พระอุปัชฌาย์บุญ ปุญญฺโชโต วัดสุคันธศีลาราม(หอมศีล) ตอนเล่าเรื่องจากความทรงจำ

พระอุปัชฌาย์บุญ ปุญญฺโชโต วัดสุคันธศีลาราม(หอมศีล) ตอนเล่าเรื่องจากความทรงจำ

บทความพระเครื่อง เขียนโดย punch18

punch18
ผู้เขียน
บทความ : พระอุปัชฌาย์บุญ ปุญญฺโชโต วัดสุคันธศีลาราม(หอมศีล) ตอนเล่าเรื่องจากความทรงจำ
จำนวนชม : 897
เขียนเมื่อวันที่ : ศ. - 06 ต.ค. 2560 - 17:51.46
(คลิ๊กที่ชื่อผู้เขียนผู้ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้เขียน)

ประวัติหลวงพ่อพระอุปัชฌาย์ บุญ   ปุญฺญโชโต  วัดสุคันธศีลาราม (วัดหอมศีล) 

ต.หอมศีล  อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

จากสี่แยกบางนา วิ่งตามถนน บางนา – ตราด ประมาณ กม.35 ด้านขวามือ

ฝั่งขาเข้า กทม. จะพบซุ้มประตูวัดหอมศีล เลี้ยวเข้าไปในซอยประมาณ4 กม.

จะพบกับวัดหอมศีลใต้ หรือวัดสุคันธศีลาราม ซึ่งในอดีตเคยมีพระสงฆ์องค์สำคัญ

ที่ชาวหอมศีลและพื้นที่ใกล้เคียง ให้ความเคารพนับถือมาช้านาน

ด้วยปฏิปทาศีลาจารวัตร ความเข้มขลังในพุทธาคม และการช่วยเหลือประชาชนในด้านการรักษาโรค

ทั้งโรคในแบบปกติ และโรคที่เกิดจากไสยเวทย์มนต์ดำ

ท่านคือ หลวงพ่อพระอุปัชฌาย์ บุญ   ปุญฺญโชโต  แห่งวัดสุคันธศีลาราม

หรือที่คนในสมัยก่อนจะเรียกท่านว่า หลวงพ่อเป๋  นั่นเอง

 

ประวัติวัดวัดสุคันธศีลาราม (วัดหอมศีลใต้) 

 วัดสุคันธศีลาราม ( วัดหอมศีล )เป็นวัดที่สำคัญวัดหนึ่งของฉะเชิงเทรา เป็นวัดเก่าแก่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์

แต่หมู่บ้านหอมศีลเป็นหมู่บ้าน 2 จังหวัด คืออยู่สมุทรปราการด้วยเช่นกัน มีคลองหอมศิลกั้นกลางระหว่างฉะเชิงเทรา

และ สมุทรปราการ จึงเป็นวัดสำคัญของชาวสมุทรปราการด้วยเช่นกัน

และ เป็นวัดที่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอัษฏางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา

พระโอรสรัชกาลที่ ๕ ทรงบูรณปฏิสังขรณ์พระอาราม และ ทรงสร้าง ศาสนสถานวัดหลายแห่ง

ซึ่งล้วน แต่มีคุณค่าทางศิลปกรรม กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนพระอุโบสถเป็นโบราณสถานแห่งชาติ

เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๒ ต่อมาทางวัด และ บริษัท มรดกโลก จำกัด

จึงได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์พระอารามให้อยู่ในสภาพดีดังเดิม เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕ -๒๕๓๐ ตั้งแต่เริ่มสร้างวัดมาจนปัจจุบัน มีเจ้าอาวาส 6 องค์

1. พระอธิการ อิ่ม

2.พระอาจารย์ จ้อย

3.พระอาจารย์ บุญ ( พระอุปัชฌาย์บุญญาโชติ ตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอบางปะกง )

ท่านอาจารย์ บุญเป็นพระที่ชาวบ้านนับถือมาก รวมทั้ง

สมเด็จ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอัษฏางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา

ด้วยทรงนับถือและเลื่อมใสท่านอาจารย์ บุญมาก จึงทรงศรัทธาบูรณปฏิสังขรณ์

วัดหอมศิลซึ่งศาสนสถานต่างๆ ในช่วงนี้ส่วนใหญ่พระองค์ทรงสร้างถวายวัด เป็นจำนวนมาก

ในช่วงระหว่าง พ.ศ. ๒๔๕๕ - ๒๔๖๕ ทรงสร้างศาสนสถาน ๑๑ แห่ง

 4.พระอาจารย์ลี ( พระครูลี )

 5พระ.อาจารย์ น้อม ( พระอธิการน้อม สีลวัณโณ )

 6.พระอาจารย์หนู ( พระครูสุคนธสีลากร )   (ขอขอบคุณข้อมูลจากวิถีพีเดีย)

 

สำหรับประวัติของหลวงพ่อบุญ ปุญฺญโชโต นั้น  ผมได้สัมภาษณ์จากคุณตาล้อม เป็นคนหอมศีล

ตอนเด็กๆท่านเป็นเด็กวัดที่อยู่รับใช้หลวงพ่อบุญ ตอนที่ข้าพเจ้าสัมภาษณ์นั้นคือปี 2549

ท่านมีอายุ86ปี (ปัจจุบันปี2560ท่านเสียไปหลายปีแล้ว ผมเองก็ได้ไปงานฌาปนกิจคุณตามาด้วย)

 

หลวงพ่อพระอุปัชฌาย์ บุญ   ปุญฺญโชโต  ท่านเกิด และบวชเมื่อใด

ข้าพเจ้าไม่สามารถจะสืบค้นได้ แต่หลวงพ่อท่านเป็นคนหอมศีลนี้เอง เรื่องที่คุณตาล้อมเล่าให้ข้าพเจ้าฟัง มีดังนี้

1.เรื่องธุดงค์ของหลวงพ่อ

หลวงพ่อบุญ ท่านจะธุดงค์ทุกปี โดยธุดงค์ไปกับ คณะของหลวงพ่อปาน คลองด่าน

โดยส่วนมากธุดงค์ไปทางสระบุรี ไปไหว้พระพุทธบาท พระพุทธฉาย ตามสมัยนิยมของการธุดงค์สมัยก่อน 

มักจะมีเป้าหมายไปไหว้พระพุทธบาท สระบุรี ทางเขาเขียว ศรีราชาก็มีไป 

และในการธุดงค์นั้นหลวงพ่อก็มักจะถูกลองของ จากหมออาคมในพื้นที่อยู่บ่อยๆ

ด้วยยาสั่งบ้าง เสกหนังควาย จะให้เข้าตัวหลวงพ่อบ้าง แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรท่านได้

และเวลาเดินธุดงค์หลวงพ่อจะบอกให้พระที่ร่วมธุดงค์ ไปคอยท่านที่ข้างหน้า

จุดตรงนั้นๆ ท่านจะตามไปทีหลัง แต่พอไปถึงจะพบว่าหลวงพ่อท่านคอยอยู่แล้ว 

ทั้งๆที่หลวงพ่อท่านขาเสียข้างหนึ่ง (ขาข้างขวาของหลวงพ่อเป๋ข้างหนึ่ง)

และในระหว่างการธุดงค์นั้น หากว่าทางหมู่บ้าน หรือทางวัดมีเรื่อง  หรือมีใครเป็นอะไร 

ท่านจะกลับมาถึงวัดทันที โดยที่ทางนี้ไม่ได้ส่งคนไปบอกข่าวแต่อย่างใด

ตรงนี้ผมขออธิบายเพิ่มเติมว่า ในสมัยก่อน พระสงฆ์ท่านนิยมออกธุดงค์  กันเป็นเรื่องปกติ

พออกพรรษาแล้ว พระที่บวชใหม่ๆ ก็จะติดตามพระอาจาย์ของท่าน  ออกธุดงค์ไปตามที่ต่างๆ 

โดยเฉพาะ พระบาท สระบุรี นั้นนิยมไปกราบสักการะ กันมาก 

ในระหว่างทางที่ธุดงค์ไป ก็เป็นการฝึกจิด และทดสอบสมาธิ วิชาต่างๆ ที่ได้ร่ำเรียนกันมา

เรียกว่าออกภาคสนามก็ได้  ในเขตสมุทรปราการนั้น  หลวงพ่อปาน คลองด่านนั้น

ท่านเป็นพระอาจารย์ใหญ่  จะมีพระติดตามท่านธุดงค์ไปมาก หลวงพ่อบุญ เองท่านก็เป็นเหมือนหัวหน้าสาย

  นำพระร่วมธุดงค์ไปด้วย  ในการธุดงค์นั้น  ตามรายทาง ก็อาจจะต้องพบกับภยันตรายต่างๆ 

จากหมออาคมที่ต้องการลองวิชาบ้าง จากภูตผี หรือสัตว์ร้ายต่างๆ 

ดังนั้นจึงต้องมีหัวหน้าในการธุดงค์เพื่อคอยคุ้มครอง และแก้ไข อันตรายเหล่านี้ 

ให้กับพระที่เพิ่งเริ่มฝึกฝน จนกว่าจะไปถึงจุดหมายในการธุดงค์

2.หลวงพ่อเป็นพระหมอ

หลวงพ่อบุญ ท่านเป็นที่พึ่งของชาวบ้าน  ในการรักษาโรคต่างๆ แก้คุณไสย งูพิษกัด เหน็บชา อัมพฤกษ์ อัมพาต ฯลฯ

โดยหลวงพ่อจะมี หวาย มีดหมอ เวลาหลวงพ่อไล่ผี จะทำน้ำมนต์พรมด้วยและใช้หวายกำกับ

เช่นครั้งหนึ่งมีคนถูกงูกัด ญาติพี่น้องนำตัวไว้ที่บ้าน แล้วรีบมารับหลวงพ่อ

ไปรักษา พอมาถึงวัดเจอหลวงพ่อ ยังไม่ทันบอกกล่าวอะไร หลวงพ่อพูดขึ้นทันทีว่า

รู้แล้วๆ มันมาหากูแล้ว เดี๋ยวกูไปก็หาย แล้วหลวงพ่อก็ไปรักษาคนๆนั้นจนหาย

โดยที่ทุกคนก็ไม่รู้ว่า อะไร หรือใคร ไปบอกหลวงพ่อ

3.พิธีไหว้ครูของหลวงพ่อ

ในทุกๆปีหลวงพ่อจะจัดพิธีไหว้ครู  โดยจะมีประชาชนมาหาหลวงพ่อ

มารับการประพรมน้ำมนต์ และลงกระหม่อม

เรื่องนี้คุณตาเล่าให้ข้าพเจ้าฟังสั้นๆเท่านั้น  และยังไม่สามารถค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมได้

4.ชานหมากของหลวงพ่อ

หลวงพ่อท่านฉันหมาก แต่ไม่ค่อยให้ชานหมากกับใคร แต่ถ้ามีใครศรัทธาอยากได้

และท่านพิจารณาแล้วว่าเหมาะสมท่านก็ให้ (ชานหมากนี้เคยทราบว่ามีบางครอบครัวในหอมศีลยังมีตกทอดอยู่)

5.หลวงพ่อสร้างโรงเรียนด้วยไม้ตะเคียน

ในสมัยก่อน ตามทุ่งนาในเขต อ.บางบ่อ และใน ต.หอมศีล จะมีตอไม้ตะเคียนที่จมอยู่ตามท้องนา

หลวงพ่อจะพาลูกศิษย์ ไปเลื่อยเอามาทำพื้นโรงเรียนวัดหอมศีล 

ตอนที่ข้าพเจ้าไปทำงานอยู่ที่หอมศีล ก็ยังเคยไปดูโรงเรียนวัดหอมศีล

เห็นมีอาคารไม้เก่าๆ อยู่เหมือนกัน แต่ไม่ทราบว่าหลังไหนที่หลวงพ่อสร้างไว้

6.เรื่องขาที่เสียของหลวงพ่อ

หลวงพ่อบุญ ปุญญฺโชโต ท่านมีขาที่เสียข้างขวา โดยขาลีบจากหัวเข่าลงไป

ขาที่เสียนั้น ไม่ได้เสียแต่กำเนิด  แต่มาเสียภายหลังบวชแล้ว

คนสมัยก่อนจึงเรียก ท่านว่าหลวงพ่อเป๋ บ้าง ดังที่เขียนไว้ในเหรียญที่สร้างภายหลัง จะเขียนว่า

หลวงพ่อพระอุปัชฌาย์บุญ(เป๋)  ปุญญฺโชโต  สำหรับสาเหตุที่ขาหลวงพ่อเสียนั้น

ข้าพเจ้าได้ยินมาหลายแบบ จึงยังไม่ขอสรุป แต่ตรงกันว่าเป็นเรื่อง ไสยศาสตร์ 

ถึงหลวงพ่อจะขาเสีย แต่ก็สามารถปฏิบัติกิจของสงฆ์ได้อย่างปกติ

อย่างที่กล่าวไว้แล้วว่าเวลาเดินธุดงค์เดินตามท่านไม่ทันแล้วกันครับ

7.การมรณภาพของหลวงพ่อ

หลวงพ่อมรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อปี2482 ตอนนั้นตาล้อมอายุ13-14ปี

ก่อนหลวงพ่อมรณภาพ ได้ย้ายไปพำนักที่กุฏิซึ่งปลูกอยู่ริมวัด 

เพื่อความสะดวกในการพยาบาล ซึ่งจะมีพระไปนอนเฝ้าพยาบาลท่าน 4-5องค์

ก่อนหลวงพ่อจะมรณภาพ ได้พูดกับพระที่มาพยาบาล หลายครั้งว่า

 “มันมาแล้วโว้ย  มันมาเอากูไปแน่”  โดยไม่สะทกสะท้านต่อความตาย

แต่พระที่พยาบาลอยู่ก็ไม่ได้ถามต่อว่า ใครหรืออะไรจะมา  เพราะก่อนหลวงพ่อจะมรณภาพนั้น

ผู้ที่ไปพยาบาล จะเห็นหรือได้ยิน หลวงพ่อ สนทนากับสิ่งที่ไม่มีตัวตนอยู่บ่อยครั้ง

แต่ก็ไม่มีใครกล้าถามอะไร...

8.การฌาปนกิจสังขารของหลวงพ่อ

เมื่อหลวงพ่อมรณภาพแล้ว ทางวัดก็ได้จัดการพิธีทางศาสนาต่างๆ และได้จัดทำการเผา

โดยเป็นการเผาแบบเชิงตะกอน ตามแบบยุคเก่า เรียกง่ายๆว่าเผาด้วยฟืนแบบกลางแจ้ง

ทำการเผาเวลาประมาณ1ทุ่ม  ตอนเผามีจันทรคราส เกิดขึ้น

เผาเสร็จแล้วเหลืออัฐิธาตุไม่มากนัก ทางวัดได้เก็บอัฐิของหลวงพ่อใส่โกศเก็บไว้

ในกุฏิ หลวงพ่อลี (ศิษย์และเจ้าอาวาสองค์ต่อมา)  ปัจจุบันไม่ทราบว่าทางวัดเก็บรักษาอยู่ที่ไหน

หมายเหตุ จันทรุปราคา เป็นปรากฏการณ์ ที่โลกบังแสงดวงอาทิตย์ไม่ให้ไปกระทบที่ดวงจันทร์
ในบริเวณดวงอาทิตย์ในวันเพ็ญ ( ขึ้น 15 ค่ำ ) โดยโลกอยู่ระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์
ทำให้เงาของโลกไปบังดวงจันทร์

8.หลวงพ่อเป็นศิษย์สายไหน

ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าหลวงพ่อเป็นศิษย์ของพระอาจารย์องค์ใดบ้าง

และหลวงพ่อก็ไม่เคยบอกใคร แต่ที่รุ้ว่าเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อปาน  คลองด่าน  เพราะ 

มีผู้หญิงชื่อจิ๋ว  (นามสมมติขอสงวนนามจริง) บ้านอยู่แถวๆวัดหอมศีล เป็นหญิงท้องแก่่

จะคลอดแต่ไม่คลอดสักที หมอตำแยและคนอื่นๆก็ช่วยกันหลายวิธี แต่ก็ไม่สำเร็จ 

จึงให้คนไปตามหลวงพ่อบุญมาช่วย

แล้วในช่วงนั้นมีวิญญาณมาเข้ายายจิ๋ว  บอกกับคนที่พยาบาลอยู่ว่า

 “ถ้าไม่ใช่หลวงพ่อปานหรือศิษย์หลวงพ่อปาน เอากูไม่ออกหรอก”

พอหลวงพ่อท่านมาถึง  วิญญาณในร่างยาย ก็แสดงท่าทางหวาดกลัว  และบอกว่ายอมแล้วๆ

โดยที่หลวงพ่อยังไม่ได้ทำอะไรเลย  วิญญาณบอกหลวงพ่อว่า

จะออกไปแล้วแต่จะทิ้งร่างไว้ในท้องยายจี๊ด

หลวงพ่อท่านไม่ยอม ทำน้ำมนต์ให้ยายจี๊ดกิน สุดท้ายยายจี๊ดคลอดเด็กออกมา แต่เป็นกระดูดติดเนื้อ ยุ่ยๆ

จากเรื่องราวนี้ จึงพออนุมานได้ว่าหลวงพ่อบุญ ท่านคงจะได้ร่ำเรียนวิชา จากหลวงพ่อปานใช่ไหมครับ

และอีกอย่างหนึ่งหลวงพ่อท่านก็ ร่วมธุดงค์ไปกับหลวงพ่อปาน ในทุกๆปี คงจะได้ร่ำเรียนมาในระหว่างธุดงค์เป็นแน่แท้

9.ศิษย์ของหลวงพ่อบุญ

เท่าที่ข้าพเจ้าพอจะสืบถามได้มีดังนี้

-พระอาจารย์ลี  ท่านเป็นศิษย์และเจ้าอาวาสวัดสุคันธศีลารามองค์ต่อมา  ทราบมาว่าท่านดุมาก

-หลวงพ่อใย  วัดเกาะแก้ว  เดิมอยู่วัดหอมศีล ภายหลังย้ายไปเป็นเจ้าอาวาส วัดเกาะแก้ว

-พระราชมงคลวุฒาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดโสธร  บวชกับหลวงพ่อบุญตอนเป็นเณร  แต่ตอนบวชพระ

หลวงพ่อบุญท่านสิ้นแล้ว  แต่พระอาจารย์ลี ไปร่วมงาน

10.พระเนื้อดินของหลวงพ่อ

ในช่วงที่หลวงพ่อยังมีชีวิตอยู่ ได้สร้างพระเนื้อดิน ไว้หลายพิมพ์  ประมาณการว่ามีสิบกว่าพิมพ์

โดยแม่พิมพ์ทำจากหินมีดโกน ซึ่งหลวงพ่อเป็นผู้แกะพิมพ์เอง

ดินที่ใช้เป็นดินกลางท้องนา ขุดลึกลงไปจนพบดินสีขาว โดยขุดในหน้าแล้ง

แล้วเอาใส่ภาชนะกลับมาวัด เมื่อรวบรวมดินมาพอแล้ว 

หลวงพ่อท่านจะนำดินมานวดพร้อมกับบริกรรมคาถาไปในขณะนวด เมื่อนวดได้ที่แล้ว จึงนำดินมาทำการพิมพ์พระ

ในการพิมพ์พระใช้วิธีเอาดินใส่แม่พิมพ์ แล้วเคาะออก ทำครั้งหนึ่งหลายร้อยองค์  หลังจากนั้นผึ่งพระให้แห้งดี

แล้วจึงทำการเผา โดยนำไปใส่ในเบ้านึ่งพระ เบ้านี้ทำจากดินเหนียวปั้นเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีขาสี่ขา เวลาเผาพระ

เอาพระใส่ลงในเบ้า 1องค์ต่อ1เบ้า (เบ้านี้ใช้ได้อีก) และใส่กะลาป่นลงไปในเบ้าให้ท่วมพระ 

เมื่อได้จำนวนพระพอแล้ว จึงเอาถ่านมาสุม แล้วเผาให้ไฟรุมไปเรื่อยๆ

สำหรับพระที่ทำเสร็จแล้ว หลวงพ่อเอาเก็บไว้ในห้องท่านบ้าง  ในเจดีย์บ้าง  ขุดหลุมฝังบ้าง 

และเอาไว้แจกคนที่ไปหาท่านบ้าง ที่นำไปติดผนังโบสถ์ก็มี

( หลวงพ่อยังเคยใช้ให้ตาล้อม เอาพระไปฝังโคนต้นไม้ในวัด 2 ไหย่อมๆ  เดี๋ยวนี้จะยังอยู่หรือไม่  ไม่ทราบได้)

พระเนื้อดินนี้ ประมาณการว่าสร้างมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ พ.ศ. 246กว่า  จนไปถึง2482

เมื่อหลวงพ่อมรณภาพ ก็ไม่มีการสร้างต่อ พระเนื้อดินนี้เป็นที่หวงแหนและเคารพศรัทธา

ของคนในพื้นที่ยิ่งนัก  แค่จะขอชมยังยาก  เป็นเพราะความศรัทธา และเชื่อถือในพุทธคุณ

เปรียบเสมือนเป็น เครื่องมงคลแทนองค์หลวงพ่อบุญทีเดียว ประสบการณ์มีมากมาย

ทั้งแคล้วคลาด คงกระพัน อธิฐานขอความสำเร็จ  และที่โดดเด่นคือ กันคุณไสย มนต์ดำ

และภูตผีปีศาจ ได้อย่าง ชะงัดนัก


สำหรับเหรียญ พระสมเด็จ รูปหล่อ รูปห้อยคอ แหวน ฯลฯ ล้วนสร้างไม่ทันหลวงพ่อ

(เหรียญทำครั้งแรกปี19 และทำต่อๆมา)  แต่ถึงแม้จะเป็นของที่ไม่ทันแต่ทางวัด

ก็ได้ขอบารมีต่อ หลวงพ่อบุญ ปุญญฺโชโต  เหรียญยุคแรกๆนั้น ไม่ได้จัดพิธีปลุกเสกอะไร

เพียงแต่นำไปวางต่อหน้ารูปหล่อของหลวงพ่อ แล้วอาราธนาบารมี ของหลวงพ่อ เท่านั้นเอง แต่กลับปรากฏ

อิทธิปาฏิหาริย์มากมาย  ประสบการณ์แคล้วคลาด คงกระพัน กันผีกันคุณไสย มีมากมาย

เมื่อครั้งที่ข้าพเจ้า(หนึ่ง สมุทรสาคร)ได้ไปทำงานที่หอมศีลนั้น 

ก็พบเห็นด้วยความแปลกใจว่า คนในท้องถิ่นนั้นล้วนแล้วแต่

แขวนพระเครื่องของหลวงพ่อบุญรุ่นที่สร้างทีหลัง กันทั้งนั้น
 
พระเนื้อดินเป็นของหายาก  ใครมีก็หวงแหน เก็บงำไว้  แล้วแขวนรุ่นใหม่ๆแทน 

 ทุกคนล้วนแต่บอกว่า ขอให้เป็นรูปหลวงพ่อบุญ แล้วบูชาได้หมด มีความศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน

ข้อนี้ข้าพเจ้าเห็นด้วย เพราะได้ประสบกับตนเองมาแล้ว  ว่าแม้แต่รูปหลวงพ่อ

ที่เอามาจากร้านถ่ายรูป ไม่ได้ปลุกเสก

แต่สามารถปัดเป่าวิญญาณในห้องเช่า ที่มารบกวนเพื่อนของข้าพเจ้าได้

เพียงแต่นำรูปหลวงพ่อไปตั้งบนหิ้ง ในห้องและจุดธูปบอกกล่าว

ขอความคุ้มครองจากหลวงพ่อบุญ ปุญญฺโชโต  เท่านั้นเอง

ภาคผนวก:
เกี่ยวกับตาล้อม

-ตอนหลวงพ่อมรณภาพในปี2482 ตาล้อมอายุราว 13-14 ปี

-ตาเป็นเด็กวัดที่คอยรับใช้หลวงพ่อบุญ

-หลวงพ่อเสียไปประมาณ4ปี ตาล้อมไปเป็นทหารเรือ อยู่เรือลาดตระเวนแถวเกาะช้าง

 เป็นทหารอยู่4ปี(ทางการต่ออายุ)  โดยมีอัฐิของหลวงพ่อห่อผ้าพกไปด้วย

-ฃื่อล้อม หลวงพ่อบุญตั้งให้ เพราะเป็นผู้ชายคนเดียว ในหมู่พี่น้อง ซึ่งเป็นผู้หญิง (คือถูกล้อมอยู่)
จริงๆตาชื่อ สวัสดิ์

-ตอนที่ไปสัมภาษณ์เป็นเดือน พ.ย. ปี2549 ตายังมีสุขภาพแข็งแรงดี เดินเหินปกติ

 เมื่อสัมภาษณ์เสร็จตายังขอตัวไปหุงข้าว

....................อยู่ในระหว่างเขียนครับ ยังไม่เสร็จ....

พระอุปัชฌาย์บุญ  ปุญญฺโชโต วัดสุคันธศีลาราม(หอมศีล) ตอนเล่าเรื่องจากความทรงจำ
Top