ลูกสะกดโบราณสอดใส้ตะกรุดมีรอยจารไม่ทราบสำนัก

ประมูล หมวด:เครื่องรางของขลัง

ลูกสะกดโบราณสอดใส้ตะกรุดมีรอยจารไม่ทราบสำนัก

ลูกสะกดโบราณสอดใส้ตะกรุดมีรอยจารไม่ทราบสำนัก ลูกสะกดโบราณสอดใส้ตะกรุดมีรอยจารไม่ทราบสำนัก ลูกสะกดโบราณสอดใส้ตะกรุดมีรอยจารไม่ทราบสำนัก ลูกสะกดโบราณสอดใส้ตะกรุดมีรอยจารไม่ทราบสำนัก ลูกสะกดโบราณสอดใส้ตะกรุดมีรอยจารไม่ทราบสำนัก
รายละเอียด
ชื่อพระเครื่อง ลูกสะกดโบราณสอดใส้ตะกรุดมีรอยจารไม่ทราบสำนัก
รายละเอียดลูกสะกด ดีทางมหาอุดและคงกระพันชาตรี
การสร้างลูกสะกดนั้น ไม่ใช่จะทำกันได้ง่าย ๆ ซึ่งจะต้องผ่ากรรมวิธีหลายขั้นตอน ในที่นี้จะกล่างถึงการทำลูกสะกดตะกั่วแบบง่าย ๆ ที่โบราณาจารย์ท่านนิยมกระทำกันมีหลักการดังต่อไปนี้
1. เอาตะกั่วนมมาหลอมจนละลาย แล้วเทลงไปบนถาดโลหะเพื่อให้แผ่เป็นแผ่นเมื่อโลหะเย็นลงแล้วก็แกะออกมา
2. เอาเหล็กจารมาลงอักขระหัวใจพระคาถาต่าง ๆ เรียกสูตรไปเขียนไปจนเต็มแผ่นหมดด้านหนึ่งแล้วพลิกอีกด้านหนึ่งมาจารจนเต็ม
3. เอาตะกั่วอันเดิมไปหลอมอีกแล้วเทลงในแบบพิมพ์เดิม เมื่อเย็นก็เอามาลงอักขระอีกครั้งหนึ่งแล้วก็หลอมอีก ทำอย่างนั้นไปเก้าครั้งเก้าหนจึงจะมาขั้นสุดท้ายกรรมวิธีนี้เรียกว่าลงถมหรือการจารอักขระทับถมไปบนแผ่นโลหะ
หากได้แบบที่เหมาะ ๆ เป็นรูปกลมหรือรูปยาวรีหลอมตะกั่วแล้วเทลงบนแบบ เมื่อเย็นแล้วแกะออกมาและตกแต่งผิวให้เรียบร้อยพร้อมเจาะรูตรงกลางจึงจารอักขระซ้ำลงไปเป็นหัวใจ จึงร้อยเชือกประกันกับตะกรุด หรือร้อยเชือกเอาไว้ให้คาดเอวเรียกว่า “ลูกสะกด” หากไม่เจาะรูก็ใช้เป็นลูกอม จะอมในปากก็ได้เช่นกัน
ลูกสะกดนี้นอกจากจะทำด้วยตะกั่วแล้วยังทำด้วยการผสมโลหะต่าง ๆ อาทิเช่น สัตโลหะ ปัญจโลหะ เมฆพัตร เมฆสิทธิ์ นวโลหะและเหล็กละลายตัว หรือแล้วแต่ท่านโบราณาจารย์ผู้ชาญฉลาดจะประดิษฐคิดแต่ทำกัน ขึ้นมาอาจจะเป็นวัตถุมงคล หรืออาถรรพณ์ต่าง ๆ ที่นำเอามาเป็นส่วนผสมพร้อมกับลงอักขระเลขยันต์จนเห็นว่าดีแล้ว
นั่นเองจึงเอามาทำเป็นลูกสะกด
ลูกสะกดนี้หากไม่ได้ใช้สะกดหัวตะกรุด จะเอามาร้อยพวงรวมกันก้ได้ไม่เสียหายแต่อย่างใด หรือหากจะเอาไปอมในปากเป็นลูกอมก็ไม่ติดขัดแต่ประการใดใช้ได้ทั้งนั้น เพราะเป็นของสำเร็จที่สร้างขึ้นให้ใช้ป้องกันตัว ยกเว้นลูกสะกดกับปรอทเป็นสารมีพิษต่อร่างกาย บางคนแพ้อาจจะทำให้เยื่อบุในปากและเหงือกตลอดจนคออักเสบ ลุกลามไปกันใหญ่ และอย่าลืมว่าเป็นอันตรายต่อร่างกาย ในที่นี้จะไม่กล่าวถึงลูกสะกดในการสะกดคนในบ้านให้หลับด้วยการโยนข้ามหลังคา เพราะเป็นวิชาโจร ซึ่งเป็นวิชาอันตรายต่อคนทั่วไป ดังนั้นสมัยโบราณทีสอนกันเขาก็ให้มีสัจจะว่า “เมื่อผ้าขาดก้นเมื่อใดก็ให้ทำครั้งหนึ่งเอาพอได้ค่าเสื้อผ้าค่าเลี้ยงดูครอบครัวและบริวารก็ให้เลิก” เรียกว่าปีหนึ่งทำครั้งเดียวและต้องเลือกเฉพาะผู้ที่มีฐานะดี
เท่านั้นจึงจะควร ถ้าผิดสัจจะพระอาจารย์ท่านเมื่อใดก็ตายลูกเดียว ทีนี้มาทำความรู้จักกับลูกสะกดของพระอาจารย์ท่านกันบ้าง เป็นลำดับดังนี้
ลูกสะกดที่มีชื่อเสียงเป็นที่โจษจรรย์กันมากก็คือ ลูกสะกดวัดพระแก้ว (วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กทม.) ลูกสะกดที่ว่านี้ทำด้วยชินผสมตะกั่ว กล่อมเป็นรูปยาวรีเจาะรูผ่านตลอด
ลูกสะกดพระอาจารย์ทับ แห่งวัดอนงคารามลักษณะกล่อมกลมหรือยาวรี หรืออาจมีสัณฐานต่างออกไปบ้างลูกสะกดของพระอาจารย์ทับมักไม่ค่อยจะเจาะรูตลอด เพราะท่านสร้างด้วยเนื้อเมฆสิทธิ์จึงยากต่อการเจาะ เพราะเนื้อชนิดนี้เปราะและแตกสลายง่าย
ลูกสะกดที่ได้รับความนิยมเล่นหากันเป็นอย่างมากอีกอาจารย์ท่านหนึ่งก็คือ ลูกสะกดของหลวงปู่เนียมวัดน้อย จังหวัดสุพรรณบุรี ลูกสะกดของอาจารย์ท่านนี้กล่อมเป็นลูกกลม ๆ มีทั้งที่ทำด้วยเนื้อตะกั่วผสมชินและเนื้อเมฆพัด แต่มีที่สังเกตอยู่หน่อยก็ตรงที่เป็นรูสะดืออยู่ที่พอเป็นที่สังเกต
ลูกสะกดของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาทก็มีอยู่เหมือนกันครับ แต่ของท่านมักจะสร้างด้วยไม้หัวรอด หัวกลอน ท่านอาจจะเอาเคล็ดของคำว่า “รอด” และหนักแน่นเหมือน “กลอน” (ที่ใช้ขัดประตู) แต่ทางจังหวัดชัยนาท มักนิยมเรียก “ลูกเครื่อง”
ยังมีลูกสะกดบางอย่างที่นิยมเอาทองชนวนที่เหลือจากการเทพระกริ่งหรือพระชัยวัฒน์มากล่อมทำเป็นลูกสะกด เพราะทองชนวนเหล่านั้นได้ผสมจากวัสดุอาถรรพณ์และวัสดุมงคลต่าง ๆ กับได้ผ่านการลงอักขระเลขยันต์และปลุกเสกมาอย่างดีแล้วเรียกว่า “เป็นของทนสิทธิ์” คือมีดีอยู่ในตัวแล้วนั่นเอง เมื่อนำเอามากล่อมทำลูกสะกดก็ย่อมจะใช้เป็นเครื่องรางของขลังได้ดีอย่างหนึ่งเหมือนกัน
อานุภาพแห่งลูกสะกดนั้นพระอาจารย์ท่านทั้งหลายได้มุ่งหมายให้ใช้ทางมหาอุดและคงกระพันชาตรีด้วย สำเร็จขึ้นจากการหล่อหลอมโลหะและเตโชธาตุหรือแม้จะทำด้วยผงหรือว่านนั้นก็ดี
เมื่อท่านได้รู้จักสะกดกันแล้วก็จะขอบอกเคล็ดลับการใช้ลูกสะกดเพื่อให้สมบูรณ์ ท่านจะได้นำไปใช้กันได้ ถูกต้องดังนั้นจะมีคาถาอาราธนาลูกสะกดดังนี้
คาถาอาราธนาลูกสะกด
อิติพันธะเกษามะอะอุ พันธะโลมาจะภะกะสะพันธะนักขามะนะนพะทะ พันธะทันตากระมะถะ พันธะตะ โจอิสวาสุ พันธะนังสังจิปีเสดิ พันธนะหะรูหะรูสุวิสังอะ พันธะอัฐิทุสะมะนิ พันธะอัตถิมินชังนะสังสิโม พันธะวักกังปะวะอะปะ ทิมะสังอังขุ นะมะอะอุ นะมามิหัง สิทธิเตชัง สิทธิวาจัง กายะพันธะนัง องคะพันนธะนัง สารพัดสิทธิ ภะวันตุเมฯ

คาถานี้ให้ตั้งนะโมฯ 3 จบก่อนแล้วยกลูกสะกดขึ้นจดเหนือหน้าผาก จึงค่อยภาวนาพระคาถาให้จบบท สูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอดแล้วผ่อนออก และเมื่อเวลาจะคาดเข้าเอวให้ภาวะนาพระคาถานี้จนกว่าจะผูกเงื่อนเสร็จให้ภาวนาดังนี้ “อิมังกะยะพันธะนังอธิษฐานมินะมะพะทะ”

มีอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ควรลืม เวลาคาดเอวให้ผูกเงื่อนพิรอด อย่าไปผูกเงื่อนตายเข้าแล้วกันเพราะเงื่อนพิรอดนั้นเป็นมงคลแถมยังแก้ง่ายด้วย ส่วนเงื่อนตายไม่เป็นมงคลแล้วยังแก้ยากอีกด้วย คงจะเห็นแล้วว่าลูกสะกดมีคุณค่าเพราะเป็นของศักดิ์สิทธิ์และสร้างได้ยากเย็นและต้องใช้ความพยายามอย่าง
สูง ดังนั้นท่านผู้อ่านควรรีบขบวนขวายหาเอาไว้เสียเพราะต่อไปจะหาได้ยาก
ราคาเปิดประมูล200 บาท
ราคาปัจจุบัน400 บาท (ถึงราคาขั้นต่ำ)
เพิ่มขึ้นครั้งละ200 บาท
วันเปิดประมูลจ. - 27 ม.ค. 2563 - 20:38.47
วันปิดประมูล อา. - 09 ก.พ. 2563 - 15:52.10 ปิดประมูล
ผู้ตั้งประมูล
เบอร์ติดต่อ 0819627789
แชร์หน้านี้
รายละเอียดราคาประมูล
ราคาปัจจุบัน 400 บาท (ถึงราคาขั้นต่ำ)
ราคาประมูลด่วน600 บาท
เพิ่มครั้งละ200 บาท
การประมูลพระเครื่องนี้ ถูกปิดโดยระบบแล้ว
เคาะประมูล
กรุณาทำการ เข้าสู่ระบบ ก่อนทำการประมูลใดๆ
รายละเอียดผู้เสนอราคา
ผู้เสนอราคา ราคา เวลา
400 บาท (ถึงราคาขั้นต่ำ) ส. - 08 ก.พ. 2563 - 15:52.10
กำลังโหลด...
Top