หัวข้อ: พระนางพญา
กระทู้ และ ความคิดเห็นต่างๆ
ใหม่ครับ
องค์จากรูปผมว่าไม่ค่อยดีครับรอท่านอื่นครับ
ประวัติดังกล่าวนำมาจาก http://www.pra.kachon.com/pra/detail.asp?id=459 ครับ
นางพญา ประวัติ มวลสาร
ประวัติพระนางพญา
จากหลักฐานการสร้างพระนางพญานั้น ท่านพระครูอนุโยควัดราชบูรณะ จังหวัดพิษณุโลกได้กล่าวไว้ว่า
พระพุทธศาสนายุคกาลล่วงแล้วประมาณ ๑๕๐๑ ปี ยังมีกษัตริ์องค์หนึ่ง ครองเมืองพิษณุโลกมีอัครมเหสี
ทรงพระนามว่า เบญจราชเทวี คราวนั้นพระสวามีทิวงคตเสียแล้ว
แต่พระนางยังคงดำรงตำแหน่งอยู่ และพระนางเบญจราชเทวีได้ครอบครองไพร่ฟ้าประชาราช ณ เมืองพิษณโลก
แทนพระสวามี
ในลำดับนั้นมีศึกรามัญมาตั้งล้อมเมืองพิษณุโลก
ทั้งสี่ทิศ เพื่อจะตีเมืองพิษณุโลกเอาเป็นเมืองขึ้นขอบขัณทสีมาของรามัญให้ได้
สมเด็จพระนางเจ้าเบญจราชเทวี ได้กระเกณฑ์ทหาร และราชษฎร พลเมืองทั้งชายหญิง
ให้เตรียมพร้อมคอยรับศึกรามัญ เพื่อปราบปามข้าศึกรามัญให้ราบคราบ และในขณะที่เตรียมพร้อมอยู่นั้น
ไส้มีตาชีปะขาว มารับอาสาสมัค
รับทำพระพุทธปฏิมากรองค์เล็กๆ เพื่อแจกจ่ายแก่เหล่าทหารที่จะไปปราบข้าศึกรามัญให้พินาศไป
สมเด็จพระนางเจ้าจึงรับสั่งให้ตาชีปะขาวเข้าเฝ้าและทรงตรัสถามว่า
พระที่ท่านจะสร้างขึ้นนั้นป้องกันสรรพาวุธได้หรือไม่
"ตาชีประขาวกราบทูลว่าป้องสรรพาวุธได้ทุกอย่าง ตลอดทั้งเมตตากรุณาแลเป็นศรีสวัสดิมงคล
ทุกประการ" สมเด็จพระนางเจ้าได้ฟังดังนั้น จึงโทรงมนัสหรรษายิ่งนัก
จึงรับสั่งให้ตาชีปะขาวสร้างขึ้น แต่ตาชีประขาวกราบทูลให้สมเด็จพระนางเจ้าให้คำมั่นว่า
ถ้ารบศึกรามัญกลับมาแล้ว ให้สร้างวัดขึ้นวัดหนึ่ง ให้ขนานนามว่า "วัดนางพญา"
และให้สร้างพระสถูปเจดีย์ ประดิษฐานพระทั้งหมดนี้ไว้ให้มั่นคงตลอดทั้งแม่พิมพ์
สมเด็จพระนางเจ้าจึงรับคำ
ตาชีปะขาวได้นำดินนั้นมาจากประเทศอินเดีย ๔ แห่งคือดินที่ลุมพินีวัน
ระหว่างเมืองกบิลพัศดุกับเมืองเทวะทหะต่อกันที่พระพุทธองค์ประสูติแห่งหนึ่ง
ดินที่พระพุทธองค์ตรัสรู้
ใต้โพธิพฤกษ์ตำบลอุรุเวลาแขวงเมืองพาราณาสีแห่งหนึ่ง ดินที่แสดงปฐมเทศนาที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
แขวงเมืองพาราณาสีแห่งหนึ่ง
และดินที่พระพุทธองค์ดับขันธ์ปรินิพพาน แขวงเมืองกุสินารา แห่งหนึ่งคือดินที่ประสูติสีแดง ดินที่ตรัสรู้สีเหลือง
ดินที่แสดงปฐมเทศนาสีสีเขียว และดินที่ปรินิพพาน สีดำ
อนึ่งที่ตาชีปะขาวพิมพ์พระสำเร็จแล้วจึงเกณฑ์ให้บรรดาทหารไปตัดไม้รวกบรรทุกเล่มเกวียนมามากมาย
แล้วจึงผ่าไม้รวกแย้มออกเล็กน้อยแล้วให้ทหารเอาแขนผ่าไม้รวกทุกคนต่อหน้าพระพักตรสมเด็จพระนางเจ้าฯ
หาเป็นอันตรายไม่ นอกจากนี้ยังให้ทหารกระโจนขึ้นไปนั่งบนหอกดาบก็หาเป็นอันตรายไม่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ
ทอดพระเนตรเห็นดังนั้นจึงบังเกิดความโทมนัสยิ่งนัก เมื่อตาชีปะขาวได้นำพระจ่ายแจกเสร็จแล้วก็ได้อำลา
เดินเข้าไปในป่าใกล้ๆ นั้น และก็ตั้งแต่วันนั้นมาไม่มีใครพบตาชีปะขาวอีกเลย จึงให้เข้าใจว่าตาชีปะขาว นั้นเห็น
เทวดาแปลงกายมาช่วยสร้างพระไว้
สีหนึ่งสีใดที่บูชาไว้ในบ้านเป็นศรีสวัสดิ์มงคลคุ้มกันภัยได้ทุกประการแล "เมื่อท่านใด้พระไว้บูชาแล้ว อย่านำ
พระไปลองเป็นอันขาด "ท่านว่าผู้นั้นดูหมิ่นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นแท้.
วัดต่างๆ ในเมืองพิษณุโลก พิษณุโลกเป็นเมืองเก่าแก่ก่อนปวัติศาสตร์มานานแล้ว
เริ่มตั้งแต่สมัยขอมมีอำนาจในสุวรรณภูมิและได้สร้างเทวสถานขึ้นไว้เป็นอันมากคือเมื่อราวๆ ๑๐๐๐ ปี ปัจจุบันนี้
ที่ยังเห็นเป็นหลักฐานในทางประวัติศาสตร์ นั้นก็คือเทวสถานสมัยขอมนั่นเอง
๑. วัดนางพญา เป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชที่สำคัญยิ่ง
และเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง
ของเมืองพิษณุโลกกับทั้งให้กำเนิดพระนางพญาที่ขึ้นชื่อลือชามาตราบเท่าทุกวันนี้ วัดนี้ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออก
ของลำน้ำน่านเชิงสะพานนเรศวร ครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยุ่หัว
ได้เสด็จมาถึงวัดนี้ "วัดนางพญา"ได้สั่งรับขึ้นและจดเป็นพระราชหัตถเลขาคราวเสด็จประพาสมลทลฝ่ายเหนือ
มีใจความว่า วันที่ ๑๙ เวลาเช้า ๒ โมงเศษ ลงเรือข้ามฟากไปขึ้นที่วัดมหาธาตุแล้วเดินไปสุดถนน
อันเป็นถนนเดิมปูด้วยอิฐ ลายสองตามถนนริมน้ำไปเข้าวัดนางพญาเดินไปตามริมคูสระรอบวัด
เมื่อเสด็จจุดเทียนชัยแล้วก็ไปดูวัดนางพญาซึ่งอยู่ต่อจาก
วัดมหาธาตุติดกันทีเดียว วัดนี้มีแต่วิหารไม่มีพระอุโบสถ มีโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม
ตั้งอยู่ในนั้นโรงหนึ่งมีพระเป็นครูสอน
มีนักเรียนมาก ที่คับแคบไม่พอกับนักเรียน ออกจากวัดนางพญา นั้นต่อลงไปถึงวัดราชบูรณะ
ไม่มีบ้านเรือนคั่น วัดมีพระอุโบสถ
พระวิหารหลวง ตั้งอยู่ใกล้พระเจดีย์ ซึ่งอยู่ใกล้ถนนริมน้ำ พระเจดีองค์นี้ฐานเป็นแปดเหลี่ยมใหญ่แต่ชำรุด
มีผู้ไปสร้างเจดีย์ไม้
๑๒ ต่อขึ้นข้างบน ทำนองสร้างพระปรางค์ขึ้นบนเนินพระปฐมเจดีย์ พระเจดีย์องค์นั้ถ้าหากจะไม่เป็นรูปแปลก
เช่นพพระธาตุเมืองชัยนาทก็จะเลยไปถึงพระเจดีย์มอญ
แต่ส่วนพระอุโบสถก็ดีเมื่อได้เห็นแห่งใดแแห่งหนึ่งแล้วก็เห็นว่าเป็นทั่วทุกแห่งเพราะทำอย่างเดียวกันทั้งสิ้น ตั้งใจจะเอาอย่าง
พระวิหารวัดมหาธาตุ แต่สู้กันไม่ได้ และออกจะทิ้งให้ทรุดโทรม จึงเป็นการแสดงให้เห็นแล้วว่า
วัดนางพญา มีความสำคัญที่สุดในทางประวัติศาสตร์และเป็นสถานที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ให้ทั้งความรู้และ
ความเพลิดเพลินไปในตัวด้วย หากท่านไม่ได้ขึ้นไปนมัศการพระพุทธชินราชที่วัดนางพญาแล้เท่ากับท่านขาดทัศนภาพ
ไปอย่างน่าใจหายเลยทีเดียว สมกับที่ไกด์นำเที่ยได้กล่าวนำเที่ยวเมืองสองแควฯไว้ว่า วัดราชบูรณะและวัดนางพญาวัดทั้งสองนี้
อยู่ในบริเวณติดต่อกันและอยู่ไกล้เคียงกันกับวัดพระศรีมหาธาตุทางทิศใต้จะว่าวัดทั้งสองนี้
สร้างขึ้นในพื้นที่อันเดียวกันก็ได้
วัดราชบูรณะ มีอาณาเขตกว้างขวาง
ส่วนวัดนางพญาอยู่เบื้องตะวันออกของวัดราชบูรณะ วัดอันเป็นที่พำนักสงห์ไม่สู้ใหญ่โตนักและ
พระสงฆ์ก็น้อยกว่า ด้านตะวันตก จดกับตัวพระอุโบสถด้านเหนือเป็นด้านหน้าของวัด มีศาลาลูกกรงยกพื้นสูง ซึ่งแต่ก่อนเป็นสถานที่เรียนของโรงเรียน ประจำมณทลพิษณุโลก
"พิษณุโลพิทยาคม" และยังมีพระอุโบสถหลังหนึ่งแต่อุโบสถนี้ไม่มีลานและกำแพงกั้นเหมือน
พระอุโบสถวัดราชบูรณะภายในมีพระปรางค์ใหญและผนังมีภาพวาดสีสวยๆ ด้านหลังพระอุโบสถมีเจดีองค์ใหญ่พอปานกลางอยู่ด้วย และมีองค์เล็กๆอยู่หลายองค์
อุโบสถนี้ เป็นฝีมือช่างสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าวัดราชบูรณะนี้สมเด็จพระมหาธรรมราชาสร้างขึ้น
เมื่อเสด็จไปประทับอยู่ในเมืองนี้ วัดนางพญาอันอยู่ติดกันนี้เข้าใจว่า พระวิสุทธิกษัตริย์ พระอัครมเหสีของสมเด็จพระมหาธรรมราชา
ทรงสร้างขึ้นคู่กับวัดราชบูรณะจึงทรงสร้างขึ้นในอุปจาระเดียวกัน
๒. วัดราชบูรณะ เป็นวัดที่สมเด็จพระมหาธรรมราชาสร้างขึ้นใต้ลงมาจากวัดนางพญาและอยู่ในพื้นที่
เดียวกันมีอณาเขตขว้างขวางกว่าวัดนางพญามาก
๓. วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ๔ วัดราชคฤห์ การเปิดกรุวัดนางพญา พระนางพญา
เปิดกรุเมื่อไดไม่ทราบได้แน่ชัดแต่เท่าที่ปรากฏให้ทราบว่าพระเจดีย์
ที่ฝังกรุพระนางพญาในสมัยโบราณ
ได้หักพังลงมาจมดินอยู่หน้าพระอารามด้านกุฏิท่านเจ้าอาวาสมาช้านาน ในปีพ.ศ.๒๔๕๒มีการขุดพบซากกรุพระนางพญาเนื่องจากทางวัดต้องการสร้างศาลา ขึ้นในบริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก
ลักษณะพระนางพญา
๑. พระนางพญาพิมพ์เข่าโค้ง มีอยู่ ๒ ขนาดคือ ๑ ขนาดใหญ่ฐานกว้าง ๒.๕ ซ.ม สูง ๓.๕ ซ.ม.
๒. ขนาดย่อมฐานกว้าง ๑.๙ ซ.ม. สูง ๒.๘ ซ.ม. กรอบสามเหลี่ยมหน้าจั่ว
ขนาดใหญ่ส่วนมากจะตัดเหลือปลีกไว้เล็กน้อย ส่วนขนาดย่อมตัดชิดองค์พระส่วนมากยอดกรอบเอียงไปทางขวา
พระเกศ คล้ายปิ่นปักผม
พระศอ เรียวลากผ่านพระกรรณ
พระกรรณ เส้นพระศอลากผ่านจรดพระอังสาเหนือเส้นสังฆาฏิ
พระพักตร์ คล้ายผลมะตูม ไม่เห็นหน้าตา พระศอ มีเส้นบางๆ ๒ เส้นมาจรดพระอังสาทั้งสอง เฉพาะเส้นพระศอซ้ายจรดเส้นชายพระสังฆาฏิเส้นเล็ก
พระพาหา ทั้งซ้ายและขวากลางออกไปเล็กน้อย
พระเพลา ลักษณะเป็นท้องกะทะ
พระชานุ ยกโค้งเล็กน้อยสมกับที่เรียกกันว่าพระนางพญาเข่าโค้ง
พระชงฆ์ ซ้อนกันต่อเส้นบนและเส้นล่างเป็นต้น
พระนางพญายังมีอีกหลายพิมพ์ด้วยกัน เช่นพิมพ์เข่าตรง พิมพ์อกนูนเล็ก อกนูนใหญ่ พิมพ์สังฆาฏิ พิมพ์ทรงเทวดาฯ ดังนี้เป็นต้น
พุทธคุณและอภินิหาร นั้นได้ปรากฏมาหลายศตวรรษแล้วจนตราบเท่าทุกวันนี้ มีทั้งเมตตามหานิยมแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี เป็นต้น




