หัวข้อ: " สุภาษิต-พังเพย "
กระทู้ และ ความคิดเห็นต่างๆ
๑.เข้าเมือง"ตาหลิ่ว.." ต้องหลิ่วตาตาม..
หมายถึง.. ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่มีลักษณะเหมือนคนปรกติทั่วไป แต่เมื่อคุณได้เข้าเขตเมืองที่ทุกคนในเมืองนั้นเขาหลิ่วตากัน ถ้า..คุณต้องการจะดำเนินวิถีชีวิตทำมาหากินหรือค้าขายในเมืองตาหลิ่วนั้น.. ขั้นแรก..คุณก็มีความจำเป็นต้องหลิ่วตา
อุปมาดังเช่น.
วงการพระเครื่องฯ และ วัตถุมงคลฯ ที่เป็นมาตรฐานฯสากล ก็จัดเป็น "เมืองตาหลิ่ว" เมืองหนึ่ง
หลายคนที่เข้าเมืองมา แล้วอยากเป็นพลเมืองของเมืองนี้ ก็พยายามทำตนให้เหมือนกับสังคมคนในเมืองนี้เขาทำกัน
บางคนที่เข้ามาใหม่(หรือ.จะอยู่มานานแล้วก็เหอะ!) ก็ยังไม่เข้าใจในอากัปกิริยาที่ตัวเขาเห็น เช่น.เห็นเขาหลิ่วตากันตอนดู.. , พูด-คุยกันแล้วก็หลิ่วตาดู..หลิ่วตาดูซ้ำอีก!แล้วก็พูด-คุยกัน , หลิ่วตาเสร็จ!ก็ซื้อ-ขาย..จ่ายเงินจำนวนมากๆ เพื่อ..แลกกับของชิ้นเล็กๆ จำนวนหนึ่งบ้าง! ชิ้นเดียวบ้าง!..โดยไม่รู้(หรือรู้แล้วแต่ไม่ใส่ใจ) ว่า" การหลิ่วตานั้น.เป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการฯ "
หลายคน..(รวมถึงผมด้วย) มักจะนำการหลิ่วตา มาเป็นขั้นตอนแรกๆของกระบวนการ หยิบมาปุ๊ป! ก็หลิ่วตาดูปั๊ป!..จุดนั้น จุดนี้ ตรงนั้น ตรงนี้ ผิวพรรณวรรณะ หลิ่วตาดูไป สมอง..ก็จินตนาการไปว่า " ไอ้สิ่งที่สายตาเราเห็น มันน่าจะเกิดมาจากสาเหตุโน่น..นี่..นั่น..(มโน..เข้าข้างตัวเอง) "
มโน..เสร็จก็จ่าย..แล้วกลับไปฝันหวาน.. คิดว่าอันตัวเราคือ..นักล่าค่าหัว ที่ลงทุนเพียงเล็กน้อยบวกกับสายตาอันแหลมคมดุจพญาเหยี่ยว สามารถสร้างรายได้อันเป็นกอบเป็นกำจากการลงทุนครั้งนี้..ฮ่าๆๆๆ
ครั้นพอถึงเวลา..ที่นักล่าค่าหัวจะนำของไปขึ้นเงินรางวัลฯ ผู้รับซื้อรางวัลฯ เพียงแค่ดู..หรือหยิบมาดู พลิกหน้า-พลิกหลัง ไม่ต้องหลิ่วตาซะด้วยซ้ำ ก็ส่งกลับคืนมาพร้อมกับคำพูดที่ไพเราะว่า " ขอบคุณครับ "
อยากได้เงินรางวัลฯวุ้ย.. ไม่ใช่คำขอบคุณ.. แต่ถ้าอยากได้คำตอบมากกว่านี้..อาจเจ็บปวดได้ กับคำสั้นๆเพียงพยางค์เดียวว่า " เก๊! "
หลายคนโกรธฯ..อาละวาดฟาดงวง-ฟาดงา โทษฯมันสารพัด ยกเว้น!..ตนเอง
โกรธคือโง่..โมโหคือบ้า.. การจะยุติโกรธ-โมโหได้ ต้องเจริญสติแล้วใช้สติกลับมาไตร่ตรอง..
กลับมาเข้าสู่หนทางที่ถูกต้อง..หาและรักษาน้ำใจ มิตรภาพ เพื่อน-ผู้รู้-ครูบาอาจารย์ ที่เขาแนะนำหลักฯขั้นตอนในการดู และ จงระลึกไว้เสมอว่า " การหลิ่วตานั้นควรหลิ่วตาแต่ของแท้ๆ เท่านั้น และต้องเป็นขั้นตอนสุดท้าย ไม่ควรไปหลิ่วตาของเก๊! ไม่ว่าจะเป็นเพราะสาเหตุใดๆก็ตาม " สมองของท่านจะเต็มไปด้วยข้อมูลของเก๊!.. ทำได้เช่นนั้นเมื่อไร?.. ท่านก็จะเป็นนักล่า..ค่าหัวตัวจริงครับ. สวัสดี!
แต่ก่อนผมหลิ่วตาขวาข้างเดียวมานานหลายสิบปี จนกระทั่งสมรรถภาพของตาข้างขวาน่าจะเหลือไม่ถึง 50% แล้วละมั้ง ก็เลยต้องเปลี่ยนมาหลิ่วตาซ้ายแทน ก็ต้องเคี่ยวเข็ญความสามารถของตาซ้ายอยู่นานเหมือนกัน จึงจะได้คุณภาพเท่าตาข้างเดิมคือข้างขวา ถ้าสมมุติว่าตาข้างที่ใช้งานได้เพียงข้างเดียวเกิดชำรุด ก็ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรมาส่องพระเหมือนกัน
แต่ก่อนผมหลิ่วตาขวาข้างเดียวมานานหลายสิบปี จนกระทั่งสมรรถภาพของตาข้างขวาน่าจะเหลือไม่ถึง 50% แล้วละมั้ง ก็เลยต้องเปลี่ยนมาหลิ่วตาซ้ายแทน ก็ต้องเคี่ยวเข็ญความสามารถของตาซ้ายอยู่นานเหมือนกัน จึงจะได้คุณภาพเท่าตาข้างเดิมคือข้างขวา ถ้าสมมุติว่าตาข้างที่ใช้งานได้เพียงข้างเดียวเกิดชำรุด ก็ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรมาส่องพระเหมือนกัน
ผมมีแต่กระตุกตาขวายิก ๆ ....แทบทุกครั้งที่เช่าพระเลยครับพี่...เลยเริ่มไม่แนใจว่าโดนอีกป่าวหว่า...
onepeer:
แต่ก่อนผมหลิ่วตาขวาข้างเดียวมานานหลายสิบปี จนกระทั่งสมรรถภาพของตาข้างขวาน่าจะเหลือไม่ถึง 50% แล้วละมั้ง ก็เลยต้องเปลี่ยนมาหลิ่วตาซ้ายแทน ก็ต้องเคี่ยวเข็ญความสามารถของตาซ้ายอยู่นานเหมือนกัน จึงจะได้คุณภาพเท่าตาข้างเดิมคือข้างขวา ถ้าสมมุติว่าตาข้างที่ใช้งานได้เพียงข้างเดียวเกิดชำรุด ก็ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรมาส่องพระเหมือนกัน
" ได้อย่าง.. เสียอย่าง.." ครับ.อาจารย์ ![]()
ramin_sukimm:
ผมมีแต่กระตุกตาขวายิก ๆ ....แทบทุกครั้งที่เช่าพระเลยครับพี่...เลยเริ่มไม่แนใจว่าโดนอีกป่าวหว่า...
" ขวาร้าย.. ซ้ายดี.." ครับ. ท่าน.ramin_sukimm
ปล.ตาขวาเริ่มกระตุก..ท่องไว้ครับ... อย่าโลภ! ![]()
หลิ่วได้ทั้งสองข้างครับ แต่มีโรคทรัพย์จางมาแทรกครับ
wasan_k:
หลิ่วได้ทั้งสองข้างครับ แต่มีโรคทรัพย์จางมาแทรกครับ
ตัวผมเป็นคนถนัดขวาครับ เมื่อก่อนตอนแรกๆก็หลิ่วตาข้างซ้าย..แต่พอหลิ่วไปสักครู่!ก็หายใจไม่ค่อยสะดวก
ไอ้เราก็สงสัย!ว่ามันมีอาการแบบนี้ได้ยังไง? พระที่ดูก็ไม่ใช่พระหลักฯซักกะหน่อย! จนมาวันหนึ่งเพื่อนมันดูผมแล้วก็ถามมาว่า " เอ็ง!เข้ากล้องแบบนี้..เอ็ง!หายใจออกหรือว๊ะ! "
ตั้งแต่นั้นมาผมก็เปลี่ยน..ย้ายมาหลิ่วตาขวาแทน อาการหายใจไม่ออกตอนหลิ่วตาซ้ายก็หายไป..![]()
ส่วน..โรคทรัพย์จางไม่สามารถให้คำปรึกษาได้ครับ. เพราะเป็นอยู่เหมือนกัน.. ![]()
๒. ดูช้างให้ดูหาง.. ดูนางให้ดูแม่..
ทำไมต้องดู.." หางช้าง?.." ช้างเป็นสัตว์ใหญ่ มีพละกำลังมาก ยากเกินกำลังที่คนเราจะต้านทานได้ การที่เราจะต้องเผชิญหน้าหรือเข้าใกล้ช้างอย่างปลอดภัย จะต้องรู้ลักษณะอาการหรือการแสดงออกของช้างครับ. ว่าปฏิกิริยาที่ช้างแสดงออกมา มันหมายถึงอะไร?
เช่น. สะบัดหูแล้วโคลงหัวไปมา..หางตก! หมายถึง..มันกำลังอารมย์ดี
หูกาง..แผ่ออกทั้งข้าง " โกรธ! พร้อมเข้าปะทะ-ต่อสู้! "
แต่ถ้า! หางชี้..หางตั้ง! ให้ระวัง! เพราะมันกำลังตื่นตระหนก และ ตกใจ นี่แหล่ะ..ดูช้างให้ดูหางครับ.
" ดูนาง..ให้ดูแม่.." โบราณว่าไว้ คนจะดีได้ จะมีอุปนิสัยอย่างไร? อยู่ที่การอบรมของบิดา-มารดา ดังนั้นการที่จะเลือกใครสักคนมาเป็นคู่ชีวิตควรจะทำความรู้จักคนในครอบครัวของคุณเธอด้วย
ในวงการพระเครื่องฯ สามารถนำคำพังเพยนี้มาใช้ได้ครับ. ตัวอย่าง.เราจะเช่าพระหลักฯ(ราคาใหญ่ๆเท่าช้าง)สักองค์ เราต้องดูหลายอย่าง ดูสถานที่ที่จะไปเช่าพระ , ดูอารมย์เจ้าของพระฯ , ดูเครดิตความน่าเชื่อถือของเจ้าของพระ , ดูเงินในบัญชี , มีเพื่อน ผู้รู้ ที่เราให้ความเคารพเชื่อถือ ที่สามารถให้คำแนะนำและให้ความมั่นใจกับเราได้.. เป็นต้น.
ส่วนดูนางให้ดูแม่.. ในที่นี้หมายถึง " แม่พิมพ์ "
พระเครื่องฯกว่า 90% มีแม่พิมพ์เป็นต้นกำเหนิด แม่พิมพ์จะเป็นตัวกำหนดว่า "เก๊! หรือ แท้!" วงการเขาจะกำหนดเรียกขาน ชื่อของพิมพ์ว่าเป็นพิมพ์อะไร? พิมพ์..จึงเป็นตัวกำหนดหลักฯแรก ของพระเครื่องฯ " ผิดพิมพ์ คือ.. ของเทียมเลียนแบบ " คำว่า ผิดพิมพ์ จะแสดงออกมาได้หลายแบบครับ. เช่น.
- ของแท้! เป็นพระปั๊ม แต่ที่ถืออยู่ในมือ..หล่อ , ฉีด
- มีตำหนิ เอกลักษณ์ เส้นวิ่งเส้นขาดเส้นเกิน แตกต่างออกไป ตัวอักษรฯเล็กไปบ้าง ใหญ่เกินไป คมเกินไป เบลอเกินไป ดูเพี้ยนๆไปหมด
- ผิดลักษณะไปจากของแท้ เช่น. แอ่นหน้า-เว้าหลัง , หน้าอูม-หลังเรียบ , เว้าหน้า-หลังเรียบ , หน้าเรียบ-หลังเว้า(หลังกะทะ)
ก็โม้..ไปเรื่อยเปื่อยครับ.ตามประสาคนอยากคุย สำหรับวันนี้เอาแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน ว่างๆจะเอา " คำสุภาษิต-คำพังเพย " คำอื่นๆมาตีความให้อ่านอีกนะครับ. สวัสดี..จ้า!
ได้ความรู้ดีครับท่าน 
เรื่อง ช้าง ให้ดูที่หาง ถูกต้องครับ ผมก็ได้รับทราบมาอย่าง คุณหนุ่ย บอกเหมือนกัน แต่ก็มีเพิ่มเติมนิดหน่อยครับ สำหรับการดูเพศว่าเป็นตัวเมีย หรือตัวผู้ คนเก่าแก่ท่านบอกเอาไว้ว่า ถ้า "หางชี้" ละก็ เพศเมีย แน่นอน ไม่ผิด
ส่วนดู นาง ให้ดูที่ แม่ คนเก่าแก่ท่านก็บอกอีกน่ะแหละว่า ให้ดูยาวไปถึง "ยาย" เลย ถ้าหญิงตระกูลไหน มียายอายุเกิน 60 ขวบ ขึ้นไปละก็ ให้หลีกห่างซะให้ไกลๆ ท่านบอกว่า "ตายยาก" ครับ และเป็นกรรมพันธ์ ยิ่งถ้า ยาย หรือ แม่ยาย ด่าเก่งๆด้วยแล้ว คนที่จะตายก่อน นาง ที่ท่านจะเอามาทำ เมีย ก็คือตัวท่านนั่นแหละครับ อาจจะตายก่อนกำหนด โดยผูกคอตาย หรือ โดดน้ำตาย หนีเสียงด่าไปซะก่อนถึงวัยอันสมควร
เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่ได้รับฟังมานะครับ ไม่ได้ กุเรื่อง หรือแต่งขึ้นมาเอง รับรองด้วยเกียรติของลูกเสือ ชู 3 นิ้ว เลย ครับผม
เรื่อง ช้าง ให้ดูที่หาง ถูกต้องครับ ผมก็ได้รับทราบมาอย่าง คุณหนุ่ย บอกเหมือนกัน แต่ก็มีเพิ่มเติมนิดหน่อยครับ สำหรับการดูเพศว่าเป็นตัวเมีย หรือตัวผู้ คนเก่าแก่ท่านบอกเอาไว้ว่า ถ้า "หางชี้" ละก็ เพศเมีย แน่นอน ไม่ผิด
ส่วนดู นาง ให้ดูที่ แม่ คนเก่าแก่ท่านก็บอกอีกน่ะแหละว่า ให้ดูยาวไปถึง "ยาย" เลย ถ้าหญิงตระกูลไหน มียายอายุเกิน 60 ขวบ ขึ้นไปละก็ ให้หลีกห่างซะให้ไกลๆ ท่านบอกว่า "ตายยาก" ครับ และเป็นกรรมพันธ์ ยิ่งถ้า ยาย หรือ แม่ยาย ด่าเก่งๆด้วยแล้ว คนที่จะตายก่อน นาง ที่ท่านจะเอามาทำ เมีย ก็คือตัวท่านนั่นแหละครับ อาจจะตายก่อนกำหนด โดยผูกคอตาย หรือ โดดน้ำตาย หนีเสียงด่าไปซะก่อนถึงวัยอันสมควร
เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่ได้รับฟังมานะครับ ไม่ได้ กุเรื่อง หรือแต่งขึ้นมาเอง รับรองด้วยเกียรติของลูกเสือ ชู 3 นิ้ว เลย ครับผม




