ท้าวเวสสุวรรณ หลวงพ่อพร้า วัดโคกดอกไม้ ชัยนาท (ศิษย์หลวงพ่อกวย)

ประมูล หมวด:เครื่องรางของขลัง

ท้าวเวสสุวรรณ หลวงพ่อพร้า วัดโคกดอกไม้ ชัยนาท (ศิษย์หลวงพ่อกวย)

ท้าวเวสสุวรรณ หลวงพ่อพร้า วัดโคกดอกไม้ ชัยนาท (ศิษย์หลวงพ่อกวย) ท้าวเวสสุวรรณ หลวงพ่อพร้า วัดโคกดอกไม้ ชัยนาท (ศิษย์หลวงพ่อกวย)
รายละเอียด
ชื่อพระเครื่อง ท้าวเวสสุวรรณ หลวงพ่อพร้า วัดโคกดอกไม้ ชัยนาท (ศิษย์หลวงพ่อกวย)
รายละเอียด
ท่านท้าวเวสสุวรรณ หลวงพ่อพร้า วัดโคกดอกไม้ ชัยนาท (หลาน หลวงพ่อโต วัดวิหารทอง และศิษย์เอกหลวงพ่อกวย วัดโฆษิตาราม)

มีท่านท้าวเวส สุวรรณไว้จะคุ้มครองป้องกัน ถ้าบูชาไว้ที่บ้านก็จะช่วยเฝ้าบ้านดูแลรักษาได้ครับ บางคนบอกกันของไม่ดีก็ได้เช่นกัน อีกทั้งท่านเป็นหัวหน้าของวิญญาณ สัมภเวสี หรือสิ่งที่มองไม่เห็น ดังนั้นมีท่านอยู่ในรถหรือบ้านจะอุ่นใจจากการรบกวนจากสิ่งเหล่านี้ได้ครับ และผมยังมีประสบการณ์ก็คือวันแรกที่บูชาแล้วนำเข้าบ้านนั้น คืนนั้นประมาณตีสอง กรอบรูปที่ใส่เอกสารสำคัญโชว์อยู่หล่นลงมาแตกโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งๆที่วางไว้เฉยๆ ไม่มีการขยับเขยื้อนใดๆทั้งสิ้น แต่หล่นลงมาได้ยังไง ????? แล้วก็ถึงบางอ้อ ตรงนั้นผมตั้งกิเลนหลวงพ่อคูณไว้ตัวหนึ่งสำหรับคุ้มครองบ้านในส่วนข้างล่าง หรือว่าท่านจะทักทายกันจนของหล่น??? แรงจริงๆ

องค์นี้ผมขออนุญาติให้ หลวงพ่อท่านเสกกำกับอีกครั้งหนึ่งด้วย มั่นใจได้แน่นอนครับ โดยพ่อพัตเตอร์ครับผม


ประวัติหลวงพ่อพร้า อัตตสันโต ต้นตำรับน้ำมนต์บาทเดียว

โดย ข่าวสด วัน อาทิตย์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2550 05:19 น.
คอลัมน์ มงคลข่าวสด

หลวงพ่อพร้า อัตตสันโต อดีตเจ้าคณะตำบลดงคอน อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท เป็นพระสงฆ์ที่เคร่งครัดและเปี่ยมด้วยคุณธรรม มีจิตที่เปี่ยมด้วยความเมตตา เป็นที่พึ่งของชาวบ้านดงคอน และสาธุชนโดยทั่วไป
ชื่อเสียงของท่าน เป็นที่รับรู้กันทั่วท้องทุ่งเมืองสรรคบุรีถึงความขลังความศักดิ์สิทธิ์ของ น้ำมนต์ ที่สามารถพลิกผันสถานการณ์อันเลวร้าย ให้กลับกลายเป็นดีได้อย่างน่าอัศจรรย์ จนได้รับสมญานาม หลวงพ่อพร้า เจ้าตำรับน้ำมนต์บาทเดียว
ปัจจุบัน หลวงพ่อพร้า หรือ พระครูวิจิตรชยานุรักษ์ สิริอายุ 84 ปี พรรษา 64 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโคกดอกไม้ ต.ดงคอน อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท และที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลดงคอน
อัตโนประวัติ มีนามเดิมว่า พร้า ยอดดำเนิน เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2466 ตรงกับเดือน 5 ปีกุน เป็นชาวชัยนาทโดยกำเนิด ประกอบอาชีพเกษตรกรรม
ชีวิตในเยาว์วัยของท่าน ผิดแผกไปจากเด็กในวัยเดียวกัน เพราะกำพร้าโยมบิดาตั้งแต่ท่านอยู่ในครรภ์ของมารดาได้เพียง 3 เดือน เมื่อพ้นจากครรภ์มารดา เครือญาติจึงพร้อมใจกันตั้งชื่อให้ท่านว่า กำพร้า หากแต่การแจ้งชื่อที่ปรากฏในทะเบียนราษฎร์ ตกคำว่า กำ คงเหลือเพียงคำว่า พร้า เพียงอย่างเดียว จึงไปตรงกับคำที่หมายถึง ของมีคม ซึ่งเกิดจากเหล็กกล้ามีดพร้า นั่นเอง
ในวัยเด็ก แม้จะขาดบิดาผู้เป็นเสาหลักของครอบครัว แต่มารดาของท่านได้อุ้มชูเลี้ยงดูบุตรธิดาด้วยความอุตสาหะ และท่านยังได้รับความเอื้ออาทรจากบรรดาเครือญาติ เนื่องจากมีอุปนิสัยเป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่าย มีใจโอบอ้อมอารี ท่านมักจะติดตามผู้ใหญ่เข้าวัดทำบุญอยู่เสมอๆ

หลังจากได้ศึกษาเล่า เรียนจบชั้นประถมปีที่ 4 มิได้มีโอกาสเรียนต่อ เพราะฐานะทางบ้านยากจน ทั้งๆ ที่ใจของท่านอยากจะร่ำเรียนต่อ จึงเป็นเหตุให้ท่านได้ตั้งจิตอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ว่า

...หาก มีโอกาสได้บวช จะขอบวชให้เสากุฎีคอดหรือเสากุฎีขาด และหากมีโอกาสได้เป็นสมภารเจ้าวัด จะอุปถัมภ์การศึกษาแก่เด็กๆ ที่พ่อแม่มีฐานะยากจน จะทำ จะช่วยให้เต็มความสามารถ...

ครั้นอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดโคกดอกไม้ ต.ดงคอน อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท โดยมีพระครูปัตย์ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระสมุห์เขียว เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์โห้ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ได้รับ ฉายา อัตตสันโต หมายถึง ผู้มีตนอันสงบแล้ว

ภายหลังจากที่ได้อุปสมบท แล้ว ท่านมีจิตมุ่งมั่นและเพลิดเพลินต่อรสพระธรรม หมั่นเพียรในการศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท รวมทั้งช่วยเหลือการพัฒนาวัด และญาติโยมที่มีความทุกข์-เดือดร้อน จนเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้านดงคอน

ต่อมา ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดโคกดอกไม้ ได้ยึดหลัก พูดจริง ทำจริง ยึดความถูกต้องเป็นเกณฑ์

ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2491 ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดโคกดอกไม้ และได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลดงคอน อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท

พ.ศ.2513 ได้รับแต่งตั้งเป็น��ระอุปัชฌาย์

ปัจจุบัน ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลดงคอน

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2513 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีที่ พระครูวิจิตรชยานุรักษ์ พ.ศ.2519 ได้รับพะราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ในราชทินนามเดิม

พ.ศ.2530 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในราชทินนามเดิม

ด้านการพัฒนา หลวงพ่อพร้าได้ตั้งใจพัฒนาวัดที่อยู่ในสภาพทรุดโทรมจนรุ่งเรือง ท่านได้สร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ บูรณะเจดีย์ สร้างซุ้มประตู ถนนภายในวัด สร้างสนามเด็กเล่น ศาลาประชาคมและบูรณะวัดที่มีฐานะด้อยกว่า

ด้าน การศึกษา ด้วยปณิธานของหลวงพ่อพร้าที่ตั้งใจเอาไว้แต่ต้นว่า เมื่อได้บวชและได้เป็นเจ้าอาวาสจะสนับสนุนการศึกษาเด็กนักเรียนที่มีฐานะยาก จน ซึ่งท่านได้จัดตั้งกองทุนเอาไว้ส่งเสริมให้เด็กนักเรียนได้มีโอกาสได้รับการ ศึกษา รวมทั้งพระภิกษุ-สามเณร ที่ขาดแคลน ท่านได้ส่งพระภิกษุ-สามเณรที่สนใจใฝ่การศึกษาเหล่านั้น ไปรับการศึกษาในกรุงเทพมหานคร บางรายประสบความสำเร็จทางด้านการศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรมมากมาย โดยอาศัยปัจจัยจากกองทุนการศึกษาที่ท่านจัดตั้งขึ้น

ด้านสาธารณสุข แต่เดิมชาวบ้านดงคอน ขาดแคลนแพทย์และสถานพยาบาลที่ทันสมัย ท่านได้ให้การสงเคราะห์ด้วยการนำเอาวิชาแพทย์แผนโบราณบำบัดโรคภัยไข้เจ็บให้ กับญาติโยม ในระยะต่อมา ได้เป็นแกนนำในการก่อสร้างสถานีอนามัยขึ้นที่วัดโคกดอกไม้ เป็นสถานที่บริการทางการแพทย์แผนปัจจุบัน

นอกจากนี้ หลวงพ่อพร้า ได้ให้ความสนใจศึกษาด้านวิทยาคม ค้นคว้าด้านปฏิบัติจิตภาวนา เพื่อให้จิตบังเกิดสมาธิและได้กราบฝากตัวเป็นศิษย์ต่อหลวงพ่อโต วัดวิหารทอง ซึ่งเป็นหลวงลุงของท่าน และได้รับความเมตตาถ่ายทอดวิชาให้จนหมดสิ้น หลวงพ่อโตยังให้ความเมตตาอุปถัมภ์ในการบูรณะวัดโคกดอกไม้ เป็นการช่วยเหลือพระหลานชายของท่านอีกทางหนึ่งด้วย

และอีกท่านหนึ่ง ที่ได้ชื่อว่าเป็นพระอาจารย์ที่ได้มอบสรรพวิชา ให้กับหลวงพ่อพร้ามากมายหลายด้าน คือ หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท

พุทธาคมอันเข้มขลังที่หลวงพ่อพร้าได้รับถ่ายทอดจาก 2 พระอาจารย์ ภายหลังได้นำมาสงเคราะห์ให้กับญาติโยมที่ประสบความเดือดร้อน โดยเฉพาะตำรับน้ำมนต์อันเข้มขลัง ซึ่งท่านมิได้เรียกร้องอะไร เพียงแต่ขอค่าบูชาครูเพียงบาทเดียว จนได้รับการยกย่องและเรียกขานนามของท่านว่า หลวงพ่อพร้า เจ้าตำรับน้ำมนต์บาทเดียว

สำหรับวัตถุมงคลของท่านที่มีประสบการณ์และ กล่าวขานกันถึงพุทธคุณ ได้แก่ พระสมเด็จมหาลาภ รุ่นแรกปี 12 และปี 14 พระสมเด็จ ด้านหลังฝังข้าวสารดำ 9 เม็ด รุ่นแรกปี 14, รุ่น 2 ปี 30 ฝังข้าวสารดำ 6 เม็ด และตะกรุดโทน

แม้ปัจจุบัน หลวงพ่อพร้า อัตตสันโต ล่วงวัย 84 ปี แต่สุขภาพร่างกายของท่านยังคล่องแคล่ว แข็งแรง เกียรติคุณ บารมี รวมทั้งพุทธาคมอันศักดิ์สิทธิ์พลังจิตของท่าน ทำให้ท่านได้รับการยกย่องเป็นพระเกจิอาจารย์ ที่มีบารมีทางกระแสจิตแก่กล้าในระดับแนวหน้าอีกรูปหนึ่ง

ขอบคุณ ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ข่าวสดครับ
ราคาเปิดประมูล270 บาท
ราคาปัจจุบัน280 บาท (ถึงราคาขั้นต่ำ)
เพิ่มขึ้นครั้งละ10 บาท
วันเปิดประมูลส. - 27 พ.ย. 2553 - 14:52.47
วันปิดประมูล อา. - 28 พ.ย. 2553 - 20:32.11 ปิดประมูล
ผู้ตั้งประมูล
แชร์หน้านี้
รายละเอียดราคาประมูล
ราคาปัจจุบัน 280 บาท (ถึงราคาขั้นต่ำ)
เพิ่มครั้งละ10 บาท
การประมูลพระเครื่องนี้ ถูกปิดโดยระบบแล้ว
เคาะประมูล
กรุณาทำการ เข้าสู่ระบบ ก่อนทำการประมูลใดๆ
รายละเอียดผู้เสนอราคา
ผู้เสนอราคา ราคา เวลา
280 บาท (ถึงราคาขั้นต่ำ) ส. - 27 พ.ย. 2553 - 20:32.11
กำลังโหลด...
Top