ประวัติ พระครูสุภัททาจารคุณ (หลวงพ่อสิน ภัททาจาโร) - วัดละหารใหญ่ ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง

พระครูสุภัททาจารคุณ (หลวงพ่อสิน ภัททาจาโร)

ประวัติ วัดละหารใหญ่ ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง

หลวงพ่อสิน วัดละหารใหญ่

 

"พระครูสุภัททาจารคุณ" หรือที่ชาวบ้านมักเรียกขานว่า "หลวงพ่อสิน ภัททาจาโร" ด้วยเป็นนามที่คุ้นเคยต่อการเรียกขานของบรรดาคณะศิษยานุศิษย์ รวมทั้งผู้ใกล้ชิดที่เลื่อมใสศรัทธาต่อท่าน 

หลวงพ่อสิน เป็นพระสงฆ์ที่เคร่งครัด มีจิตที่เปี่ยมด้วยความเมตตาและคุณธรรม เป็นที่พึ่งของชาวบ้านและสาธุชนโดยทั่วไป 

ชื่อเสียงของท่าน เป็นที่รับรู้กันทั่วเมืองระยองถึงความขลังความศักดิ์สิทธิ์ของวัตถุมงคล ที่สามารถพลิกผันสถานการณ์อันเลวร้าย ให้กลับกลายเป็นดีได้อย่างน่าอัศจรรย์ 

หลวงพ่อสิน เป็นพระเกจิชื่อดังแห่งภาคตะวันออก เป็นศิษย์สืบสายธรรมของหลวงปู่เพ่ง สาสโน อดีตเจ้าอาวาสวัดละหารใหญ่ และหลวงพ่อรัตน์ วัดหนองกระบอก 

ปัจจุบัน หลวงพ่อสิน ภัททาจาโร สิริอายุ 82 ปี พรรษา 59 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดละหารใหญ่ ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง

อัตโนประวัติ มีนามเดิมว่า สิน สุขมาก เกิดวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2471 ปีมะโรง ณ ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายเซี้ย และนางจัน สุขมาก ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา 

ชีวิตในวัยเด็ก เป็นคนที่เรียบง่าย อ่อนน้อมถ่อมตน นิสัยชอบเข้าวัดฟังธรรม ผิดกับเด็กอื่นวัยเดียวกัน ที่วันๆ เอาแต่วิ่งเล่นสนุกสนาน 

กระทั่งอายุย่าง 20 ปี ได้เข้าเกณฑ์ทหารเป็นระยะเวลา 2 ปี ก่อนปลดประจำการ

ครั้นเมื่ออายุ 24 ปี ท่านได้เข้าพิธีบรรพชาอุปสมบท เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2494 เวลา 15.30 น. ณ อุโบสถวัดละหารไร่ ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง โดยมีพระครู วิจิตรธรรมานุวัต (หลวงพ่อรัตน์) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการเพ่ง สาสโน เป็นพระ กรรมวาจาจารย์ และพระครูเกลี้ยง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ สังกัดมหานิกาย ได้รับฉายา ภัททาจาโร

วัดละหารใหญ่ มีพื้นที่ตั้งวัดอยู่ใกล้กับวัดละหารไร่ ดังนั้นจึงมีโอกาสได้ไปกราบนมัสการและรับใช้หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ เจ้าตำรับพระขุนแผนพรายกุมาร อยู่เสมอในสมัยที่หลวงปู่ทิมยังมีชีวิตอยู่ พร้อมทั้งได้ร่ำเรียนวิทยาคมไปด้วย

อีกทั้งท่านยังได้ร่ำเรียนวิทยาคมโดยตรงจากหลวงปู่เพ่ง อดีตเจ้าอาวาสวัดละหารใหญ่และหลวงพ่อรัตน์ วัดหนองกระบอก ผู้สืบทอดพุทธาคมจากหลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก เจ้าตำรับแพะเมตตาอันลือลั่นแห่งเมืองระยอง 

หลวงพ่อสิน เป็นพระที่ใฝ่รู้ศึกษาค้นคว้าทางพระเวทวิทยาคมด้านต่างๆ ท่านได้ศึกษาอยู่กับหลวงปู่เพ่ง ศึกษาวิทยาคมพื้นฐาน ศึกษาวิชาสร้างแพะมหาเสน่ห์และโชคลาภ และศึกษาวิชาสร้างหนุมาน, ขุนแผน, ชูชก ฯลฯ

ในครั้งนี้ท่านได้พบกับสหธรรมิกคนสำคัญท่านหนึ่ง คือ หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ จ.ระยอง ในฐานะเป็นศิษย์หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ เหมือนกัน

หลวงพ่อสิน ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อปี พ.ศ.2542 และต่อมาได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูสุภัททาจารคุณ

หลวงพ่อสิน เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างสมถะ เรียบง่าย ไม่ยึดติดใน ลาภยศสรรเสริญใดๆ ท่านมักจะพร่ำสอนญาติโยมที่เข้ามากราบไหว้เสมอๆ ว่า 

"คน เราจะมีความสุขสงบในสังคมได้ ต้องถือศีล 5 เพราะทำให้สังคมสงบสุข ปิดกั้นภัยเวรต่างๆ ได้ แต่ที่พวกเรารู้สึกว่าทำได้ยากหรือขัดกับชีวิตประจำวัน เป็นเพราะตาใจของเรามันบอกแสงหรือเจ้ากรรมนายเวรมาบังจิตบังใจเรา"

การสร้างวัตถุมงคลของหลวงพ่อชาญ ไม่ได้จัดสร้างบ่อยนัก นานครั้งในวาระพิเศษ จึงจะมีการจัดสร้างสักครั้งหนึ่ง ท่านจะเน้นคำสอนให้ลูกศิษย์นำไปปฏิบัติมากกว่า แต่จะอนุญาตให้ศิษย์ใกล้ชิดสร้างขึ้นเป็นพิเศษ ทำให้วัตถุมงคลของท่านมีจำนวนไม่มากนัก แต่ปรากฏว่าได้รับความนิยมไม่แพ้กัน

เช่น เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก หนุมานเนื้อโลหะ รุ่นแรก พิมพ์นั่งยองแบบหลวงปู่ทิม พระขุนแผนรุ่นแรก ปี"49 พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก และอื่นๆ เป็นต้น 

หลวงพ่อสิน เป็นพระสุปฏิปันโน เป็นพระแท้ ที่น่าเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง ชื่อเสียงของหลวงพ่อสินโด่งดังมานาน เป็นที่กล่าวขานในหมู่ศิษย์ชาวระยอง และภาคตะวันออกเป็นยิ่งนัก ถึงความขลังความศักดิ์สิทธิ์ และจริยาวัตรของหลวงพ่อ ทำให้ท่านได้รับกิจนิมนต์ไปนั่งปรกปลุกเสกวัตถุมงคลในพื้นที่ภาคตะวันออกและ พิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลสำคัญทั่วประเทศ

สำหรับวิทยาคมของท่านที่มีประสบการณ์โดดเด่นที่สุด ได้แก่ วิชาสร้างหนุมานทหารเอกของพระราม วิชาแคล้วคลาด คงกระพัน เมตตามหานิยม เป็นต้น

หลวงพ่อสิน ปรารภว่า "วัตถุมงคลจะมีความเข้มขลังหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล ใครที่เชื่อหรือศรัทธาในวัตถุมงคลก็จะบังเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ทำให้บังเกิดความเชื่อมั่น สามารถประสบความสำเร็จได้ง่ายกว่าคนที่ไม่มีวัตถุมงคลยึดเหนี่ยว ด้วยทำให้มีกำลังใจในการทำสิ่งต่างๆ"

"แต่วัตถุมงคลก็มีข้อเสีย คือ คนดีหรือคนชั่วก็สามารถนำไปใช้ได้เหมือนกัน อาจมีการนำไปใช้ในทางที่ผิด ถ้านำติดตัวไปสร้างความเดือดร้อนหรือรังแกผู้อื่น ก็จะเกิดความเสียหายต่อสังคมได้"

"คนที่มีวัตถุมงคลแต่ไม่หมั่นบูชา ก็ไม่เกิดผลใดๆ แม้จะแขวนพระมากมาย แต่ก็มีสิทธิ์ประสบหายนะได้ ถ้านำพระไปใช้ในทางที่ผิด ไปเบียดเบียนผู้อื่น แบบนี้พระท่านก็ไม่อยากคุ้มครอง"

เมื่อหลวงพ่อสินเข้าสู่วัยชราแล้ว เป็นเจ้าอาวาสวัดอยู่ที่วัดละหารใหญ่ จนถึงปัจจุบัน

กว่ากึ่งศตวรรษแห่งการครองสมณเพศ หลวงพ่อท่านได้สั่งสมประสบการณ์ รู้หนาวรู้ร้อน ผ่านกาลฝนมามาก มีประสบการณ์ทุกอย่าง 

เกียรติคุณของหลวงพ่อสิน เป็นที่รู้จักศรัทธาเลื่อมใส เป็นพระที่เปี่ยมด้วยเมตตาธรรม ความชราไม่เป็นปัญหากับหลวงพ่อสิน ด้วยความเมตตาที่เปี่ยมล้น หากมีใบฎีกานิมนต์มาท่านไม่เคยปฏิเสธ 

บางครั้งลูกศิษย์ของท่านเองต้องขอร้อง เพราะเป็นห่วงเรื่องสุขภาพ 

แต่เชื่อมั่นได้เลยว่าวัตถุมงคลที่หลวงพ่อสินอธิษฐานจิตแล้วมีอิทธิคุณสูง ส่ง แคล้ว คลาดคงกระพันชาตรี มีโชคลาภและมากด้วยประสบการณ์ บางเรื่องไม่อาจเปิดเผยได้เพราะเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญ รู้กันดีในหมู่คณะศิษย์

ณ วันนี้ หลวงพ่อสิน มีวัยกว่า 82 ปี แต่สุขภาพร่างกายของท่านยังคล่องแคล่วแข็งแรง 

เกียรติคุณบารมี รวมทั้งพุทธาคมอันศักดิ์สิทธิ์พลังจิตของท่าน ทำให้ท่านได้รับการยกย่องว่าท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีบารมีทางกระแสจิต แก่กล้า ระดับแนวหน้าของจังหวัดระยองอีกรูปหนึ่ง

 

ที่มา หนังสือพิมพ์ข่าวสด http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERTJNRE13TURVMU13PT0=

Top