ประวัติ เมืองลพบุรี - พระกรุ

เมืองลพบุรี

ประวัติ พระกรุ


เมืองลพบุรี

                ลพบุรีเป็นชื่อที่มีการกล่าวถึงในพงศาวดารสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี แต่หลักฐานที่เรียกลพบุรีว่า “ละโว้” ได้มาจากตำนานเก่าคือ ตำนานมูลศาสตร์ และตำนานชินกาลมาลีปกรณ์ ซึ่งได้เล่าเรื่องของพระนางจามเทวี ราชธิดากษัตริย์ผู้ครองกรุงละโว้ที่เสด็จขึ้นไปครองเมืองหริภุญชัยหรือเมืองลำพูในปัจจุบัน

                ในตำนานกล่าวว่า ลำพูนหรือเมืองหริภุญชัย สร้างขึ้นโดยท่านฤๅษี ในปีพุทธศักราช 1204 จากนั้นต่อมาอีก 2 ปี ฤๅษีทั้งสองก็ได้ส่งทูตล่องลงมาตามลำน้ำปิงสู่เมืองละโว้เพื่อทูลขอเชื้อสายกษัตริย์แห่งเมืองละโว้ให้มาปกครองหริภุญชัย กษัตริย์กรุงละโว้จึงได้พระราชทาน พระนางจามเทวีราชธิดาให้ขึ้นไปครอง ซึ่งพระฤๅษีทั้งสองได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นผู้ที่ตั้งอยู่ในศีลธรรม และได้เป็นปฐมกษัตริย์แห่งหริภุญชัยในเวลาต่อมา

                ส่วนตำนานชินกาลมาลีปกรณ์ เรียกชื่อเมืองลพบุรีหรือเมืองละโว้ว่า “ลวปุระ” ซึ่งตรงกับหลักฐานสำคัญในสมัยทวาราวดี เช่น เหรียญเงินที่พบในเขตเมืองโบราณอู่ทอง สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นเหรียญเงินที่มีจารึกด้วยภาษาสันสกฤตว่า ลวปุระ เช่นกัน

                ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ได้ติดต่อค้าขายกับชาวต่างประเทศ เช่น โปรตุเกส ฮอลันดา และ ฝรั่งเศส ซึ่งในบันทึกจดหมายเหตุของชาวต่างประเทศต่างก็เรียกเมืองลพบุรีว่า “ละโว้” ทั้งสิ้น ดังนั้น คำว่าละโว้จึงเป็นชื่อที่เรียกเมืองลพบุรีมาแต่อดีตนานแล้ว

                บางตำนานได้กล่าวถึงเมืองลพบุรีไว้อีกว่า เมื่อประมาณพันกว่าปีมาแล้วมีพระยาสามพี่น้องได้เป็นใหญ่อยู่ในละโว้ ต่อมาก็ได้เป็นผู้สร้างเมืองละโว้ขึ้นมา และได้สร้างพระปรางค์สามยอดขึ้น เพื่อประกาศถึงความเจริญรุ่งเรืองและความยิ่งใหญ่ของพระยาสามพี่น้องแห่งตักสิลาที่มาตั้งเมืองละโว้เป็นราชธานี

                ครั้งต่อมาเมื่อขอมเรืองอำนาจและได้แผ่ขยายอาณาจักรและอำนาจเข้ามาถึงดินแดนส่วนนี้จนกระทั่งยึดเมืองละโว้ได้ในระยะเวลาหนึ่งแล้ว เจ้าพระยาชัยนารายณ์ โอรสแห่งพระเจ้าจันทโชติ ได้รวบรวมกำลังขับไล่ขอมออกไปแล้วเปลี่ยนชื่อเมืองละโว้เป็น “ลวะบุรี” จนกลายมาเป็นชื่อลพบุรีตราบจนทุกวันนี้ ดังรูปปั้นพระนารายณ์สี่กรซึ่งประดิษฐานอยู่ที่ศาลพระกาฬในปัจจุบันเชื่อว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่พระยาชัยนารายณ์สืบไป

                จะเห็นได้ว่าลพบุรีเป็นดินแดนที่มีอารยธรรมเก่าแก่มาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงยุคปัจจุบันจากหลักฐานที่เป็นสถาปัตยกรรมอันโดดเด่น เช่น พระปรางค์สามยอดที่มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลทางศิลปะแบบบายนของขอม และมีชื่อเรียกเฉพาะว่า เป็นศิลปะแบบลพบุรีนั้น สันนิฐานว่าสร้างขึ้นในราวปีพุทธศักราช 1800 จึงนับว่าเป็นศิลปกรรมชิ้นเอกของเมืองลพบุรีทั้งในอดีตและปัจจุบันที่สามารถบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองของลพบุรีในอดีตกาลได้

                ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ลพบุรียังเป็นเมืองที่มีความสำคัญ และเป็นหัวเมืองที่อยู่ในเขตราชธานี เพราะอยู่ใกล้กับพระนคร ในสมัยรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้โปรดให้มีการบูรณปฏิสังขรณ์พระราชวังเก่าซึ่งเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระราเมศวรมาก่อน ให้เป็นพระราชวังที่ประทับของพระองค์ และทรงโปรดเสด็จแปรพระราชฐานประทับที่เมืองลพบุรีถึง 7-8 เดือนในรอบหนึ่งปี ดังนั้น ลพบุรีจึงกลายเป็นราชธานีแห่งใหม่ที่มีความเจริญรุ่งเรืองในระยะหนึ่ง เมืองลพบุรีในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นเมืองที่มีความสำคัญ เป็นราชธานีที่มีผู้คนเข้ามาอาศัยอยู่มากพอสมควร ครั้งสิ้นรัชกาลของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชลพบุรีก็มีบทบาทและความสำคัญน้อยลง แต่ก็ยังเป็นเมืองในเขตราชธานีเหมือนเดิมจนกระทั่งสิ้นกรุงศรีอยุธยา

                ด้วยสาเหตุที่ขอมเคยปกครองเมืองลพบุรี จึงเป็นสถาปัตยกรรมและพระเครื่องต่างๆของลพบุรี จึงเป็นศิลปะแบบขอมแทบทั้งสิ้น แต่จะมีฝีมือของช่างอู่ทอง และอยุธยาบ้างแต่ก็ไม่มากนัก พระเครื่องที่กำเนิดที่ลพบุรีส่วนมากจะประกอบด้วยเนื้อชินเป็นส่วนใหญ่ ส่วนเนื้อดินกับสำริดก็มีบ้าง แต่น้อยกว่าเนื้อชิน

                พระเครื่องที่มีชื่อเสียงของลพบุรีก็คือ พระร่วงยืนหลังลายผ้า ซึ่งกำเนิดที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พระหูยาน พระนาคปรกวัดปืน พระหลวงพ่อแขก พระซุ้มนครโกษา พระหลวงพ่อจุก ฯลฯ นอกจากจะมีชื่อเสียงของจังหวัดลพบุรียังมีชื่อเสียงดังทั่วประเทศอีก โดยเฉพาะพระร่วงยืนหลังลายผ้า และพระหูยาน ยังจัดเป็นพระที่อยู่ในชุด “ยอดขุนพล” ที่มีชื่อเสียงของประเทศด้วย


ข้อมูลอ้างอิง : คัดลอกมาจาก "หนังสือ อมตพระกรุ"
ทางทีมงานขอขอบคุณทางเจ้าของหนังสือมา ณ โอกาสนี้




Top