หลวงพ่อแล วัดพระทรง พระราหูกะลาตาเดียว หลังจารมือ ปี 39 แคล้วคลาด เมตตามหานิยม คัดสวย พร้อมซอง GP490-จี พระเครื่อง
VIP
พระแท้ เนื้องาม ถ่ายรูปจากองค์จริงทุกรายการ รับประกันความพึงพอใจ Tel : 080-837-3460 Line ID: ackeeoa

หมวด เครื่องรางของขลัง

หลวงพ่อแล วัดพระทรง พระราหูกะลาตาเดียว หลังจารมือ ปี 39 แคล้วคลาด เมตตามหานิยม คัดสวย พร้อมซอง GP490

หลวงพ่อแล วัดพระทรง พระราหูกะลาตาเดียว หลังจารมือ ปี 39 แคล้วคลาด เมตตามหานิยม คัดสวย พร้อมซอง GP490 - 1 หลวงพ่อแล วัดพระทรง พระราหูกะลาตาเดียว หลังจารมือ ปี 39 แคล้วคลาด เมตตามหานิยม คัดสวย พร้อมซอง GP490 - 2 หลวงพ่อแล วัดพระทรง พระราหูกะลาตาเดียว หลังจารมือ ปี 39 แคล้วคลาด เมตตามหานิยม คัดสวย พร้อมซอง GP490 - 3 หลวงพ่อแล วัดพระทรง พระราหูกะลาตาเดียว หลังจารมือ ปี 39 แคล้วคลาด เมตตามหานิยม คัดสวย พร้อมซอง GP490 - 4 หลวงพ่อแล วัดพระทรง พระราหูกะลาตาเดียว หลังจารมือ ปี 39 แคล้วคลาด เมตตามหานิยม คัดสวย พร้อมซอง GP490 - 5
ชื่อร้านค้า จี พระเครื่อง - (คลิ๊กที่นี่เพื่อดู ข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้า)
ชื่อเจ้าของร้านค้า
ชื่อพระเครื่อง หลวงพ่อแล วัดพระทรง พระราหูกะลาตาเดียว หลังจารมือ ปี 39 แคล้วคลาด เมตตามหานิยม คัดสวย พร้อมซอง GP490
อายุพระเครื่อง 23 ปี
หมวดพระ เครื่องรางของขลัง
ราคาเช่า
950 บาท
เบอร์โทรติดต่อ โทร 080-837-3460 Line ID: ackeeoa
อีเมล์ติดต่อ gee.amulet@gmail.com
LINE
(คลิ๊กที่นี่เพื่อเพิ่มเพื่อนกับเจ้าของร้าน)
สถานะ พระมาใหม่
Facebook
เปิดให้เช่าตั้งแต่วันที่ พ. - 11 ก.ย. 2562 - 18:12.00
แก้ไขข้อมูลล่าสุดเมื่อ อ. - 17 ก.ย. 2562 - 23:26.05
รายละเอียด

กะลาแกะราหูอมจันทร์ หลังจารมือ นะ โม พุท ธา ยะ เชื่อกันว่า ดีทางเมตตามหานิยม แคล้วคลาด มหาอุด และป้องกันภูตผีปีศาจ ช่วยป้องกันภัยต่างๆ เมื่อยามดวงชะตาตก กะลาพระราหู จะช่วยแก้ ช่วยพยุงให้ดวงชะตาดีขึ้นดังเดิม รวมทั้งเรื่องเมตตาด้วย ขนาดสูง 3.4 x 2.2 ซ.ม. ขนาดกำลังเลี่ยมแขวน คัดสวยกริบมากๆค่ะ ไม่ต้องลังเลแต่อย่างใด ได้ไปบูชา คุ้มสุดๆค่ะ

หลวงพ่อแล วัดพระทรง จ.เพชรบุรี " พระดีมีวิชา ศิษย์ 15 คณาจารย์ดัง " ท่านเป็นศิษย์สายหลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง และหลวงพ่อเพลิน วัดหนองไม้เหลือง อดีต ๒ พระเกจิชื่อดังแห่งเมืองเพชร
เป็นเกจิอาจารย์แห่งเพชรบุรีที่มีชื่อเสียงโด่งดัง โดยเฉพาะในเรื่องของการสักยันต์ที่เลืองลือมานาน
มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ท่านยังสร้างและปลุกเสกวัตถุมงคลครื่องรางของขลัง พุทธคุณดีในทางแคล้วคลาด เมตตามหานิยม ทำมาค้าขายกำไร นับเป็นสิ่งมงคลที่ทรงคุณค่า ครบเครื่องเรื่องพุทธคุณไว้เป็นที่พี่ง เพื่อปกป้องคุ้มกันภยันอันตรายต่างๆ

“เพชรบุรี” เมืองที่ไม่เคยสิ้นพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคม ในยุคปัจจุบันมีอยู่ด้วยกันหลายรูป อาทิ หลวงพ่ออุ้น วัดตาลกง อ.ท่ายาง, หลวงพ่อตัด วัดชายนา อ.ท่ายาง,หลวงพ่อย้อน วัดโตนดหลวง อ.ชะอำ,หลวงพ่อหวล วัดนิคมวชิราราม อ.ชะอำ,หลวงพ่อเฮง วัดห้วยทรายใต้ อ.ชะอำ ฯลน
และอีกหนึ่งรูปที่โด่งดังขมังเวทย์คือ “หลวงพ่อแล ทิตัพโพ” วัดพระทรง จ.เพชรบุรี ศิษย์สายหลวงพ่อทองสุข วัดโตนดหลวง และหลวงพ่อเพลิน วัดหนองไม้เหลือง ที่เพิ่งมรณภาพลงเมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา ท่ามกลางความอาลัยรักของสานุศิษย์ชาวเมืองเพชร และผู้เคารพเลื่อมใสทั่วสารทิศ

ท่านเป็นสายเลือดชาวเพชรบุรี มีนามเดิมว่า “ แล วาดวงศ์” (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น อยู่วงศ์) เกิดเมื่อวันพุธที่ 19 ก.ค. 2459 ที่บ้านไร่สัตว์ ต.ไร่มะขาม อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี บิดาชื่อ “อยู่” มารดา ชื่อ “ทอง” เป็นบุตรคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 7 คน วัยเด็กมีนิสัยอ่อนโยน รักวิชาศิลปะ การดนตรีปี่พาทย์ไทย
อายุ 14 ปีได้บรรพชาเป็นสามเณร กระทั่งอายุครบ 20 ปี จึงอุปสมบท ณ วัดหนองไม้เหลือง จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2497 โดยมีพระอุปัชฌาย์คือ หลวงพ่อใหม่ วัดเขาทะโมน และมีหลวงพ่อยอด วัดหนองไม้เหลือง เป็นพระกรรมวาจารย์ หลวงพ่อเพลิน วัดหนองไม้เหลือง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายาว่า “ทิตัพโพ” จากนั้นได้จำพรรษาอยู่ที่วัดหนองไม้เหลือง ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่วัดพระทรงเมื่อ พ.ศ.2498 จนถึงปัจจุบัน

ท่านปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดในพระธรรมวินัย และมีความสนใจร่ำเรียนวิชาความรู้ เพราะท่านตระหนักอยู่เสมอ ว่าวิชาความรู้ยิ่งเรียนมาก ยิ่งมีคุณประโยชน์ และไม่มีวันสูญสลาย โดยได้ศึกษากับครูบาอาจารย์เฉพาะในเพชรบุรีเพียงจังหวัดเดียวถึง 7 ท่าน
เริ่มจากหลวงพ่อเพลิน วัดหนองไม้เหลือง อ.เมือง เรียนวิชาถอนพิษแมลงต่าง ๆ หลวงพ่อทองสุข วัดโตนดหลวง อ.ท่ายาง เรียนวิชาสักยันต์ครู ซึ่งเป็นยันต์สูงสุดของการสัก เป็นยันต์แรกที่เรียกว่า “หัวใจพระราม” มีหน้าที่ควบคุมยันต์ตัวต่าง ๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นลิงลม,หนุมาน,พญาหงส์เงิน-หงส์ทอง ฯลฯ
สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2481 และปี พ.ศ.2484 เมื่อครั้งเกิดสงครามอินโดจีน หลวงพ่อแลก็เป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ทหารไทยและทหารต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น เยอรมัน อิตาลี อเมริกา สิงคโปร์ และมาเลเซีย ได้รอดชีวิตมาจากการออกรบอย่างเหลือเชื่อ ก็ด้วยวิชาสักยันต์ที่ท่านได้ร่ำเรียนมา
หลวงพ่อชิต วัดมหาธาตุวรวิหาร อ.เมือง สอนวิชาโหราศาสตร์ ซึ่งวิชานี้ทำให้ท่านมีสัมผัสที่ 6 สามารถทราบเหตุการณ์ต่าง ๆได้ล่วงหน้าเสมอ ๆ ท่านได้ศึกษาวิชาพระขรรค์จากหลวงพ่อโสก วัดปากคลอง อ.บ้านแหลม นับเป็นเครื่องรางของขลังที่มีชื่อเสียงของท่านอย่างหนึ่ง และได้เรียนวิชาตะกรุดโทน ตะกรุดแฝด จากหลวงพ่อผัน วัดมหาธาตุวรวิหาร อ.เมือง
ท้ายสุดท่านได้เรียนสักตัวมหาเมฆ จากคุณพ่อต่อ คุณพ่อจันทร์ ศิษย์พระครูสันต์ วัดเขาวัง อ.เมือง พระเถราจารย์สมัยรัชกาลที่ 5 สำหรับการสักตัวมหาเมฆนี้ ในประเทศไทยมีหลวงพ่อแลเพียงรูปเดียวเท่านั้นที่สักได้
ในปี พ.ศ 2489 ก็มีเหตุการณ์อันไม่คาดฝัน ผลักดันชีวิตของท่านให้ต้องแปรเปลี่ยน โดยขณะที่ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดมหาธาตุ ได้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงกับครอบครัวและญาติโยมของท่าน เมื่อมีโจรเข้าปล้นเงินทอง ทำร้ายโยมมารดาและพี่น้องทุกคนเสียชีวิต (โยมบิดาเป็นอัมพาต และได้เสียชีวิตไปก่อนแล้ว) ท่านต้องนำเงินจากการขายทองคำหนัก 6 บาท ที่พวกโจรรีบร้อนทำตกไว้ เพื่อนำไปจัดงานเผาศพทุกคน
จากเหตุการณ์นี้ เป็นเหตุให้ท่านตัดสินใจออกเดินธุดงค์ด้วยเท้าเปล่า เพื่อปฏิบัติธรรมและแสวงหาความรู้ มาช่วยคนรุ่นหลังที่ต้องถูกทำร้ายโดยไม่มีทางสู้ โดยออกเดินทางจากจ.เพชรบุรี มุ่งสู่จ.นครปฐม เรียนวิชากะลาตาเดียว ราหูอมจันทร์ และเสริมดวงกับ หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง อ.เมือง เรียนวิชาลงนะหน้าทองกับหลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม อ.ดอนตูม และวิชาผงยาจินดามณี ที่ทำมาจากเบี้ยแก้ กับหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว อ.เมือง
จากนั้นได้เดินทางสู่จ.สมุทรสาคร เรียนวิชาชูชกกับหลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน อ.เมือง และเรียนวิชาตะกรุดไม้ไผ่ จากหลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ อ.กระทุ่มแบน ก่อนเข้าสู่กรุงเทพฯฝั่งธนบุรี เรียนวิชาเบี้ยแก้ กับหลวงปู่รอด วัดนายโรง ตลิ่งชัน แล้วมุ่งไปมืองอยุธยา เรียนวิชาตะกรุดพวง และยันต์หัวใจ ปลาตะเพียนมหาลาภจากหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อ.บางไทร เสร็จแล้วเดินทางขึ้นเหนือถึงจ.นครสวรรค์ เรียนวิชาศาสตรามีดหมอจากหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ อ.ตาคลี และสุดท้ายย้อนมาทางภาคตะวันออก มาเป็นลูกศิษย์หลวงปู่อี๋ วัดสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เรียนวิชาคุณปลัด
ปกติเกจิดัง ๆ โดยทั่วไป จะมีอาจารย์ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้อย่างมากก็เพียง 6-7 ท่าน แต่สำหรับหลวงพ่อแลมีมากถึง 15 ท่าน ซึ่งแต่ละท่านก็ล้วนแต่มีชื่อเสียงโด่งดัง ยากจะหาใครเปรียบ ด้วยเหตุนี้จึงต้องอธิบายเลยว่า สุดยอดของความรู้ทุกอย่างของทุกอาจารย์ได้มารวมอยู่ที่หลวงพ่อแล นับเป็นบุญของชาวเพชรบุรีที่ไม่ต้องดั้นด้นไปค้นหาเกจิอาจารย์ที่ไหนอีกแล้ว
ท่านเหมือนจะเกิดมาเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น บำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม และบูรณะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชาทางพระพุทธศาสนาโดยแท้ คราใดที่ลูกศิษย์ต้องการให้ท่านหยุดพักการสัก ปรากฏว่าทุกครั้งก็จะเกิดเหตุร้ายแรงกับสุขภาพของท่านเสมอ ๆ เช่นปีพ.ศ. 2538 กระเพาะอาหารทะลุเกือบใช้การไม่ได้ ปีพ.ศ.2544 เป็นหนักถึงกับต้องเจาะคอ ซึ่งทรมานมาก และประมาณต้นปีพ.ศ.2548 ปอดติดเชื้ออย่างแรง พอถึงกลางปีพ.ศ.2548 อาการหนักต้องเข้าห้องไอซียูนับครั้งไม่ถ้วน ต้องย้ายเปลี่ยนโรงพยาบาลถึง 4 แห่ง เข้าพักรักษาตัวอยู่นานถึง 16 เดือน สิ้นค่ารักษาประมาณนับ 10 ล้านบาท กระทั่งวันที่ 1 ธ.ค.2549 แรงอธิษฐานของหลวงพ่อแล และคณะศิษย์ช่วยให้ท่านมีอาการดีขึ้น และสามารถกลับกุฏิได้ หลังจากพักฟื้นได้ระยะหนึ่ง ท่านจึงสร้างและปลุกเสก พระพิฆเนศวร รุ่น “สมปรารถนา” เพื่อ แจกลูกศิษย์ลูกหาที่มาร่วมทอดผ้าป่าเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 50 โดยนำเงินมาบูรณะมณฑปวัดพระทรง
หลังจากนั้นต้นปีพ.ศ.2551 นี้ ท่านได้จัดสร้างและพระพิฆเนศ เนื้อผง รุ่น “แก้วมหามงคล” ด้านหน้ารูปพระพิฆเนศ 4 กรถือลูกแก้ว ด้านหลังรูปหนุมานเชิญธงขี่สิงห์ โดยอธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยวเพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่แก่ศิษยานุศิษย์
กระทั่งช่วงเช้าของวันที่ 10 มี.ค. 51 ที่ผ่านมา ท่านก็ละสังขารลงด้วยอาการสงบ สิริอายุ 92 ปี 54 พรรษา

ส่ง EMS พร้อมประกันภัยสูญหาย ฟรี ทุกรายการค่ะ
080-837-3460 Line ID : ackeeoa
กดไลค์ กดแชร์ วัตถุมงคลสวยๆได้ที่เพจของทางร้านเลยนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ
www.facebook.com/geeamuletshop


พระเครื่องที่เกี่ยวข้อง...

Top