ตามรอย...หลวงปู่สมเด็จลุน (พระอรหันต์องค์สุดท้ายแห่ง สปป.ลาว)-ฅนตาลสุม

ฅนตาลสุม

"ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน" โทร : 084-6469909,087-4454888,045-427016 Email : pruedthachon@gmail.com  

ตามรอย...หลวงปู่สมเด็จลุน (พระอรหันต์องค์สุดท้ายแห่ง สปป.ลาว)

ตามรอย...หลวงปู่สมเด็จลุน (พระอรหันต์องค์สุดท้ายแห่ง สปป.ลาว) - 1 ตามรอย...หลวงปู่สมเด็จลุน (พระอรหันต์องค์สุดท้ายแห่ง สปป.ลาว) - 2 ตามรอย...หลวงปู่สมเด็จลุน (พระอรหันต์องค์สุดท้ายแห่ง สปป.ลาว) - 3 ตามรอย...หลวงปู่สมเด็จลุน (พระอรหันต์องค์สุดท้ายแห่ง สปป.ลาว) - 4 ตามรอย...หลวงปู่สมเด็จลุน (พระอรหันต์องค์สุดท้ายแห่ง สปป.ลาว) - 5
ชื่อร้านค้า ฅนตาลสุม - (คลิ๊กที่นี่เพื่อดู ข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้า)
ชื่อเจ้าของร้านค้า
ชื่อพระเครื่อง ตามรอย...หลวงปู่สมเด็จลุน (พระอรหันต์องค์สุดท้ายแห่ง สปป.ลาว)
อายุพระเครื่อง 1 ปี
หมวดพระ พระเกจิภาคอีสานเหนือ
ราคาเช่า -
เบอร์โทรติดต่อ (ไม่แสดงเบอร์ เนื่องจากรายการนี้ไม่ได้ปล่อยเช่า)
อีเมล์ติดต่อ pruedthachon@gmail.com
สถานะ พระโชว์
Facebook
เปิดให้เช่าตั้งแต่วันที่ อา. - 07 ส.ค. 2554 - 17:52.30
แก้ไขข้อมูลล่าสุดเมื่อ อา. - 21 ส.ค. 2554 - 20:08.42
รายละเอียด
> สวัสดีทุก ๆ ท่านครับ ... ในโอกาสที่ว่างเว้นจากงานวันนี้ ข้าพเจ้าขอนำเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตมาเล่าและแบ่งปันด้วยภาพ ที่ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสรับใช้พระครูสถิตธรรมมงคล(หลวงปู่อ่อง ฐิตธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสิงหาญ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี และหลวงปู่มั่น ภูริตโต เจ้าอาวาสวัดเทพประทานพร อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี สืบเนื่องจากหลวงปู่ทั้งสองได้ปรารภและตั้งใจไว้ว่าอยากไปกราบไหว้สักการะหลวงปู่สำเร็จลุน เพราะไม่ได้ไปมาหลายปีแล้ว ... ข้าพเจ้ากับครอบครัว รวมทั้งน้องชายจึงได้รับปากและอาสารับใช้หลวงปู่ทั้งสองเพื่อให้กิจครั้งนี้สำเร็จตามความประสงค์ของหลวงปู่และตรงกับความตั้งใจของข้าพเจ้าเองว่าสักครั้งหนึ่งในชีวิตจะได้มีโอกาส ... ตามรอยหลวงปู่สมเด็จลุน หรือที่ประชาชนชาวลาวเรียกว่าท่านว่า "พระอรหันต์พายซ้อย" แปลเป็นไทยหมายความว่า "พระอรหันต์องค์สุดท้าย" แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่เราทุกคนต่างก็รับรู้ประวัติของหลวงปู่สมเด็จลุนมาพอสังเขปแล้ว

ภาพที่ 1 : ข้าพเจ้าได้นิมนต์และไปรับหลวงปู่อ่อง ฐิตธมฺโม และหลวงปู่มั่น ภูริตโต มาพักรอรถที่บ้านของข้าพเจ้าในตอนเช้าตรู่ วันศุกร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554 เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ครอบครัวของข้าพเจ้า ... ซึ่งครั้งหนึ่งข้าพเจ้าได้เคยนิมนต์หลวงปู่ญาท่านสวน ฉนฺทโร แล้วหลวงปู่ท่านเมตตามาทำพิธีขึ้นบ้านใหม่แบบโบราณให้ เมื่อ ปี พ.ศ.2545

ภาพที่ 2 : ออกเดินทางตั้งแต่เช้าด้วยรถตู้ โดยมีผู้ติดตามทั้งหมด 12 คนพอดีเมื่อรวมกับหลวงปู่ทั้งสองครับ

ภาพที่ 3 : พาหลวงปู่ฉันภัตตาหารเพล ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง(อ่านไม่ออก ... ใครรู้บอกด้วยครับ) เมืองปากเซ สปป.ลาว

ภาพที่ 4 : หลวงปู่ฉันภัตตาหารเพลร่วมกัน

ภาพที่ 5 : นั่งเรือข้ามแม่น้ำโขง เพื่อไปวัดเวินไซ (วัดที่ประกอบพิธีถวายเพลิงสมเด็จลุน) ซึ่งเจ้าของเรือบอกว่าแม่น้ำโขงบริเวณนี้มีความกว้างประมาณ 4 กิโลเมตร และผมใช้เวลานั่งเรือ ประมาณ 30 นาที กว่าจะถึงฝั่งครับ

ภาพที่ 6 : ถ่ายรูปหน้าบริเวณต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ร่วมกับนักเรียนจากประเทศลาวขณะเดินทางจะกลับบ้าน และจากการสอบถามท่านเจ้าอาวาสวัดเวินไซ ตามประวัติกล่าวว่าเมื่อถวายเพลิงศพหลวงปู่สมเด็จลุนแล้ว พอเช้าอีกวันหนึ่งก็มีต้นโพธิ์เกิดขึ้น 5 ต้น แล้วพอโตขึ้นมาต้นโพธิ์ก็รวมกันเป็นต้นเดียว จึงกลายเป็นต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวลาวและชาวไทยให้ความเคารพ สักการะ กราบไหว้ตราบจนถึงทุกวันนี้ครับ

ภาพที่ 7 : ป้ายที่ทางวัดเขียนไว้ตรงบริเวณทางเข้าเขตบริเวณต้นโพธิ์ ... ผมอ่านได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขอเวลาอีกนิดหนึ่งน่ะครับ จะหาคนมาแปลข้อมูลที่ถูกต้องให้ครับ

ภาพที่ 8 : ป้ายที่ทางวัดเขียนไว้ที่ต้นโพธิ์ ... จับใจความได้นิดหนึ่งว่า "คำเตือน" ห้ามเด็ดใบโพธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ... ประมาณนี้ครับ

ภาพที่ 9 : เจ้าอาวาสวัดเวินไซ , หลวงปู่อ่อง ฐิตธมฺโม และหลวงปู่มั่น ภูริตโต กำลังทำพิธีบวงสรวง กราบไหว้และขออนุญาตนำเปลือกและใบโพธิ์ให้กับคณะที่เดินทางไปด้วยเพื่อนำกลับไปสักการะบูชา ... ส่วนเรื่องอิทธิคุณของเปลือกและใบโพธิ์นั้นมีหลายเรื่องด้วยกัน กระผมขออุบไว้ก่อนน่ะครับ

ภาพที่ 10 : จากนั้นเดินทางเท้าต่อมาที่วัดโพธิ์ไชยาราม ซึ่งเป็นวัดที่หลวงปู่สมเด็จลุนอยู่เมื่อยังไม่มรณะภาพ ซึ่งอยู่ห่างจากวัดเวินไซประมาณ 500 เมตร ตามประวัติกล่าวว่าครั้งหลวงปู่สมเด็จลุนมรณะภาพแล้ว ก็ทำการแห่พระศพของหลวงปู่สมเด็จลุนจากวัดโพธิ์ไชยารามมาถึงวัดเวินไซ ระยะทางแค่ 500 เมตร แต่ใช้เวลาเดินทางตั้ง 7 วัน 7 คืน กว่าจะถึงที่ถวายเพลิงศพ ซึ่งเป็นเรื่องแปลกและน่าอัศจรรย์ให้เล่าขานกันจนถึงทุกวันนี้ครับ ... แต่ที่แปลกกว่านั้นคือ ตอนออกเดินทางจากวัดเวินไซเพื่อมาวัดโพธิ์ไชยาราม ผมกับภรรยาและลูก ๆ เดินตามหลวงปู่อ่อง ฐิตธมฺโม ผมเดินยังไงก็ไม่ทัน จากนั้นผมก็เร่งฝีเท้าเร็วขึ้นอีกแต่ก็ยังตามไม่ทัน ทั้ง ๆ ที่หลวงปู่ก็เดินแบบธรรมดา ผมกลัวหลวงปู่จะเหนื่อย ผมเลยให้ภรรยาแวะซื้อน้ำข้างทางและตามผมไปทีหลังเพื่อเอาไปถวายหลวงปู่ แล้วผมก็วิ่งตามหลวงปู่ จนชาวบ้านที่อยู่ข้างทางบอกว่ายังไงก็วิ่งตามหลวงปู่ไม่ทันหลอก สุดท้ายแล้วผมก็ตามหลวงปู่ไม่ทันจริง ๆ แล้วไปทันอีกทีก็ที่วัดโพธิ์ไชยารามโน่นแหละ (โปรดใช้วิจารณญาณช่วยผมที)
ส่วนภาพที่เห็นเป็นรูปเหมือนของหลวงปู่สมเด็จลุน โดยมีผู้ที่เคารพศรัทธานำผ้าไตร รวมทั้งธนบัตรทั้งลาวและไทยไปถวายสักการะ ส่วนด้านหลังเป็นพระเจดีย์ธาตุที่เก็บอัฐิธาตุของหลวงปู่สมเด็จลุนครับ

ภาพที่ 11 : ถ่ายรูปร่วมกับท่านเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ไชยาราม ซึ่งพรรษาน้อยกว่าหลวงปู่อ่องหลายปี แต่ท่านเจ้าอาวาสก็ยังจำหลวงปู่อ่องได้ดีครับ อีกทั้งยังมอบชนวนมวลสารต่าง ๆ ให้ไว้กับหลวงปู่อ่องเพื่อนำไปสร้างวัตถุมงคลครับ

ภาพที่ 12 : ทางลงท่าเรือวัดโพธิ์ไชยาราม เพื่อเดินทางกลับ

ภาพที่ 13 : ภาพวัดโพธิ์ไชยาราม ที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง

ภาพที่ 14 : ภาพทิวทัศน์และความกว้างของแม่น้ำโขงขณะเดินทางกลับ

ภาพที่ 15 : แวะชมน้ำตกผาส้วมอันโด่งดังของ สปป.ลาว ก่อนเดินทางกลับอุบลราชธานี และการเดินทางครั้งนี้นอกจากความประทับแล้ว ยังได้ทำบุญกับหลวงปู่สมเด็จลุนและได้วัตถุมงคลจากประเทศลาวกลับบ้านด้วย รวมทั้งหลวงปู่อ่องกับหลวงปู่มั่นยังได้มอบสิ่งของอันมีค่ายิ่งไว้ให้ด้วยครับ ... ขออุบไว้ก่อน ... และจะกลับไปสะบายดีจำปาศักดิ์อีกครั้งถ้ามีโอกาส

ยินดีต้อนรับสู่ Web-Pra.com เว็บไซต์พระเครื่องที่ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย

ระบบค้นพบว่าคุณพึ่งเคยเข้า www.Web-Pra.com เป็นครั้งแรก
ข้อควรรู้เกี่ยวกับ www.Web-Pra.com คุณสามารถ:
  1. เปิดร้านค้าของคุณเอง ฟรี
  2. ตั้งประมูล ฟรี
  3. ร่วมประมูล ฟรี
  4. เว็บบอร์ด พูดคุยกับเพื่อนฝูงในวงการพระเครื่อง ฟรี
  5. ระบบซื้อขายอย่างปลอดภัย ฟรี
  6. เผยแพร่ หรือ อ่านบทความพระเครื่อง ฟรี
  7. ระบบทำเนียบพระเครื่อง
มีปัญหาข้อสงสัยติดต่อ info@web-pra.com
หมายเหตุ: คุณควรบันทึกรายการโปรดไว้ เพื่อเข้ามาใช้บริการในภายหลัง