สุดท้ายมีค่าแค่ไหน - webpra

หัวข้อ: สุดท้ายมีค่าแค่ไหน

กระทู้ และ ความคิดเห็นต่างๆ

สุดท้ายมีค่าแค่ไหน
คะแนน ความคิดเห็นที่มีประโยชน์: 0
oxyjack
ตั้ง: 4 ตอบ: 31
คะแนน: 14
รายละเอียด

พระเดชพระคุณหลวงพ่อเงินแห่งวัดดอนยายหอมนั้น ท่านได้จัดสร้างวัตถุมงคลไว้มากมายหลายรุ่น ซึ่งแต่ละรุ่นก็ล้วนแต่มีประสบการณ์เลื่องลือระบือนาม จนทำให้ชื่อเสียงของท่านเป็นที่โด่งดังคับประเทศ ในช่วงก่อนปี 2500 จนถึงปี 2500กว่าๆ แทบจะไม่มีงานปลุกเสกวัตถุมงคลพิธีใหญ่พิธีไหนเลยที่จะไม่นิมนต์ท่านเข้าร่วมพิธี แม้กระทั่งช่วงปี 2510 กว่าที่หลวงพ่อเงินท่านเริ่มชราภาพและสุขภาพไม่ดี ก็ยังมีผู้ไปนิมนต์ท่านมาปลุกเสกวัตถุมงคลอยู่เสมอ


วันนี้ก่อนที่จะได้บรรยายของดีของหลวงพ่อเงินท่านอีกรุ่นหนึ่ง ขอกล่าวเรื่องอภินิหารพระเครื่องของท่าน ที่มีผู้ได้พบเจอมากับตัวเองและท่านผู้นั้นก็เป็นพระผู้ใหญ่ที่เป็นองค์ประมุขของสงฆ์ทั่วประเทศ ท่านนั้นคือสมเด็ดพระสังฆราช(ป๋า) อดีตสมเด็จพระสังฆราช ผู้ที่มีความศรัทธาและนับถือหลวงพ่อเงินเป็นอย่างมาก จนท่านเองยังต้องมีพระเครื่องของหลวงพ่อเงินติดอยู่ในย่ามเสมอ


ครั้งหนึ่งท่านสมเด็จพระสังฆราช(ป๋า) สมัยดำรงตำแหน่งสมเด็จพระวันรัต ได้เล่าให้ญาติโยมสองตระกูลคือ ตระกูลกลกิจ และเบี้ยวไข่มุก ที่ได้ไปถวายเพลและกล่าวแสดงเจตนาจะสละทรัพย์รักษาบำรุงพระพุทธรูปที่ทรุดโทรมในวัดโพธิ์ สมเด็จป๋าท่านจึงชวนคุยเรื่อยไปจนถึงเรื่องพระเครื่องของหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอมที่ท่านพบมากับตัว เรื่องนั้นมีอยู่ว่า ครั้งหนึ่งท่านได้รับนิมนต์ไปร่วมงานฉลองอายุ 60 ปีของหลวงพ่อเงิน ที่วัดดอนยายหอม เมื่อขากลับทางคณะกรรมการผู้จัดงานได้มอบพระเครื่องของหลวงพ่อเงินเป็นเนื้อใบลานสีดำให้มา สมเด็จป๋าท่านไม่สู้ศรัทธานักเพราะเห็นเป็นพระใหม่ จึงรับใส่ย่ามพลางคิดว่าเมื่อกลับถึงกุฏิจะได้นำไปไว้บนหิ้งพระ ความอัศจรรย์มาเกิดที่ว่าเมื่อถึงกุฏิ สมเด็จป๋าล้วงหาเท่าไหร่ก็หาพระองค์นั้นไม่เจอ จนต้องเทของในย่ามออกเสียทั้งหมด กระนั้นก็มองไม่เห็นจึงคิดไปเองว่าคงจะหล่นหายเสียแล้ว เมื่อท่านเก็บของใส่ย่ามเข้าที่เดิม ก็ปรากฏว่าพระองค์ดังกล่าวเข้ามาอยู่ในมือของสมเด็จป๋านั่นเอง ท่านสมเด็จป๋าถึงกับเล่าว่าพระเครื่องของหลวงพ่อเงินนั้นเล่นเอาล่อเอาเถิดกับท่านเช่นนี้อยู่หลายครั้ง


อีกครั้งหนึ่งคือท่านสมเด็จป๋าได้รับนิมนต์ไปงานบุญของญาติโยมในจังหวัดราชบุรี ในงานนั้นท่านได้ยินพระหนุ่มรูปหนึ่งสวดมนต์ได้ชัดเจนน่าฟังยิ่งนัก ท่านจึงได้มอบย่ามของท่านให้เป็นรางวัล เมื่อนึกได้ภายหลังว่าในย่ามนั้นมีพระของหลวงพ่อเงินองค์นั้นอยู่ด้วย ความเสียดายทำให้ท่านตามหาพระหนุ่มรูปนั้นเพื่อจะขอพระคือ ก็ปรากฏว่าไม่มีผู้ใดรู้จักพระหนุ่มรูปนั้นเลย ท่านสมเด็จป๋าจึงได้แต่ทำใจและคิดว่าคงไม่ได้คืน ต่อเมื่อท่านนั่งคุยกับญาติโยมอยู่ ปรากฏว่ามีวัตถุสีดำลอยมาและตกใส่หัวเข่าของสมเด็จป๋า ท่านตกใจคิดว่าเป็นจิ้งจกหรือแมลงจึงได้ปัดวัตถุนั้นลง ต่อเมื่อได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนจึงรู้ว่าเป็นพระเครื่องของหลวงพ่อเงินองค์นั้นนั่นเอง


ดังจะเห็นว่าเรื่องอภินิหารนี้ผู้ที่พบเจอท่านเป็นผู้ที่มีความน่าเชื่อถือ และไม่ใช่บุคคลที่จะมาพูดเล่นในเรื่องเช่นนี้ อีกทั้งผู้ที่ได้ฟังจากปากท่านสมเด็จป๋าเองก็มีมากถึงยี่สิบกว่าคน ทั้งภายหลังท่านสมเด็จป๋าเองก็ศรัทธาหลวงพ่อเงินมาก จนต้องนิมนต์หลวงพ่อเงินไปร่วมงานบุญหรือปลุกเสกวัตถุมงคลด้วยกันเป็นประจำ ดังนั้นท่านผู้อ่านก็ลองคิดเอาเองเถิดว่าวัตถุมงคลของพระเดชพระคุณหลวงพ่อเงินนั้นจะน่าใช้แค่ไหน

 

ภาพหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม (ซ้าย ใส่แว่น)  กับสมเด็จป๋า อดีตสมเด็จพระสังฆราช

สุดท้ายมีค่าแค่ไหน
โพสต์เมื่อ ส. - 02 เม.ย. 2554 - 18:07.51
ความคิดเห็นที่ 1:
คะแนน ความคิดเห็นที่มีประโยชน์: 0
oxyjack
ตั้ง: 4 ตอบ: 31
คะแนน: 14
รายละเอียด

วันนี้ผมเองขออนุญาตนำพระเครื่องของหลวงพ่อเงินมาลงโชว์อีกสักรุ่นหนึ่ง โดยผมเคยนำเสนอไปหลายรุ่นซึ่งล้วนแต่เป็นรุ่นแรกๆหรือยุคแรกๆ แต่ในโอกาสนี้จะได้พูดถึงรุ่นสุดท้ายกันบ้าง

เหรียญรุ่นสุดท้าย สร้างในปี 2518 โดยมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม วัตถุประสงค์เพื่อนำเงินที่ได้จากการทำบุญไว้ดำเนินกิจการของมูลนิธิ โดยในการจัดสร้างขณะนั้นหลวงพ่อเงินท่านมีอายุมากถึง 85 ปีแล้ว ประกอบกับสุขภาพที่ไม่สู้ดีของท่านนัก ทำให้มีการดำริว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อเงินจะจัดสร้างวัตถุมงคลเป็นรุ่นสุดท้าย เพราะการปลุกเสกวัตถุมงคลของหลวงพ่อเงินนั้น ท่านจะตั้งใจปลุกเสกอย่างดีซึ่งก็ต้องใช้เวลานานมาก อันสุขภาพของท่านไม่เอื้ออำนวยอีกแล้ว ในการสร้างเหรียญรุ่นนี้จึงได้มีการใส่คำว่ารุ่นสุดท้ายระบุไว้ด้วย (และเป็นรุ่นสุดท้ายจริงๆ หลวงพ่อเงินมรณภาพในปี 2519) ดังนั้นผู้อ่านลองคิดดูเอาเองว่าท่านจะปลูกเสกทิ้งทวนขนาดไหน

พิมพ์ทรงของเหรียญรุ่นนี้เป็นเหรียญปั๊มทรงไข่ หูในตัว ห่วงคล้องเชื่อมโลหะอย่างดี ด้านหน้าตรงกลางเหรียญมีรูปหลวงพ่อครึ่งองค์ แกะได้ลึกชัดและที่สำคัญสวยงามเหมือนกับตัวจริงของหลวงพ่อขณะนั้นเป็นอย่างมาก การแกะมีความละเอียดมากจนสามารถมองเห็นกระทั่งกล้ามเนื้อ เส้นริ้วบนใบหน้า เส้นผมและเครา แม้กระทั้งเส้นสายในดวงต่อของหลวงพ่อ ด้านล่างมีคำว่าหลวงพ่อเงิน มีตัวอุณาโลมสองตัวประกบหน้าหลัง เหรียญรุ่นนี้บล็อกหน้าก็มีอยู่หลายบล็อก เช่นบล็อกบ่าขีด จะมีเส้นแตกที่เหนือบ่าซ้ายหลวงพ่อบริเวณผ้าสังฆฏิ วิ่งทแยงขึ้นไปด้านบนสั้นๆ ส่วนบล็อกเนื้อเงินจะมีเส้นแตกบางๆ วิ่งผ่านเส้นบั้งสามเส้นบนผ้าสังฆฏิหลวงพ่อ แต่กระนั้นบล็อกด้านหน้าก็จะมีส่วนร่วมกันอยู่มาก คือแทบจะไม่แตกต่างกันนั่นเอง

ด้านหลังตรงกลางมียันต์พระเจ้าห้าพระองค์อยู่เหนือคำว่ารุ่นสุดท้าย ด้านบนมีคำว่าพระราชธรรมาภรณ์ ราชทินนามของท่าน ด้านล่างมีคำว่ามูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม ๒๕๑๘ และมีดอกจันทร์สองตัวประกบหน้าหลัง แต่อย่างไรก็ตามเหรียญรุ่นนี้มีหลายบล็อก ทำให้ด้านหลังจะมีความแตกต่างกันไปพอสมควร เช่นบล็อกนิยมสุดจะเป็นบล็อกหนังสือไหลคือตัวหนังสือที่อยู่รอบเหรียญจะมีเนื้อเกินจากตัวอักษรเทไปหาขอบเหรียญ บล็อก ส.ขีด คือ ส เสือคำว่ารุ่นสุดท้าย จะมีเส้นแตกบางๆจากหาง ส เสือวิ่งทแยงขึ้นไปหายันต์พระเจ้าห้าพระองค์ บล็อก ข.ขีดจะมีเส้นแตกจาก ข ไข่ลงไปหาขอบเหรียญ

เหรียญรุ่นนี้มีจำนวนจัดสร้างที่ค่อนข้างมาก ว่ากันว่าสูงถึงหลัก 7-8 หมื่นเหรียญ สำหรับเนื้อทองแดงรมดำ ทำให้มีบล็อกมากมายหลายบล็อก ส่วนตัวผมเองเคยเห็นมาแล้วถึง 6 บล็อกเป็นอย่างน้อย หากจะให้ไล่ความนิยมของแต่ละบล็อกก็พอจะไล่ได้ดังนี้ 1.บล็อกเนื้อเงิน 2.บล็อกบ่าขีด 3.บล็อกนวะ(หนังสือไหล) 4.บล็อก ส.ขีด 5.บล็อก ข.ขีด (บล็อกนี้ผิวเหรียญจะเป็นผิวมะระ ผมเห็นมาหลายเหรียญก็ว่ากันว่าแท้ด้วย ดังนั้นรุ่นนี้ผิวมะระมีครับ) 6.บล็อกธรรมดา แต่ทั้งนั้นทั้งนี้อาจมีบล็อกมากกว่าที่กล่าวไว้ ณ ที่นี้อีกด้วย

เนื้อหารุ่นนี้มีสร้างกันมากมายหลายเนื้อ คือเนื้อเงิน เนื้อนวะทองคำ เนื้อทองแดงรมดำ ส่วนเนื้อทองคำไม่ทราบว่ามีหรือไม่ ในส่วนของเนื้อนวะทองคำนั้นมีปัญหาพอสมควร เพราะบางเหรียญนั้นอาจกลับดำมองดูคล้ายกับเนื้อทองแดงรมดำ ทำให้บางคนเข้าใจผิดว่าเนื้อทองแดงรมดำที่ผิวเปิดนิดหน่อยเป็นเนื้อนวะก็มี ทั้งนี้ทั้งนั้นอยากให้ระวังการเช่าหาเพราะราคาต่างกันลิบลับ ให้สังเกตว่าเนื้อนวะแท้ๆ ตัวหนังสือด้านหลังต้องไหลเยอะๆ หากไหลน้อยๆ จะเป็นเนื้อทองแดงรมดำเท่านั้น

สำหรับเหรียญรุ่นสุดท้ายนี้โดยเฉพาะเนื้อเงินและเนื้อนวะ จะมีทั้งแบบที่ตอกเลขนัมเบอร์และแบบไม่ตอก เดิมทีเดียวหากมีตอกเลขบ้างว่าเป็นพระเก๊เลยทีเดียว แต่ปัจจุบันประวัติชัดเจนว่าเป็นพระแท้ที่เข้าพิธีพร้อมกัน แต่เป็นพระที่หลวงพ่อเงินท่านมอบให้กับทางเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ฯ (วัดใหญ่) ต่อมาภายหลังทางวัดใหญ่ได้นำออกให้ประชาชนเช่าบูชานำเงินมาบูรณะกุฏิพระ จึงได้นำมาตอกเลข นั่นเองที่ทำให้มีเนื้อนวะตอกเลข ในส่วนของเนื้อเงินยังเป็นที่ถกเถียงกันว่ามีการตอกจริงหรือไม่ บางสายอ้างว่ามีการนำไปตอกภายหลัง บ้างก็ว่ามีการตอกจริงๆ ตรงนี้ผู้เขียนไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร อย่างไรก็ตามเนื้อทองแดงรมดำนั้นไม่มีการตอกเลขอย่างแน่นอน

ในส่วนของเนื้อทองแดงรมดำเองก็มีหลายสีหลายวรรณะ ทั้งนี้เพราะกรรมวิธีการรมเป็นการนำเอาพระมากองรวมกันแล้วจุดเตารมด่านล่าง ทำให้วรรณะของพระต่างกันออกไป ตั้งแต่โทนสีน้ำตาลอ่อนๆ สีน้ำตาลเข้ม สีน้ำตาลแก่ สีมะขามเปียก ไปจนถึงเกือบดำสนิท แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นว่ากันว่ารุ่นนี้การรมจะไม่มีดำสนิทแท้ๆ เพราะเมื่อส่องกล่องก็จะออกน้ำตาลเข้มจัดเท่านั้น โดยในที่นี้สีที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือสีมะขามเปียกเพราะนอกจากจะหายากแล้วยังดูสวยซึ้ง

อนึ่งเหรียญรุ่นสุดท้ายนี้ยังมีพิมพ์เล็กอีกด้วย เป็นทรงเดียวกันแต่ขนาดเล็กกว่ากันมาก ใบหน้าหลวงพ่อไม่สวยงามเหมือนพิมพ์ใหญ่ ส่วนด้านหลังมีลักษณะคล้ายกันและมีเนื้อเหมือนพิมพ์ใหญ่ รวมทั้งแบบตอกเลขพิมพ์เล็กก็มีเช่นกัน แต่ตัวผมเองยังไม่ได้เป็นเจ้าของจึงไม่ได้โชว์ในวันนี้

สนนราคาการเล่นหาตอนนี้ถอยลงมาพอสมควร เคยแรงสุดช่วงปีที่แล้วราคาเล่นหาไปไกลมาก แต่เนื่องจากจำนวนพระที่มากเมื่อราคาสูงขึ้นมีผู้นำมาขายจึงทำให้ราคานิ่งลงไป ปัจจุบัน (ต้นปี2554) เนื้อเงินอยู่ราวหมื่นปลายถึงแสน ส่วนเนื้อนวะใกล้เคียงกันแต่หากตอกเลขจะแพงกว่าเนื้อเงินนิดหน่อย ส่วนเนื้อทองแดงรมดำ หากเป็นบล็อกเนื้อเงินและบล็อกบ่าขีดอยู่พันปลายเกือบหมื่น บล็อกหนังสือไหลกับบล็อก ส ขีดอยู่ราวพันกลางแต่หนังสือไหลจะแพงกว่านิดหน่อย ส่วนบล็อก ข ขีด หรือบล็อกธรรมดาอยู่ที่พันเศษ และพิมพ์เล็กจะอยู่ที่พันต้นเท่านั้น

ของเก๊ขอให้ระวังให้มาก ผู้เขียนเองก็โดนมาเยอะ เจ็บมาเยอะ แบบถอดพิมพ์ฝีมือขั้นเทพ ต่างกันที่ขนาดของรูหูเหรียญที่จะใหญ่ผิดปกติเท่านั้น นอกจากนั้นเหมือนมากทีเดียวทั้งความคมชัดและตำหนิ และก็ยังมีงานฝีมือบล็อกอื่นๆ อีกไม่น้อยเลย ใครรักชอบขอให้ศึกษาให้ดีเสียก่อนมิเช่นนั้นอาจเจ็บตัวได้

องค์ที่ลงโชว์องค์แรกนี้เป็นเนื้อเงิน เคยลงโชว์มาแล้ว แต่ขอลงอีกทีเพื่อประกอบเนื้อเรื่องในวันนี้ เชิญชมครับ สวยขั้นเทพ องค์จริงผิวรุ้งเดิมๆ หิ้งๆ ครับ

โพสต์เมื่อ ส. - 02 เม.ย. 2554 - 18:08.56
ความคิดเห็นที่ 2:
คะแนน ความคิดเห็นที่มีประโยชน์: 0
oxyjack
ตั้ง: 4 ตอบ: 31
คะแนน: 14
รายละเอียด

เหรียญนี้เป็นบล็อกไหล่ขีด สังเกตรอยแตกที่บ่าเหนือผ้าสังฆฏิ หลายคนจะนำเอาบล็อกนี้หรือหนังสือไหล ที่ไหลเยอะๆ ไม่มั่วว่าเป้น เนื้อนวะ หรืออีกวิธีเอาไปช๊อตไฟฟ้าให้เหรียญออกวาวเป้นเนื้อนวะ ให้ระวัง ถ้าชอบเนื้อนวะจริงขอให้มองแบบที่ตอกเลขนัมเบอร์จะสบายใจกว่า

โพสต์เมื่อ ส. - 02 เม.ย. 2554 - 18:11.36
ความคิดเห็นที่ 3:
คะแนน ความคิดเห็นที่มีประโยชน์: 0
oxyjack
ตั้ง: 4 ตอบ: 31
คะแนน: 14
รายละเอียด

เหรียญที่ 3 เป็นบล็อก ส.ขีด หนังสือไหล  บล็อคนีจะไหลไม่เยอะ แต่ก็เห้ฯได้จากส่องกล้อง เหรียญนี้มีดีที่ผิววรรณะ เพราะเป้นสีมะขามเปียก องค์จริงจะเข้มกว่านี้หน่อย พอดีถ่ายรูปเองได้แค่นี้ครับ  ให้ศึกษาผิวมะขามเปียกนี้นิยมสุด (เหรียญนี้มีคนเปิดให้ผม 10,000 บาท มา 3 คนแล้ว ขณะที่ทั่วไปซื้อขายแค่ 6,000 เอง)

โพสต์เมื่อ ส. - 02 เม.ย. 2554 - 18:17.08
ความคิดเห็นที่ 4:
คะแนน ความคิดเห็นที่มีประโยชน์: 0
oxyjack
ตั้ง: 4 ตอบ: 31
คะแนน: 14
รายละเอียด

เหรียญสุดท้าย เป็นบล็อก ส.ขีด ธรรมดา  ไม่ไหล แต่สวยไม่ธรรมดาด้านหน้ากระจายด้วยประกายเหมือนน้ำทอง แต่ถ่ายรูปมาไม่สวยเท่า  ด้านหลังรุ้งเต็มเหรียญ ดูเอาเองครับ องค์เดียวกัน 2 ภาพครับ

โพสต์เมื่อ ส. - 02 เม.ย. 2554 - 18:22.25
ความคิดเห็นที่ 5:
คะแนน ความคิดเห็นที่มีประโยชน์: 0
linksys
ตั้ง: 12 ตอบ: 45
คะแนน: 3
รายละเอียด

พระสวย  ข้อมูลดี  ยอดเยี่ยมครับผม

โพสต์เมื่อ พ. - 24 ส.ค. 2554 - 18:20.56
ความคิดเห็นที่ 6:
คะแนน ความคิดเห็นที่มีประโยชน์: 0
AmixTaPuD
ตั้ง: 29 ตอบ: 96
คะแนน: 1
รายละเอียด

ขอถาม รุ่นนี้มีทั้ง ส.ขีดและไม่ขีดใช่ไมครับ หรือไม่มี ส.ขีด เลยครับ ขอคุณครับ 

โพสต์เมื่อ ส. - 08 มี.ค. 2557 - 00:13.59
ความคิดเห็นที่ 7:
คะแนน ความคิดเห็นที่มีประโยชน์: 0
AmixTaPuD
ตั้ง: 29 ตอบ: 96
คะแนน: 1
รายละเอียด

เหรียญ บล็อคไหลขีดนะครับ 

โพสต์เมื่อ ส. - 08 มี.ค. 2557 - 00:15.22
Top