อ่านแล้วรักแม่ให้มากๆนะครับ - webpra

หัวข้อ: อ่านแล้วรักแม่ให้มากๆนะครับ

กระทู้ และ ความคิดเห็นต่างๆ

อ่านแล้วรักแม่ให้มากๆนะครับ
คะแนน ความคิดเห็นที่มีประโยชน์: 1
vijitras
ตั้ง: 83 ตอบ: 343
คะแนน: 141
รายละเอียด

 

(แชร์) โยนแม่ทิ้งกลางถนน ลองอ่านกันดูนะคะ ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้อ่านข่าวนี้ค่ะ มันเหนือคำบรรยายจริงๆ
อ่านแล้วน้ำตาร่วงเลย วันที่ลง 5 มิ.ย. 11, 12:05 น
เรื่องของคุณยายอายุเจ็ดสิบ ชื่อคุณยายสง่า สังข์ทอง พิการ เดินไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็น เป็นคนอยุธยา
ได้มาอยู่อาศัยกับลูกคนแล้วคนเล่าในจำนวนสี่คนที่เมื่อก่อนแม่เลี้ยงดูฟูมฟักมากับมือจนเติบใหญ่ทั้งสี่คน
แต่บัดนี้ แม่หาประโยชน์มิได้แล้ว รังแต่จะเป็นภาระ ลูกชาย

ลูกสาวนั้นก็พยายามหาทางผลักไส ให้แม่หนีไป ยายแกก็ไม่รู้จะไปไหนไป
สุดท้ายมาขออาศัยลูกชาย ชื่อสุเทพ ก็เจอลูกสะใภ้ด่าว่าเข้าให้อีก
กินข้าวแต่ละมื้อกับน้ำพริก แม่ก็ต้องกินข้าวเคล้าน้ำตา ในที่สุด ทั้งลูกชาย
และลูกสะใภ้ก็เรียกรถแท็กซี่มาอุ้มแม่ไปทิ้งที่ซอยอ่อนนุช 46 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พร้อมกับหมาหนึ่งตัวที่คุณยายแกเหลืออยู่......
คนที่ช่วยเอาไว้ ก่อนจะนำส่งที่สถานสงเคราะห์

เล่าว่าคุณยายแกไม่กล้ากลับไปอยู่กับลูก เพราะกลัวจะถูกด่าว่ารังแก
เอาแต่ร้องไห้ และบอกว่า ถ้าลูกสำนึกได้แกก็ให้อภัยเสมอ โธ่เอ๋ย.........
ผมไม่ทราบว่าท่านได้อ่านข่าวเรื่องราวอย่างนี้ จะคิดอย่างไรกัน
เทคโนโลยีก้าวหน้าไป คนไทยช่างทันสมัย ไม่นึกถึงพระคุณผู้ที่ให้กำเนิดแม้แต่น้อย
ใจโหดร้ายพอที่จะโยนแม่ทิ้งกลางถนนพร้อมกับหมาหนึ่งตัวได้อย่างไม่อายฟ้าอายดิน
คนไทยครับ.....เราเป็นอะไรกันไปแล้วหรือ ??
อีกความเห็นหนึ่ง คนเราทุกวันนี้ ก็แปลก มองเห็นเพื่อนๆ ที่ทำงาน หลายคน
มุ่งมั่นที่จะมีคู่ครองกันมาก ไม่เคยเห็นใครที่จะมุ่งมั่นเพื่อพ่อ แม่บ้างเลย
ทุกคน อยากทำงาน เก็บเงิน ซื้อรถ เพื่อจะได้ขับไปทำงานอย่างสบาย

อยากซื้อบ้านเพราะต้องการแยกตัวออกจาก พ่อ แม่ อยากแต่งงาน เพื่อเหตุผลแห่งการสืบพันธุ์อันเป็นธรรมชาติแห่งสัตว์โลก

ทำงานหนักเพื่อความฟุ่มเฟือย ของตนเอง ไม่ว่างานหนักแค่ไหนทนได้..แต่ไม่เคยทำงานบ้านเพราะอ้างว่าเหนื่อยมากพอแล้ว
ทุกสิ่งในเนื้องานจำได้หมด...แต่ไม่เคยจำได้ว่าพ่อแม่ชอบกินอะไร

เจ้านาย อยากได้อะไรทำให้ได้หมด...แต่ไม่เคยทำอะไรให้พ่อแม่
คุณพาคู่รักไปท่องเที่ยว หาอาหารอร่อยๆกินได้ทุกที่...แต่ไม่เคยแม้แต่ซื้อกับข้าวกลับบ้าน
ทุกคนลืม มองข้ามคนที่รักเรามากที่สุด

ขอบคุณที่มา webboard.sanook.com/forum/?topic=3436975
(แชร์) โยนแม่ทิ้งกลางถนน ลองอ่านกันดูนะคะ ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้อ่านข่าวนี้ค่ะ มันเหนือคำบรรยายจริงๆ อ่านแล้วน้ำตาร่วงเลย วันที่ลง 5 มิ.ย. 11, 12:05 น เรื่องของคุ...ณยายอายุเจ็ดสิบ ชื่อคุณยายสง่า สังข์ทอง พิการ เดินไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็น เป็นคนอยุธยา ได้มาอยู่อาศัยกับลูกคนแล้วคนเล่าในจำนวนสี่คนที่เมื่อก่อนแม่เลี้ยงดูฟูมฟักมากับมือจนเติบใหญ่ทั้งสี่คน แต่บัดนี้ แม่หาประโยชน์มิได้แล้ว รังแต่จะเป็นภาระ ลูกชาย ลูกสาวนั้นก็พยายามหาทางผลักไส ให้แม่หนีไป ยายแกก็ไม่รู้จะไปไหนไป สุดท้ายมาขออาศัยลูกชาย ชื่อสุเทพ ก็เจอลูกสะใภ้ด่าว่าเข้าให้อีก กินข้าวแต่ละมื้อกับน้ำพริก แม่ก็ต้องกินข้าวเคล้าน้ำตา ในที่สุด ทั้งลูกชาย และลูกสะใภ้ก็เรียกรถแท็กซี่มาอุ้มแม่ไปทิ้งที่ซอยอ่อนนุช 46 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พร้อมกับหมาหนึ่งตัวที่คุณยายแกเหลืออยู่...... คนที่ช่วยเอาไว้ ก่อนจะนำส่งที่สถานสงเคราะห์ เล่าว่าคุณยายแกไม่กล้ากลับไปอยู่กับลูก เพราะกลัวจะถูกด่าว่ารังแก เอาแต่ร้องไห้ และบอกว่า ถ้าลูกสำนึกได้แกก็ให้อภัยเสมอ โธ่เอ๋ย......... ผมไม่ทราบว่าท่านได้อ่านข่าวเรื่องราวอย่างนี้ จะคิดอย่างไรกัน เทคโนโลยีก้าวหน้าไป คนไทยช่างทันสมัย ไม่นึกถึงพระคุณผู้ที่ให้กำเนิดแม้แต่น้อย ใจโหดร้ายพอที่จะโยนแม่ทิ้งกลางถนนพร้อมกับหมาหนึ่งตัวได้อย่างไม่อายฟ้าอายดิน คนไทยครับ.....เราเป็นอะไรกันไปแล้วหรือ ?? อีกความเห็นหนึ่ง คนเราทุกวันนี้ ก็แปลก มองเห็นเพื่อนๆ ที่ทำงาน หลายคน มุ่งมั่นที่จะมีคู่ครองกันมาก ไม่เคยเห็นใครที่จะมุ่งมั่นเพื่อพ่อ แม่บ้างเลย ทุกคน อยากทำงาน เก็บเงิน ซื้อรถ เพื่อจะได้ขับไปทำงานอย่างสบาย อยากซื้อบ้านเพราะต้องการแยกตัวออกจาก พ่อ แม่ อยากแต่งงาน เพื่อเหตุผลแห่งการสืบพันธุ์อันเป็นธรรมชาติแห่งสัตว์โลก ทำงานหนักเพื่อความฟุ่มเฟือย ของตนเอง ไม่ว่างานหนักแค่ไหนทนได้..แต่ไม่เคยทำงานบ้านเพราะอ้างว่าเหนื่อยมากพอแล้ว ทุกสิ่งในเนื้องานจำได้หมด...แต่ไม่เคยจำได้ว่าพ่อแม่ชอบกินอะไร เจ้านาย อยากได้อะไรทำให้ได้หมด...แต่ไม่เคยทำอะไรให้พ่อแม่ คุณพาคู่รักไปท่องเที่ยว หาอาหารอร่อยๆกินได้ทุกที่...แต่ไม่เคยแม้แต่ซื้อกับข้าวกลับบ้าน ทุกคนลืม มองข้ามคนที่รักเรามากที่สุด
 
 

 

โพสต์เมื่อ พฤ. - 06 มี.ค. 2557 - 18:52.51
ความคิดเห็นที่ 1:
คะแนน ความคิดเห็นที่มีประโยชน์: 0
vijitras
ตั้ง: 83 ตอบ: 343
คะแนน: 141
รายละเอียด

คัดลอกมาจากเฟสบุ๊ค ครัยผม

โพสต์เมื่อ พฤ. - 06 มี.ค. 2557 - 19:49.41
ความคิดเห็นที่ 2:
คะแนน ความคิดเห็นที่มีประโยชน์: 1
dorn80
ตั้ง: 73 ตอบ: 558
คะแนน: 184
รายละเอียด

เอ..อ สังคมสมัยใหม่เป็นแบบที่คุณวิตราเล่ามาค๊ะ เอ๊ะ ครับ! เห็นมีในข่าวเยอะครับในช่วงที่ผ่านมา ส่วนตัวผมเกิดมาในสังคมครอบครัวขยาย(พ่อ,แม่-ปู่,ย่า-ตา,ยาย อยู่รวมกัน)ก็ไค้รับความอบอุ่นแบบนี้ตั้งแต่เด็ก ก็เลยไม่ได้เอาคุณแม่ไปทิ้งแบบนาย"สุเทพ"เขาค๊ะ เอ๊ะ ครับ!...

โพสต์เมื่อ พฤ. - 06 มี.ค. 2557 - 20:02.40
ความคิดเห็นที่ 3:
คะแนน ความคิดเห็นที่มีประโยชน์: 1
jorawis
ตั้ง: 90 ตอบ: 376
คะแนน: 167
ร้านค้า:
รายละเอียด

คนหนอคน  ไม่มีแม่แล้วจะรู้  Jorawis เองเพิ่งจะเสียคุณแม่ไปเมื่อปีที่ผ่านมา รู้ซึ้งเลยจ้าว่าไม่มีแม่แล้วเป็นยังไง อ่านแล้วน้ำตาจะไหลCry

โพสต์เมื่อ พฤ. - 06 มี.ค. 2557 - 20:25.02
ความคิดเห็นที่ 4:
คะแนน ความคิดเห็นที่มีประโยชน์: 1
หนุ่ยพุทธบูชา
ตั้ง: 188 ตอบ: 863
คะแนน: 367
รายละเอียด

 

 สำหรับบางคน พ่อ-แม่ คือผู้มีพระคุณมากที่สุดในชีวิต เพราะท่านคือผู้ให้ชีวิต เป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิต และไม่สามารถซื้อหามาทดแทนได้เมื่อขาดหายไป

อยากจะบอกว่า " ไม่มีบุญใด?ที่ยิ่งใหญ่เป็นมหาบุญ มากกว่าการแสดงกตัญญูกตเวทิตา ต่อผู้เป็นบุพการีของตน "

 อานิสงค์นี้ จะนำพาให้ชีวิตของผู้เป็นลูก ประสพแต่ความสุข-ความเจริญฯ ไม่พบพานกับความวิบัติ และ ยิ่งได้รับพร..จากปากของท่านทั้งสองด้วยแล้วไซร์ อานิสงค์นั้นจะเพิ่มพูนขึ้นไปอีกเป็นร้อยเท่าพันทวี..

แต่..สำหรับบางคน พ่อ-แม่ เป็นภาระ ที่มีแต่ค่าใช้จ่าย.. ทุกครั้งที่เห็นท่าน-คิดถึงท่าน จะเห็นแต่รายจ่าย... 

 ชีวิตของคนเหล่านั้น ก็จะพบแต่ความวิบัติ หาความสุข-ความเจริญฯ ที่แท้จริงไม่ได้ ถึงแม้... จะไม่ได้รับคำตำหนิจากปากของผู้ที่เป็นพ่อ-แม่เลยก็ตาม

ผมมีเรื่องหนึ่งมาถ่ายทอดให้ฟังครับ.

 ในบ้านใหญ่หลังหนึ่ง มี คนอยู่ 4 คน พ่อ-แม่-ลูกชาย(อายุ7ขวบ) และ แม่สามี อายุ 70กว่า 

  แม่สามี อายุ 70 กว่า แขนขาก็อ่อนแรง เวลากินข้าวก็จะทำจาน-ชามตกแตกเป็นประจำ โดนลูกสะใภ้ดุด่าอยู่เนืองๆ โดยมีลูกชายวัย7ขวบเห็นและได้ยินมาตลอด และได้บอกผู้เป็นพ่อว่า คุณแม่ดุและต่อว่าคุณย่าเรื่องทำจานแตกทุกวัน คุณพ่อรับฟังแล้วก็ไม่พูดอะไร?

 จนวันหนึ่ง จานข้าวของคุณย่าเปลี่ยนไป เป็นกะลา

เด็กชายถามคุณแม่ว่า"ทำไมถึงให้คุณย่าใช้กะลา" คุณแม่บอกว่า "กะลามันไม่แพง.. แตกก็ไม่เป็นไร" เด็กน้อยนิ่งเงียบไปสักครู่.. แล้วก็พูดออกมาประโยคหนึ่งว่า

  " ดีครับ ความคิดของคุณแม่ยอดเยี่ยมมากเลยครับ.. ต่อไปเมื่อคุณแม่อายุเท่าคุณย่า..ผมจะเอาวิธีนี้มาใช้บ้างครับ "

โพสต์เมื่อ ศ. - 07 มี.ค. 2557 - 01:25.37
ความคิดเห็นที่ 5:
คะแนน ความคิดเห็นที่มีประโยชน์: 1
onepeer
ตั้ง: 59 ตอบ: 1696
คะแนน: 306
ร้านค้า:
รายละเอียด

เวรกรรม...ซักวันหนึ่งผู้กระทำ  ก็จะเป็นผู้ถูกกระทำ ตามกรรมเวร ที่ตนเองได้ก่อเอาไว้  ไม่ช้าก็เร็ว.....

โพสต์เมื่อ ศ. - 07 มี.ค. 2557 - 11:55.55
ความคิดเห็นที่ 6:
คะแนน ความคิดเห็นที่มีประโยชน์: 1
piak8riw
ตั้ง: 23 ตอบ: 195
คะแนน: 109
รายละเอียด

"บิดามารดา ท่านว่าคือ พระอรหันต์ในบ้าน" บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้รับผลเช่นนั้น ...การกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี...ด้วยความเคารพนับถือและปรารถนาดีต่อทุกท่านที่กตัญญูกตเวทีผู้มีพระคุณ ขอให้มีความสุขความเจริญ ปลอดภัย แคล้วครลาด โชคดีชั่วกาลนานเทอญ

โพสต์เมื่อ พ. - 12 มี.ค. 2557 - 08:55.32
Top