ประวัติ เทพเจ้า พระสังกัจจายน์ - (เทพเจ้าแห่งความสมบูรณ์พูลสุข)

เทพเจ้า พระสังกัจจายน์

ประวัติ (เทพเจ้าแห่งความสมบูรณ์พูลสุข)

 

พระสังกัจจายน์
พระสังกัจจายน์

 

ประวัติความเป็นมา

พระสังกัจจายน์  หรือพระมหากัจจายนะ  มีนามเดิมว่า  กัญจน  นามโคตร  กัจจายนะ  เกิดที่นครอุชเชนี  แคว้นอวันดี  บิดาชื่อ  วัจฉพราหมณ์   มารดาชื่อจันทนปทุมา  ต่อมาได้เป็นปุโรหิตแทนบิดาในรัชสมัยพระเจ้าจันฑปัชโชต  และพระองค์มีพระราชประสงค์จะกราบทูลาราธนาพระบรมศาสดา  เพื่อเสด็จไปประกาศศาสนาที่นครอุชเชนี  จึงตรัสสั่งให้กันจายนะปุโรหิต  ไปกราบทูลอาราธนาเสด็จ  และกัจจายนะ  ได้กราบทูลขอพระบรมราชานุญาตลาบวชด้วย  ครั้นได้รับพระบรมราชานุญาตแล้วนั้น  จึงพร้อมด้วยบริวาร  7  คน  เดินทางไปเฝ้าพระบรมศาสดา  ครั้นได้สดับพระธรรมเทศนาแล้วก็ได้บรรลุ  เป็นพระอรหันต์ทั้ง  8  องค์  จึงขออุปสมบท  พระบรมศาสดาทรงอนุญาตด้วยวาจา  เรียกการบวชแบบนี้ว่า  “เอหิภิกขุปสัมปทา”  พระสังกัจจายนะได้กราบทูลอาราธนาพระบรมศาสดาไปประกาศศาสนา  ณ นครอุชเชนี  ตามพระประสงค์ของพระเจ้าจันฑปัชโชต  แต่พระบรมศาสดากลับตรัส  สั่งให้พระสังกัจจายนะไปแทนพระองค์   เมื่อไปนครอุชเชนีก็ได้แสดงธรรมให้พระเจ้าจันฑปัชโชต  และชาวเมืองเกิดความเลื่อมใส  เสร็จแล้วจึงเดินทางกลับไปเฝ้าพระบรมศาสดา  พระสังกัจจายน์  ได้รับการยกย่องจากพระบรมศาสดาว่า  เป็นผู้มีความสามารถยอดเยี่ยม  คือเป็นเอตทัคคะ  ในการขยายเนื้อความธรรมะที่ย่อให้พิสดารได้  พระสังกัจจายน์  เป็นผู้มีรูปร่างงามมาก  ผิวพรรณผ่องใส  เป็นที่หลงใหลแก่บุรุษ  และสตรีที่พบเห็นทั่วไป  ความเป็นผู้มีรูปงามของพระสังกัจจายนะ  เป็นุปสรรคต่การแสดงธรรมของท่านเป็นอย่างมาก  ผู้ที่ฟังธรรมบางคนแทนที่จะสนใจฟังธรรมที่ท่านเทศน์  กลับเหม่อลยเพราะหลงใหลในรูปกายของท่าน  เพื่อขจัดอุปสรรคนี้  ท่านจึงได้อธิฐานจิตให้ร่างกายของท่านอ้วนล่ำ  อุทรพลุ้ย  ทำให้ผู้พบเห็นเลิกหลงใหลรูปกายที่งดงามของท่าน  แต่กลับเลื่อมใสในรูปกายใหม่ของท่านว่า  เป็นสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์พูนสุข  ให้โชคลาภ  และความร่ำรวย

พระสังกัจจายน์ (เทพเจ้าแห่งความสมบูรณ์พูลสุข)
ลักษณะความเชื่อ

พระมหาเถระรูปนี้  เป็นที่เคารพศรัทธาแก่พุทธศาสนิกชนทั่วไป  ไม่ว่าจะเป็นนิกายมหายาน  หรือเถรวาท  เพราะเชื่อว่า  ด้วยอานุภาพแห่งมหาเถระพระสังกัจจายน์  จะประทานความสมบูรณ์พูนสุข  และโชคลาภความร่ำรวย  ให้แก่ผู้ที่สักการะบูชาทุกท่าน


ข้อมูลอ้างอิง : http://www.watphananchoeng.com/watphananchoeng/index.php?option=com_content&view=article&id=29:2011-07-11-18-50-53&catid=4:god&Itemid=42

Top