เหรียญพระพุทธชินนราชปี 2460 ผ่านไหมครับ - webpra

หัวข้อ: เหรียญพระพุทธชินนราชปี 2460 ผ่านไหมครับ

กระทู้ และ ความคิดเห็นต่างๆ

เหรียญพระพุทธชินนราชปี 2460 ผ่านไหมครับ
คะแนน ความคิดเห็นที่มีประโยชน์: 0
dectapad
ตั้ง: 300 ตอบ: 1736
คะแนน: 73
รายละเอียด

ไม่เคยเห็นเคยจับของจริงครับ เลยต้องเอามาถามให้แน่ใจ

ลุยเต็มที่เลยครับ ไม่ต้องยั้ง ดีไม่ดีไม่ว่ากัน

และขอข้อมูลการดูเหรียญด้วยก็ดีนะครับถ้ามี

ขอบคุณครับ

เหรียญพระพุทธชินนราชปี 2460 ผ่านไหมครับ เหรียญพระพุทธชินนราชปี 2460 ผ่านไหมครับ
โพสต์เมื่อ พฤ. - 19 พ.ย. 2552 - 19:33.17
ความคิดเห็นที่ 1:
คะแนน ความคิดเห็นที่มีประโยชน์: 0
dectapad
ตั้ง: 300 ตอบ: 1736
คะแนน: 73
รายละเอียด

เส้นสายที่พอมีให้เห็น

โพสต์เมื่อ พฤ. - 19 พ.ย. 2552 - 19:34.12
ความคิดเห็นที่ 2:
คะแนน ความคิดเห็นที่มีประโยชน์: 0
dectapad
ตั้ง: 300 ตอบ: 1736
คะแนน: 73
รายละเอียด

อีกมุมครับ

โพสต์เมื่อ พฤ. - 19 พ.ย. 2552 - 19:34.55
ความคิดเห็นที่ 3:
คะแนน ความคิดเห็นที่มีประโยชน์: 0
park
park (42) (-1) 222.123.202.121
ตั้ง: 89 ตอบ: 169
คะแนน: 10
รายละเอียด

ดูแล้วท่าจะดี ผมไม่ค่อยชำนานคอยเป็นกำลังใจอยู๋ห่างๆ  ครับท่าน..

โพสต์เมื่อ พฤ. - 19 พ.ย. 2552 - 20:41.05
ความคิดเห็นที่ 4:
คะแนน ความคิดเห็นที่มีประโยชน์: 0
matchbox043
ตั้ง: 114 ตอบ: 172
คะแนน: 6
รายละเอียด

เป็น หลวงพ่อโสธร ครับท่าน...

ไม่ผ่านครับ...

โพสต์เมื่อ ศ. - 20 พ.ย. 2552 - 01:23.36
ความคิดเห็นที่ 5:
คะแนน ความคิดเห็นที่มีประโยชน์: 0
สุรการ
ตั้ง: 36 ตอบ: 399
คะแนน: 10
ร้านค้า:
รายละเอียด

ไม่ผ่านอีกเสียงนึงครับLaughing

โพสต์เมื่อ ศ. - 20 พ.ย. 2552 - 08:20.24
ความคิดเห็นที่ 6:
คะแนน ความคิดเห็นที่มีประโยชน์: 0
โชฉัตรแก้ว
ตั้ง: 126 ตอบ: 534
คะแนน: 28
ร้านค้า:
รายละเอียด

โดยมากเค้ามักจะตัดสินที่ขอบของเหรียญนะคะเพราะขอบเป็นสิ่งเดียวที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบ หรือ ทำเก๊ได้ เอาข้อมูลที่หาไว้ศึกษามาแบ่งปันให้เผื่อจะมีประโยชน์

ลองดูแล้วกันนะคะ

วิธีดูพื้นเหรียญปั้ม 
  " รู้ไว้มีชัยไปกว่าครึ่ง ” 
  “ผิว” เป็นส่วนชั้นนอกสุด ที่สามารถมองเห็นได้ก่อนส่วนอื่น พระเครื่องบางอย่างไม่สามารถมองเห็นเนื้อภายในได้ 
  เมื่อสมัยก่อน การพิจารณาว่าเหรียญแท้หรือเทียมนั้น จะใช้หลักการดูตำหนิ หรือจดจำเค้าใบหน้าของหลวงพ่อ ปัจจุบันขบวนการปลอมเหรียญได้ทำตำหนิในหนังสือ จึงเหมือนเป็นการชี้โพรงให้กระรอก เข้าไปอีก 
  ก่อนที่จะมาเป็นเหรียญดังทั้งหลายนั้น วิธีการทำมีอยู่ว่า จะต้องเอาแผ่นโลหะเข้าเตาไฟเผาเพื่อให้อ่อนตัว จากนั้นก็เอาเข้าเครื่องปั๊ม ซึ่งเครื่องก็จะกระแทกอย่างแรง เพื่อตัดขอบเหรียญให้ขาดออกจากกัน การที่โลหะถูกความร้อนจนอ่อนตัว แล้วถูกกระแทกอัดซ้ำอย่างหนักจะทำให้เนื้อโลหะเกิดการอัดแน่น 
  ผิวของเหรียญที่ปั๊มออกมาจึงต้องมีลักษณะตึง เรียบ แน่น ไม่บวมหรือมีเนื้อเกินขรุขระ หากเหรียญมีผิวขรุขระไม่เรียบ มีหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น การเอาบล็อกเก่ามาปั๊มใหม่ ซึ่งบล็อกของเหรียญจะทำด้วยเหล็กกล้า เหนียวและแข็ง แต่ถึงจะเหนียวและแข็งขนาดไหน ก็ไม่ทนทานต่อการเกิดสนิม กัดกินได้ เนื่องจากถูกความชื้น หรือละอองในอากาศ 
  ครั้นเอาบล็อกที่เป็นสนิมมาทำความสะอาด แล้วปั๊มเหรียญใหม่ ผิวของเหรียญ ย่อมขรุขระตามไปด้วย มีเนื้อเกินเป็นจุดๆหรือเป็นบางแห่ง ซึ่งเรียกลักษณะนี้ว่า “ เหรียญขี้ลาภ ” ซึ่งเหรียญประเภทนี้วงการไม่ค่อยให้ความนิยม ปล่อยยากเพราะถือว่าปั๊มขึ้นมาทีหลัง 
  ผิวเหรียญอีกแบบหนึ่งที่ไม่น่าไว้วางใจ คือพื้นผิวของเหรียญลาดเอียงเป็นหลุมเป็นบ่อ เหรียญแบบนี้มักเป็นเหรียญหล่อถอดพิมพ์ โดยเอาเหรียญแท้ไปถอดพิมพ์ขึ้นมาใหม่ แล้วหลอมตะกั่วเทลงไป สังเกตได้ง่ายว่าผิวจะไม่ตีงเรียบและแน่น จึงมักจะนำไปชุบทองแดง รมผิว หรือกะไหล่ทอง เพื่อปกปิดไม้ให้รู้ว่าหล่อมาจากเนื้อตะกั่ว ที่สำคัญมักเหลี่ยมพลาสติกจับขอบไว้ด้วย จึงต้องพึงระวังให้ดี 
  เหรียญปั๊มของเก่าแท้จะมีลักษณะแห้งซีด ไม่แวววาว สดใส มีคราบสนิทความเก่าจับตามพื้นผิวเป็นจุด เหรียญที่สร้างโดยการปั๊มเนื้อจะดูแน่น ตึงเรียบ ไม่มีรูพรุนของฟองอากาศ ยกเว้นรอยสนิทกัดกิน ส่วนเหรียญที่สร้างโดยการหล่อ หรือฉีดเนื้อโลหะเข้าแม่พิมพ์อย่างเหรียญคอมพิวเตอร์ เนื้อเหรียญจะดูไม่แน่นตึง มีรูพรุนของฟองอากาศหรือ “ตามด” เป็นจุดๆ และเป็นบางแห่ง 
  หลักเกณฑ์พิจารณาพื้นผิวของเหรียญปั๊มขอสรุปง่ายๆ ดังนี้ครับ 
  1. พื้นเหรียญต้องตึง เรียบแน่น ไม่ขรุขระเป็นขี้กลาก หรือมีเนื้อเกินเป็นก้อนๆ และต้องไม่บวม 
  2. เหรียญที่มีความเก่า เนื้อเหรียญจะมีความเก่า โดยโลหะจะมีลักษณะแห้ง ซีด ไม่แวววาว 
  3. เหรียญเก่าที่ถูกสนิทกัดกินพื้นผิวจนผุกกร่อน รอยรูพรุนจะมีเกือบทั่วเหรียญและเป็นการผุกร่อนจากภายนอก กินลึกเข้าไปในเนื้อเหรียญ 
  4. รอยรูพรุนตามพื้นผิวเหรียญ ถ้ามีรูพรุนเป็นจุดๆ บางแห่งและมีจำนวนน้อยนั้การศึกษาธรรมชาติของเหรียญ โดยอาศัยหลักพื้นฐาน ๔ ประการ ได้แก่

 ๑.ความคมชัดของตัวหนังสือ หรืออักขระยันต์ ๒.พื้นผิวของเหรียญที่เรียบตึง ไม่มีร่องรอยของการถอดพิมพ์ ไม่มีขี้กลาก ๓.การเจาะรูหูเหรียญ ต้องมีเนื้อปลิ้นเกินที่เป็นธรรมชาติ และ ๔.วิวัฒนาการของการตัดขอบเหรียญ ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามเทคโนโลยีในแต่ละยุคสมัย

 ทั้ง ๔ ประการนี้ ถือเป็นจุดที่ใช้ในการพิจารณาเหรียญว่าแท้หรือปลอม ได้ชัดเจนยิ่งกว่าการจดจำตำหนิ

 ที่สำคัญ ยังสามารถนำไปใช้ในการพิจารณาได้ทุกเหรียญ ไม่ว่าจะเป็นเหรียญในยุคสมัยใดก็ตาม เพราะถึงแม้ว่ากรรมวิธีการทำปลอมในปัจจุบันจะสามารถทำได้ใกล้เคียงกับของ จริงแค่ไหน แต่ธรรมชาติของการผลิตเหรียญแต่ละยุค ย่อมมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

 ดังนั้น จะเห็นได้ว่า การซื้อ-ขายเหรียญในปัจจุบัน ผู้ชำนาญการจะใช้วิธีการพิจารณาด้านข้างของเหรียญเป็นบทสรุปว่า แท้หรือไม่

 เพราะ...ขอบด้านข้างของเหรียญเป็นสิ่งเดียวที่ยังไม่สามารถปลอมแปลงได้เหมือน

 เนื่องจากร่องรอยที่ด้านข้างของเหรียญนั้น คือ ร่องรอยที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ จากขั้นตอนการผลิตในแต่ละยุคสมัย

 อย่างไรก็ตาม การศึกษาเหรียญต่างๆ ตามข้อสังเกต ๔ ข้อข้างต้นนั้น จะต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อไปเช่าหาเหรียญมาศึกษา

 อีกทั้งเหรียญที่เป็นที่นิยมของวงการ ล้วนแล้วแต่เป็นเหรียญที่มีราคาแพง ตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักล้านแทบทั้งสิ้น

 ปัญหาจุดนี้ ผมจึงเสนอแนะแนวทางที่ประหยัดกว่า และน่าสนใจ สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาแต่มีทุนน้อย นั่นก็คือ ให้ใช้วิธีไปเช่าเหรียญเก่าที่วงการไม่นิยม และมีราคาไม่แพงแทน เพื่อนำมาศึกษาธรรมชาติของเหรียญที่เกิดจากวิวัฒนาการในการปั๊ม และการตัดขอบเหรียญ

 เพราะเหรียญที่ออกมาในยุคสมัยที่ใกล้เคียงกัน ย่อมจะมีขั้นตอนการผลิตที่คล้ายคลึงกัน อาจจะแตกต่างกันก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 ทั้งนี้ เพื่อให้ง่ายต่อการศึกษา ทำความเข้าใจ ผมจึงจำแนกเหรียญต่างๆ ตามกรรมวิธีการปั๊มตัดข้างเหรียญ โดยแบ่งออกเป็นออก ๓ ยุคสำคัญ คือ

  ยุคที่ ๑.ประมาณ พ.ศ.๒๔๔๐-๒๔๘๕ ยุคที่ ๒.ประมาณ พ.ศ.๒๔๘๖-๒๔๙๙ และยุคที่ ๓.ประมาณ พ.ศ.๒๕๐๐-ปัจจุบัน

 ๑. ช่วงปี พ.ศ.๒๔๔๐-๒๔๘๕ เป็นช่วงที่นิยมสร้างเหรียญลักษณะรูปทรงกลม รูปไข่ รูปทรงอาร์ม และทรงเสมา ซึ่งรูปทรงเหรียญทั้ง ๔ ชนิดนี้ สามารถแยกตามกรรมวิธีการสร้างได้เป็น ๒ ชนิด คือ เหรียญชนิดปั๊มข้างเลื่อย และเหรียญชนิดปั๊มข้างกระบอก 
 
โดยเหรียญชนิดปั๊มข้างเลื่อย ก็คือ การนำแผ่นโลหะที่มีขนาดใหญ่กว่าขนาดของเหรียญมาปั๊มให้ได้ตามลักษณะรูปทรง ที่ต้องการ จากนั้
ส่วน การปั๊มข้างกระบอก ก็คือ การนำแผ่นโลหะมาเลื่อยให้ได้ตามรูปทรงของเหรียญที่จะทำการปั๊ม เพื่อเข้ากระบอก และการปั๊มเหรียญนั้นๆ ดังนั้น ด้านข้างของเหรียญปั๊มชนิดนี้จึงมีความเรียบเนียน เนื่องจากการกดปั๊มโดยมีตัวกระบอกเป็นตัวบังคับ
  
อย่างไรก็ตาม บางเหรียญอาจมีเส้นทิวบางๆ ในขอบข้างเหรียญ ซึ่งเกิดจากการแต่งขอบให้สวยงามก็ได้
  
๒. เหรียญชนิดปั๊มข้างตัด (ปั๊มตัดยุคเก่า) เป็นยุคที่เริ่มพัฒนากรรมวิธีการจัดสร้างเหรียญ ด้วยการนำเครื่องจักรที่ทันสมัยมากขึ้น มาใช้แทนกรรมวิธีแบบเก่า ที่ใช้การเข้ากระบอก และต้องเลื่อยขอบออก เพื่อตกแต่งในขั้นตอนสุดท้าย ด้านข้างของเหรียญจะมีลักษณะมนๆ ไม่ค่อยมีริ้วรอยมากนัก
  
๓. หรียญปั๊มตัดยุค พ.ศ.๒๕๐๐-ปัจจุบัน ในยุคนี้ได้มีการพัฒนาตัวตัดข้างเหรียญที่ทันสมัย เพื่อความสะดวกในการตัดขอบเหรียญในจำนวนมากๆ ตัวตัดยุคนี้จึงค่อนข้างคมชัด

โพสต์เมื่อ ศ. - 20 พ.ย. 2552 - 09:20.08
ความคิดเห็นที่ 7:
คะแนน ความคิดเห็นที่มีประโยชน์: 0
dectapad
ตั้ง: 300 ตอบ: 1736
คะแนน: 73
รายละเอียด

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นครับ

น่าอายจริง พิมพ์ผิด ไปได้ ต้องขออภัย

ต้องขอบคุณ คุณ โชฉัตรแก้ว อย่างสูงครับ ที่กรุณาให้รายล่ะเอียดและความรู้อย่างมากมาย

เหรียญนี้เจ้าของเหรียญเดิมเขานำไปขัดล้างโดยใช้สก็อตไบรท์ครับ ผิวเลยเปิดไปเยอะ

ผมเองก้ไม่สันทัด กับเหรียญรุ่นนี้ ความคิดเห็นของทุกท่านและความรู้ที่ได้มา ผมก็จะนำไปบอกต่อกับเจ้าของเหรียญเขาอีกทีครับ

ขอบพระคุณอีกครั้งครับ

โพสต์เมื่อ ศ. - 20 พ.ย. 2552 - 20:44.47
ความคิดเห็นที่ 8:
คะแนน ความคิดเห็นที่มีประโยชน์: 0
surawut
surawut (0) (-3) 58.9.63.189
ตั้ง: 7 ตอบ: 39
คะแนน: 0
รายละเอียด

ไม่แท้ครับ

โพสต์เมื่อ ศ. - 27 พ.ย. 2552 - 15:07.54
Top