเยี่ยมที่สุดสมัยนั้น แต่ละรูปเหรียญหรือพระเครื่องของท่านล้วนแต่ราคาแพงมากด้วย

 

     หลวงพ่อคงท่านเป็นพระที่สร้างความ เจริญให้กับวัดตะคร้อเป็นอย่างมาก พระเครื่องของท่านนั้นมีไม่ต่ำกว่า ๕๐ รุ่น คิดเอาเถอะครับว่าพระบ้านนอกอยางนั้นถ้าไม่แน่จริงแล้วคงไม่มีการสร้างพระ เครื่องมามากขนาดนั้น แต่ด้วยความศรัทธาของประชาชนที่มีพระเครื่องของท่านติดตัวแล้วมีประสบการณ์ ในด้านต่าง ๆ นั่นเอง


     หลวงปู่สร้างประโยชน์คุณาประการแก่พระพุทธศาสนา ทำให้ชาวพุทธมีความมั่นในธรรม ท่านอบรมกุลบุตรมากมายทั่วประเทศที่ส่งมาให้ได้มีโอกาสบวชเรียนกับท่าน ที่วัดตะคร้อมีโรงเรียนพระปริยัติธรรมทำให้เป็นความสะดวกแก่พระภิกษุสงฆ์ได้ ศึกษาเล่าเรียน วัดใดมีเจตจำนงค์ต้องการให้หลวงปู่สร้างวัตถุมงคล เพื่อแจกจ่ายแก่ผู้บริจาคทรัพย์เพื่อสร้างวัดต่างๆ ขอให้หลวงปู่สร้างและอธิษฐานจิตให้ หลวงปู่ก็เมตตาทุกวัดที่ขอมา


     ปัจจุบัน หลวงปู่ละสังขารแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๘ แต่หลังจากหลวงปู่ละสังขารปรากฏว่าสังขารท่านไม่เน่าไม่เปื่อย นอกจากนั้นเกศาและเล็บของท่านยังงอกยาวขึ้นทุกปี สังขารของท่านเก็บรักษาที่วัดตะคร้อ ให้ญาติโยมที่เคารพศรัทธาท่านได้กราบนมัสการ และทางวัดได้ดำริสร้างมลฑป เพื่อเก็บรักษาสังขารของหลวงปู่ โดยจะมีพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างวันที่ ๑๘ พ.ย. ๒๕๕๐

***ประสบการณ์วัตถุมงคล***
ยิงไม่เข้า
     เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๓๔ เวลา ๑๙.๒๐ น. นางสุดใจ จันทร์พุ่ม อายุ ๒๐ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๗๙/๑๒ ซอยร่วมฤดี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ได้แจ้งความ ร.ต.อ.ธีรศักดิ์ ณ นคร สน.ลุมพินี ว่าเพิ่งถูกนายสมบัติ พรหมจิต อายุ ๒๕ ปี อดีตสามีซึ่งเลิกร้างกันไปปีกว่าแล้วยิงด้วยปืน
     โดยนางสุดใจเล่าว่า ปกติหาเงินอยู่แถวโรงแรมเกรซ เมื่อ ๔ เดือนที่แล้ว ได้พบกับนายซ้านซ์ สลอด ชาวเยอรมัน ได้ตกลง เป็นเมียเช่า โดยได้รับเงิน เป็นรายเดือน ระหว่างอยู่เมืองไทยก่อนหน้ามาแจ้งความ ได้พานายซ้านซ์ ไปที่บ้านเช่า ก็พอดีนายสมบัติ ซึ่งปกติแม้เลิกกันแล้ว ก็ยังมาหาที่บ้านเช่าและแบมือขอเงินอยู่เสมอ วันนี้เมื่อนายสมบัติมาถึง ก็ฉุดมือนางสุดใจ ต่อหน้านายซ้านซ์ ทำให้นายซ้านซ์ไม่พอใจมากถึงกับปฏิเสธที่ให้เงินนางสุดใจอีก ทำให้นายสมบัติโกรธมาก จึงชักปืนยิงนางสุดใจ ๑ นัด ล้มทั้งยืน จากนั้นนายสมบัติ ก็หันปลายกระบอกปืนเข้าใส่นายชานซ์ ซึ่งวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต กระสุนนั้นหลังนี้ ได้เลยไปถูกทีวีเครื่องหนึ่ง ของเจ้าของบ้านเช่า (ชื่อนางอรุณ คำปาวงศ์) หัวกระสุนลูกที่ ๒ นี้เป็นกระสุน .๓๘ หัวทองแดง

     หลังจากให้ปากคำร้อยเวร นางสุดใจ ได้เปิดรอยแผล ที่บริเวณไหล่ซ้าย ให้เจ้าหน้าที่ ดูรอยแผลที่ถูกสามีเก่ายิง ปรากฏเป็นเพียงจุดแดงกลม ๆ เป็นรอยช้ำมีเลือดไหลซึมออกมาเล็กน้อย ร้อยเวรได้ส่งตัวไปให้แพทย์ ร.พ. ตำรวจ ตรวจรักษาบาดแผล แพทย์ก็เพียงเอายาแดงทาให้ แล้วกลับมาโรงพัก ท่ามกลางตำรวจ นักข่าว ช่างภาพหนังสือพิมพ์ นับสิบคน ได้มีผู้ขอดูพระที่แขวนคอ นางสุดใจได้ถอดสร้อยคอนาก เส้นเล็กออกมาให้ดู เป็น เหรียญหลวงปูคง รุ่นสาวหนังเหนียว (ที่มาของชื่อ ได้มาจากเรีองนี้) นางสุดใจแจ้งว่า ได้มาจาก วัดสามง่าม (วัดชำนิหัตถการ กทม.) ส่วนหลวงปู่คง ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดตะคร้อ จังหวัดนครราชสีมา ท่านเป็นทั้งพระวิปัสสนา มีผู้เคารพ นับถือมากผู้หนึ่ง ในเมืองไทย


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

หนังสือ ประวัติและวัตถุมงคล พระครูคงคนครพิทักษ์ (คง ฐิติปัญโญ)

คุณ คินนิกุแมน และเว็ป พลังจิต

หลวงปู่คง ฐิติปัญโญ ( พระครูคงคนครพิทักษ์ )
หลวงปู่คง ฐิติปัญโญ ( พระครูคงคนครพิทักษ์ )
ยินดีต้อนรับสู่ Web-Pra.com เว็บไซต์พระเครื่องที่ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย
ระบบค้นพบว่าคุณพึ่งเคยเข้า www.Web-Pra.com เป็นครั้งแรก
ข้อควรรู้เกี่ยวกับ www.Web-Pra.com คุณสามารถ:
  1. เปิดร้านค้าของคุณเอง ฟรี
  2. ตั้งประมูล ฟรี
  3. ร่วมประมูล ฟรี
  4. เว็บบอร์ด พูดคุยกับเพื่อนฝูงในวงการพระเครื่อง ฟรี
  5. ระบบซื้อขายอย่างปลอดภัย ฟรี
  6. เผยแพร่ หรือ อ่านบทความพระเครื่อง ฟรี
  7. ระบบทำเนียบพระเครื่อง
มีปัญหาข้อสงสัยติดต่อ info@web-pra.com
หมายเหตุ: คุณควรบันทึกรายการโปรดไว้ เพื่อเข้ามาใช้บริการในภายหลัง