พระสมเด็จฯ วัดระฆัง

พระสมเด็จฯ วัดระฆัง

บทความพระเครื่อง เขียนโดย wison

wison
ผู้เขียน
บทความ : พระสมเด็จฯ วัดระฆัง
จำนวนชม : 7001
เขียนเมื่อวันที่ : พฤ. - 24 ก.ย. 2552 - 14:16.53
แก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ : พฤ. - 04 มี.ค. 2553 - 20:26.16
(คลิ๊กที่ชื่อผู้เขียนผู้ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้เขียน)

ในชีวิตหนึ่งของชาวพุทธ ที่นิยมศึกษาพระเครื่องฯ และเลือกหาสะสมพระเครื่องฯที่ตนเชื่อมั่นศรัทธา พระเครื่องที่เป็นสุดยอดปรารถนา ทุกคนต่างใฝ่ฝัน อยากได้มาบูชาติดกายนั้น ไม่มีใครปฏิเสธได้คือ "พระสมเด็จฯ วัดระฆัง" ที่เสกสรรสร้างขึ้นมาโดยสมเด็จพุฒาจารย์(โต) ตั้งแต่ประมาณปีพุทธศักราช ๒๓๙๕ เป็นต้นมาจนท่านมรณภาพในปี ๒๔๑๕ นับจนถึงปัจจุบันได้ราว ๑๕๐ กว่าปี

นักนิยมพระเครื่องหลายท่าน คิดว่าไกลเกินเอื้อมไปที่จะคิด ที่จะอยากได้ บางคนก็เจียมเนื้อเจียมตัวบอกว่าเกินวาสนาตน หลายคนท้อถอยว่าเจอก็ยากแถมสูงค่าเหลือกำลังแล้วยังมีของเก๊ให้หนาวใจอีกเพียบ!!!!  เลยปฏิเสธที่จะศึกษา หารู้ไม่ว่า มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับล้าน เอาไว้เช่าบูชา "พระสมเด็จวัดระฆัง"แท้ๆสักองค์ก็ยังได้

วันนี้เรามาตั้งต้นกันใหม่ เพราะความแน่นอนที่สุดในโลกนี้คือ "ความไม่แน่นอน" หมายความว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ ยากจกอาจกลายเป็นเศรษฐีในช่วงพริบตา สาวสามัญอาจกลายเป็นเจ้าหญิงเลอโฉมในชั่วข้ามคืน แล้วเหล่านักสะสมที่พากเพียร ทั้งศึกษาพระเครื่อง ศึกษาธรรมโอวาท ปฏิบัติธรรมตามคำของท่าน หมั่นท่องบ่นสวดมนต์คาถาที่ท่านบอก จะไม่มีโอกาสบ้างเลยเชียวหรือ ???

ขอเริ่มต้นด้วยการศึกษาเกี่ยวกับท่านผู้สร้างก่อนดังนี้ ชาติภูมิเดิมชื่อโต บุตรนางผุด บิดาไม่เป็นที่ปรากฏ ตาชื่อนายผล ยายชื่อนางลา ถือกำเนิดในแผ่นดินรัชกาาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 5 ขึ้น 12 ค่ำปีวอก ตรงกับวันที่ 17 เมษายน พุทธศักราช 2331 สัมฤทธิศก จุลศักราช 1150 เวลาประมาณ 06.54 น. เดิมเป็นชาวบ้านท่าอิฐ อำเภอบ้านโพ (อำเภอเมือง ปัจจุบัน) จังหวัดอุตรดิตถ์ ต่อมาฝนแล้งติดต่อกันหลายปี การทำนาไม่ได้ผล จึงต้องย้ายภูมิลำเนาไปอยู่กับยาย ที่บ้านไก่จันตำบลท่าหลวงอำเภอท่าเรือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ต่อมามารดาได้ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่ตำบลบางขุนพรหม และได้มอบให้เป็นศิษย์ท่านเจ้าคุณอรัญญิก เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร เพื่อการศึกษาอักขรสมัย เมื่ออายุครบ 12 ปีบริบูรณ์ ตรงกับปีวอก พ.ศ. 2342 ได้บรรพชาเป็นสามเณร โดยมีพระบวรวิริยะเถร (อยู่) เจ้าอาวาส วัดบางลำภู(วัดสังเวชวิศยาราม-ปัจจุบัน)เป็นพระอุปัชฌาย์ ภายหลังได้ย้ายไปอยู่วัดระฆังโฆษิตาราม เพื่อการศึกษาพระปริยัติธรรมกับสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (นาค เปรียญเอก) สามเณรโต เป็นผู้ที่มีวิริยะ อุสาหะในการศึกษาเป็นอย่างดี มีวัตรปฏิบัติที่น่าเลื่อมใส จนปรากฏว่า พระบาทสามเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อครั้งดำรงพระยศเป็นสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทรทรงโปรดปรานมาก ทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้พระราชทานเรือกราบกัญญาหลังคากระแชง ให้ท่านใช่สอยตามอัธยาศัย

เมื่ออายุครบ 20 ปีตรงกับปีเถอะ พ.ศ. 2350 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯให้อุปสมบทเป็นนาคหลวง ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) โดยมีสมเด็จพระสังฆราช(สุก) วัดมหาธาตุเป็นพระอุปชาฌาย์ ให้ฉายาว่า "พรหมรังสี" และเรียกว่าพระมหาโตตั้งแต่นั้นเป็นตันมา


สมณศักดิ์

1. พระธรรมกิตติ สถาปนาพร้อมตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดระฆังโฆษิตราม โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระสมเด็จฯ วัดระฆัง
พระสมเด็จฯ วัดระฆัง
Top