ประวัติ พระครูวิจิตรธรรมานุวัต ( หลวงปู่ลัด กิตฺติสาโร ) - วัดหนองกะบอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง

พระครูวิจิตรธรรมานุวัต ( หลวงปู่ลัด กิตฺติสาโร )

ประวัติ วัดหนองกะบอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง

ชีวประวัติและผลงานของพระครูวิจิตรธรรมานุวัต (กิตฺติสาโร)
เจ้าคณะอำเภอบ้านค่าย
อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองกะบอก ( รูปที่  ๗ )

พระครูวิจิตรธรรมานุวัต (หลวงปู่ลัด)

ชาติภูมิ

นามเดิม              ลัด

นามสกุล             นิยมสมาน

ฉายา                  กิตฺติสาโร

เกิดวัน                 ๒ ฯ๖ ๓ ค่ำ ปี ขาล

วันจันทร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๔๕

สถานที่เกิด บ้านหนองละลอก หมูที่ ๓ ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง รหัสไปรษณีย์ ๒๑๑๒๐

บิดา นายครัน นิยมสมาน เกิดที่บ้านหนองละลอก ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง

มารดา นางเกตุ ขาวสุทธิ เกิดที่บ้านนาพร้าว ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

มีพี่น้องร่วมบิดา  มารดาเดียวกัน  ๗  คน  คือ...

 ๑. นายเกรียว    นิยมสมาน    (ถึงแก่กรรม)

 ๒. นางรอด       นิยมสมาน    (ถึงแก่กรรม)

 ๓. ลัด             นิยมสมาน    (มรณภาพ)

 ๔. นายเติม       นิยมสมาน    (ถึงแก่กรรม)

 ๕. นายฟุ้ง        นิยมสมาน    (ถึงแก่กรรม)

 ๖. นายแจ่ม       นิยมสมาน    (ถึงแก่กรรม)

 ๗. นายอรุณ      นิยมสมาน    (ถึงแก่กรรม)

งานการศึกษา

 พ.ศ. ๒๔๕๒   เข้าเรียนหนังสือไทย ขอมใหญ่ กับเปรียญปรางค์ (ครูปรางค์) ที่วัดหนองกะบอก ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง

 พ.ศ. ๒๔๕๕   ไปเรียนหนังสือต่อกับครูชม ครูมาก ครูเชื่อง ที่โรงเรียนอ่ำราษฎร์บำรุง ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง และไปเรียนต่อที่โรงเรียนวัดลุ่ม ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง จนจบชั้นประถม ๓ (จบชั้นสูงสุด)

 พ.ศ. ๒๔๖๑    เป็นครูสอนหนังสือเด็ก  ที่โรงเรียนวัดหนองกระบอก  ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย  จังหวัดระยอง

 พ.ศ. ๒๔๖๒    ลาออกจากครูสอนเด็ก  ไปเข้าทำงาน  บริษัทศรีราชา  ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา  จังหวัดชลบุรี

พ.ศ. ๒๔๖๔    สอบวิชาชุดครูประกาศนียบัตรประถมศึกษา  (ปป.)  ได้ที่จังหวัดจันทบุรี (แผนกวิชาอักษรศาสตร์)

 พ.ศ. ๒๔๖๕    เกณฑ์ทหาร  (เป็นลูกหมู่)  เป็นทหารเรือ  ทำงานแผนกเสมียนประจำการทหารเรือ ที่ปากคลองมอญ  ฝั่งธนบุรี  เป็นเวลา  ๒  ปี

 

อุปสมบท

 พ.ศ. ๒๔๖๘    เมื่อออกจากการเป็นทหาร (เป็นลูกหมู่) มีอายุ ๒๓ ปี อุปสมบท ณ พัทธสีมา

    วัดหนองกะบอก  หมู่ที่ ๔ ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง

    ในนามฉายา   กิตฺติสาโร  เมื่อวัน ๕ ฯ๕ ๕ ค่ำ ปี ขาล วันที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๘

    พระอุปัชฌาย์   พระครูวิจิตรธรรมานุวัต (หลวงพ่อวงศ์)  วัดบ้านค่าย

    ตำบลบ้านค่าย อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง

    พระกรรมวาจาจารย์ พระครูเทพสิทธิการ (หลวงพ่ออ่ำ) วัดหนองกะบอก

    ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง

    พระอนุสาวนาจารย์ พระครูจันทสโรทัย (หลวงพ่อดิ่ง) วัดไผ่ล้อม

    ตำบลบ้านค่าย อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง

 

 การศึกษาพระปริยัติธรรม

พ.ศ. ๒๔๖๘   เรียนนักธรรม สอบนักธรรมชั้นตรีได้ สำนักเรียนวัดหนองกะบอก ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง

พ.ศ. ๒๔๖๙   เรียนนักธรรม สอบนักธรรมชั้นโทได้ สำนักเรียนวัดหนองกะบอก ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง

พ.ศ. ๒๔๗๘  เรียนบาลี แปลธรรมบทได้ ๕ ภาค สำนักเรียนวัดอนงคาราม อำเภอคลองสาน กรุงเทพมหานคร

พ.ศ. ๒๔๘๐   เรียนเทศน์ ปฏิภาณ ปุจฉา – วิสัชนา ที่สภาธรรมกถึกวัดโพธิ์ท่าเตียน  กรุงเทพมหานคร

พ.ศ. ๒๔๘๑   เรียนนักธรรม สอบนักธรรมชั้นเอกได้ สำนักเรียนวัดหนองกะบอก ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง

พ.ศ. ๒๔๘๗   เรียนพระอภิธรรม ที่วัดระฆัง ฝั่งธนบุรี

พ.ศ. ๒๔๘๘   เรียนวิชาหัตถกรรม ที่วัดโพธิ์ ท่าเตียน กรุงเทพมหานคร

 

สมณศักดิ์

พ.ศ. ๒๔๗๖   เป็น พระปลัด ฐานานุกรมของเจ้าคณะอำเภอบ้านค่าย พระครูวิจิตรธรรมานุวัต (หลวงพ่อวงศ์)

พ.ศ. ๒๔๙๐   เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ที่พระครูวิจิตรธรรมานุวัต

พ.ศ. ๒๔๙๔   ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นชั้นเอก ที่พระครูวิจิตรธรรมานุวัต

พ.ศ. ๒๕๐๕   ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นชั้นพิเศษ ที่พระครูวิจิตรธรรมานุวัต

 

หน้าที่การงานและการปกครอง

 พ.ศ. ๒๔๗๔   เป็นพระกรรมวาจาจารย์

 พ.ศ. ๒๔๗๖   เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม ประจำอำเภอบ้านค่าย เป็นต้นมา

 พ.ศ. ๒๔๗๘   เป็นกรรมการอุปการะโรงเรียนหนังสือไทยที่ตั้งอยู่บริเวณวัดหนองกะบอกเป็นต้นมา

 พ.ศ. ๒๔๗๘   เป็นกรรมการศึกษา ประจำอำเภอบ้านค่าย 

 พ.ศ. ๒๔๗๘   เป็นผู้วางแผนแบบแปลนแผนผังสร้างโรงเรียนประชาบาล ในเขตอำเภอบ้านค่าย

 พ.ศ. ๒๔๘๖   เป็นกรรมการตรวจประโยคนักธรรมสนามหลวงของจังหวัดระยอง

 พ.ศ. ๒๔๘๗   เป็นสาธารณูปโภคการอำเภอบ้านค่าย

 พ.ศ. ๒๔๘๘   เป็นเจ้าคณะอำเภอบ้านค่าย

 พ.ศ. ๒๔๘๙   เป็นประธานการสอบปริยัติธรรมสนามหลวง ของอำเภอบ้านค่าย

 พ.ศ. ๒๔๙๓   เป็นพระอุปัชฌาย์

 พ.ศ. ๒๔๙๕   เป็นเจ้าอาวาสวัดหนองกะบอก

 พ.ศ. ๒๔๙๕   เป็นเจ้าสำนักเรียนพระปริยัติธรรม ประจำวัดหนองกะบอก ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง

 พ.ศ. ๒๕๐๔   เป็นกรรมการส่งเสริมการพัฒนาการท้องถิ่น ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง

 พ.ศ. ๒๕๒๓   เป็นวิทยากรถวายความรู้นักธรรมชั้นเอกจังหวัดระยอง

 พ.ศ. ๒๕๒๗   เป็นวิทยากรอบรมตามโครงการพระราชดำริสวนป่าสมุนไพรที่ วัดหนองกะบอก ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง

 

งานเผยแผ่

  พ.ศ. ๒๕๐๐    เป็นผู้บรรยายการฝึกสมาธิ วิปัสสนากัมมัฏฐาน ของอำเภอบ้านค่าย
  พ.ศ. ๒๕๐๖    อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นิมนต์ให้ช่วยทำการอบรมในสถานอบรมฝึกอาชีพ ที่ทางการจัดส่งมาจากลาดยาว (อันธพาล) ส่งประกอบอาชีพในท้องที่ ตำบลหนองละลอก (หมู่บ้านตัวอย่าง) อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง
  พ.ศ. ๒๕๐๙    เป็นพระธรรมทูต สายที่ ๗ ออกปฏิบัติงานเผยแผ่ศีลธรรมในเขตจังหวัดระยองตลอดมา ทำการเทศนา ปฏิภาณ ปุจฉา วิสัชนาปาฐกถาธรรม อบรมนักเรียนโรงเรียนประชาบาล โรงเรียนมัธยม และอบรมนักโทษเรือนจำ จังหวัดระยอง

  พ.ศ. ๒๕๒๐    เป็นประธานหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล (อ.ป.ต.) และเป็นประธานหน่วยอบรมประชาชนประจำอำเภอ (อ.ป.อ.)
  พ.ศ. ๒๕๒๓   เป็นวิทยากรถวายความรู้นักธรรมชั้นเอก ของจังหวัดระยอง
  พ.ศ. ๒๕๒๘   เป็นประธานการอบรม สามเณรภาคฤดูร้อนประจำอำเภอบ้านค่ายที่เข้าบวชภาคฤดูร้อน เพื่อการศึกษาหาความรู้ประดับสติปัญญา และเพื่อกล่อมเกลาจิตใจของเยาวชนให้ถึงพระพุทธศาสนา ยิ่งขึ้น
  พ.ศ. ๒๕๒๘   เปิดอบรมกัมมัฏฐานแก่ประชาชนที่สนใจ ที่วัดหนองกระบอกตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง
  พ.ศ. ๒๕๒๙   เป็นประธานอบรมสามเณรภาคฤดูร้อนประจำอำเภอบ้านค่ายที่วัดหนองกะบอกและมีการอบรมศีลธรรม วัฒนธรรมฝึกสมาธิ ศาสนพิธี และอานิสงส์ของการบวชเณรภาคฤดูร้อน เรื่องความมั่นคงของชาติ ศาสนา พระมหากัตริย์
  พ.ศ. ๒๕๒๙   เป็นวิทยากรอบรมข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน และคหบดีที่โรงแรมดุสิตธานีกรุงเทพมหานคร
  พ.ศ. ๒๕๒๙   เป็นประธานการอบรมพระนวกะ ของอำเภอบ้านค่ายประจำทุกปี

งานก่อสร้าง และบูรณปฏิสังขรณ์

  พ.ศ. ๒๔๘๗  เป็นสาธารณูปการอำเภอบ้านค่าย
  พ.ศ. ๒๔๙๙   สร้างอุโบสถ ลักษณะทรงไทยด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก โครงสร้างเป็นไม้เนื้อแข็ง มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ มุงกระเบื้องเคลือบดินเผา กว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๘ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๐๐   สร้างกุฏิเรือนไม้ชั้นเดียว ลักษณะทรงไทยเสาคอนกรีตเสริมเหล็กโครงบนเป็นไม้เนื้อแข็ง กว้าง ๘ เมตร ยาว ๒๗ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๐๒   สร้างกุฏิเรือนไม้ชั้นเดียว ลักษณะทรงไทยเสาคอนกรีตเสริมเหล็กโครงบนเป็นไม้เนื้อแข็ง กว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๕ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๐๔   สร้างกุฏิเรือนไม้ชั้นเดียว ลักษณะทรงไทยเสาคอนกรีตเสริมเหล็กโครงบนเป็นไม้เนื้อแข็ง กว้าง ๗ เมตร ยาว ๒๑ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๐๖   สร้างกุฏิเรือนไม้ชั้นเดียว ลักษณะทรงไทยเสาคอนกรีตเสริมเหล็กโครงบนเป็นไม้เนื้อแข็ง กว้าง ๘ เมตร ยาว ๒๗ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๐๗   สร้างหอกลางเรือนไม้ชั้นเดียว ลักษณะทรงไทยเสาคอนกรีตเสริมเหล็กโครงบนเป็นไม้เนื้อแข็ง กว้าง ๗.๕๐ เมตร ยาว ๑๘.๕๐ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๐๗   สร้างถังห่อส่งน้ำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ลักษณะทรงเหลี่ยม สูง ๘ เมตร กว้าง ๓ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๐๗   สร้างบ่อน้ำด้วยคอนกรีต ลักษณะทรงกลม กว้าง ๑.๕๐ เมตร ลึก ๗ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๐๘   สร้างกำแพงแก้วรอบอุโบสถ ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กสูง ๑.๕๐ เมตร ยาว ๘๘ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๐๘   สร้างห้องส้วม ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ห้อง กว้าง ๒ เมตร ยาว ๑๒ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๐๙   สร้างอาคารด้วยไม้เนื้อแข็ง เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก ชั้นเดียวลักษณะทรงปั้นหยาหน้าจั่วโครงบนเป็นไม้เนื้อแข็ง มุงกระเบื้องลอนคู่มอบให้โรงเรียนวัดหนองกระบอก(อาคารวิจิตรราษฎร์บูรณะ) กว้าง ๘ เมตร ยาว ๘๔ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๑๐   สร้างกำแพงวัดด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก สูง ๑.๕๐ เมตร ยาว ๑๒๐ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๑๒  สร้างซุ้มประตูวัด ๒ ซุ้ม ลักษณะทรงไทย ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กกว้าง ๓ เมตร สูง ๗ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๑๕   สร้างซุ้มประตูวัด ลักษณะทรงไทย ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง ๕ เมตร สูง ๙ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๑๗   สร้างเมรุ ลักษณะทรงไทย ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กโครงบนเป็นไม้เนื้อแข็ง กว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๐ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๑๘   สร้างกำแพงวัดต่อ ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก สูง ๑.๕๐ เมตร ยาว ๑๙๐ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๒๐   สร้างศาลาการเปรียญชั้นเดียว ลักษณะทรงไทย ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กมุงกระเบื้องเคลือบดินเผา กว้าง ๑๑ เมตร ยาว ๒๑ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๒๑   สร้างศาลาบำเพ็ญกุศล ลักษณะทรงไทย ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กมุงกระเบื้องเคลือบดินเผา กว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๒๗ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๒๑   สร้างห้องน้ำ ห้องส้วม ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง ๒.๕๐ เมตร ยาว ๑๒.๕๐ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๒๒   สร้างที่พักชี ลักษณะทรงไทย ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง ๖ เมตร ยาว ๘ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๒๓   สร้างที่พักชี ลักษณะทรงไทย ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง ๖ เมตร ยาว ๘ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๒๓   เปลี่ยนหลังคาหอสวดมนต์เป็นแบบทรงไทย มุงกระเบื้องเคลือบดินเผา
  พ.ศ. ๒๕๒๖   สร้างศาลาฌาปนสถานชั้นเดียว ลักษณะทรงไทย ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กโครงบนเป็นไม้เนื้อแข็ง มุงกระเบื้องเคลือบดินเผา กว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๑๘ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๒๖   สร้างหอสมุดชั้นเดียว ลักษณะทรงไทย ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กโครงบนเป็นไม้เนื้อแข็ง มุงกระเบื้องเคลือบดินเผา กว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๒ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๓๐   ร่วมสร้างแท็งค์ส่งน้ำ ตามโครงการ ก.ส.ช. ๔ ถัง บรรจุน้ำได้ ๑๐,๐๐๐ลิตรกว้าง ๓.๕๐ เมตร สูง ๑๑ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๓๑   สร้างหอระฆัง ๓ ชั้น ลักษณะทรงไทย ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง ๓ เมตร สูง ๑๐ เมตร

การบำเพ็ญสาธารณประโยชน์

  พ.ศ. ๒๔๗๘  ร่วมกับประชาชน ตัดถนนสายไผ่ล้อม หนองละลอก กว้าง ๖ เมตร ยาว ๑,๕๐๐ เมตร
  พ.ศ. ๒๔๘๕  ร่วมกับประชาชน ตัดถนนสายบ้านตีนเนิน ดอนจันทร์ กว้าง ๖ เมตร ยาว ๖,๐๐๐ เมตร
  พ.ศ. ๒๔๙๒  ร่วมกับนายอำเภอบ้านค่าย ศึกษาธิการอำเภอบ้านค่าย และพระครูจันทสโรทัย(หลวงพ่อดิ่ง) จัดสร้างโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอบ้านค่ายพร้อมทั้งจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนประจำโรงเรียนด้วย
  พ.ศ. ๒๕๐๔   ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เจรจากับเจ้าของที่ดินเพื่อตัดถนนสายบ้านค่ายสถานอบรมฝึกอาชีพ (หมู่บ้านตัวอย่าง) ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง กว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๑๓,๐๐๐ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๐๖   ร่วมกับนายอำเภอบ้านค่าย ประชุมเชิญชวนราษฎร การเจรจาขอซื้อที่ดิน สร้างอนามัยประจำอำเภอบ้านค่าย (โรงพยาบาลบ้านค่าย)
  พ.ศ. ๒๕๐๗   ร่วมกับประชาชนพัฒนาถมดินหนองน้ำเพื่อย่นการสร้างสะพานให้ระยะสั้นลง สร้างหอถังน้ำร่วมกับนักโทษกรมราชทัณฑ์ในสถานอบรมฝึกอาชีพ (หมู่บ้านตัวอย่าง) ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง
  พ.ศ. ๒๕๐๙   จัดหาเครื่องกีฬานักเรียน เพื่อเป็นการส่งเสริมนักเรียนที่เล่นกีฬาของนักเรียนกลุ่มโรงเรียนบ้านค่าย (กลุ่มบ้านค่าย)
  พ.ศ. ๒๕๑๐   เป็นกรรมการจัดหาทุนสร้างหอพระพุทธสิหิงประจำเมืองระยอง (สวนศรีเมือง) ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
  พ.ศ. ๒๕๑๒  ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นกรรมการจัดหาทุนสร้างอนุสาวรีย์สุนทรภู่ ที่ตำบลบ้านกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
  พ.ศ. ๒๕๑๖  ร่วมกับประชาชน ตัดถนนสายแถวเนิน หนองคล้า กว้าง ๔ เมตร ยาว ๓,๐๐๐ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๑๗  ร่วมกับผู้ปกครองนิคมสร้างตนเอง พ่อค้า ประชาชน ฝ่ายราชการสร้างโรงเรียนนิคมวิทยา ตำบลมาบข่า อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง
  พ.ศ. ๒๕๒๑  ร่วมกับประชาชน ตัดถนนสายลัดวงจรบ้านนายเซิบ บ้านนางปิ่นกว้าง ๔ เมตร ยาว ๔๐๐ เมตร
  พ.ศ. ๒๕๒๗  เป็นประธานโครงการสาธารณสงฆ์ ของคณะสงฆ์อำเภอบ้านค่าย แจกเสื้อผ้าตัดผมตรวจโรค แจกอุปกรณ์การเรียนนักเรียนคนชรา และผู้ที่ยากจนในท้องที่อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง
  พ.ศ. ๒๕๒๙  เป็นประธานการสร้างตึกสงฆ์อาพาธพร้อมด้วยคณะสงฆ์อำเภอบ้านค่ายที่โรงพยาบาลบ้านค่าย ขนาด ๒๐ เตียง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบ ๕ รอบ

  พ.ศ. ๒๕๓๐  เป็นประธานการจัดหาทุนคณะสงฆ์อำเภอบ้านค่าย จัดหาอุปกรณ์ตึกสงฆ์อาพาธ(โต๊ะ ตู้ เตียง เก้าอี้ นาฬิกา) มอบให้โรงพยาบาลบ้านค่าย (ตึกสงฆ์อาพาธ)อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง

งานพิเศษ

     พ.ศ. ๒๔๙๐  เข้ารับการอบรมกระบวนการกฎหมายแพ่งพาณิชย์ ที่วัดสามพระยาอำเภอพระนคร กรุงเทพมหานคร

     พ.ศ. ๒๕๑๒  เข้ารับการอบรมโรงเรียนพระสังฆาธิการ ส่วนภูมิภาค ที่วัดสามพระยา อำเภอพระนคร กรุงเทพมหานคร
     พ.ศ. ๒๕๑๗  เข้ารับการอบรมโรงเรียนพระสังฆาธิการ ส่วนภูมิภาค ที่วัดโขดตำบลท่าประดู่ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง

     พ.ศ. ๒๕๒๗  เข้ารับการอบรมตามโครงการพระราชดำริสวนป่าสมุนไพรที่ศาลากลาง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง

มรณภาพ

     พ.ศ. ๒๕๓๐  ท่านพระครูวิจิตรธรรมานุวัต ได้อาพาธ เนื่องด้วยมีอาการมือเท้าชาซีกซ้าย (อัมพฤกษ์)

                      เป็นเหตุให้ ลุก นั่ง ยืน เดิน ไม่สะดวก จึงเข้าโรงพยาบาลพญาไท ๑ ถนนศรีอยุธยา

                      กรุงเทพมหานคร เพื่อรับการรักษา เป็นครั้งคราว เป็นเวลา ๖ เดือน และแพทย์ได้วินิจฉัย

                      พบว่าเป็น  โรคมะเร็งขั้วปอดด้วย  ต่อมาได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมิติเวช

                      กรุงเทพมหานคร เป็นครั้งคราว เป็นเวลา ๖ เดือน การพักรักษาก็เป็นไปตามแพทย์สั่ง

                      อาการก็ดีบ้างทรุดบ้าง  เมื่อวันที่ ๖ เดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๓๑ ได้ย้ายไปพักรักษา

                      ที่โรงพยาบาลบ้านค่าย (ตึกสงฆ์อาพาธ) เป็นเวลา ๑๐ วันเศษ มีอาการดีบ้างทรุดบ้าง

                      สลับกันไป ในที่สุดก็ถึงแก่มรณภาพ ด้วยโรคมะเร็งปอดที่โรงพยาบาลบ้านค่าย

                      (ตึกสงฆ์อาพาธ)  เมื่อวันพุธ ที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๑ เวลา ๐๙.๐๕ น.

                      ตรงกับวันขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีมะโรง (๔ ฯ๑๑ ๑๐ ค่ำ ปีมะโรง)

                      สิริรวมอายุได้ ๘๖ ปี ๗ เดือน พรรษาที่ ๖๓

 

ข้อมูลอ้างอิงจาก : http://watnongkabok.com/

Top