
หัวข้อ: วันนี้ว่างๆเจ้าค่ะเลยเอาเรื่องพระสมเด้จและทั่วๆไปมาคุยเรื่อยเปื่อยเจ้าค่ะ
กระทู้ และ ความคิดเห็นต่างๆ

วันนี้ ว่างงานสักวันเลยมานั่งหน้าจอ เอาเรื่องเบาๆเอามาให้อ่านกันตามความรู้เล็กๆน้อยๆของผู้หญิงที่ชอบพระเครื่องเจ้าค่ะ
พระสมเด็จปกติเราจำแนกกันได้ตามพิมพ์ แต่พระสมเด็จที่เราดูพิมพ์กัน บังคับตามพิมพ์ก็ดูเนื้อ ดูแร่ดูโน่นดูนี่สรุปเก๊ แท้ ขึ้นอยู่กับความรู้ ความชำนาญและการที่มีข้อมูลความเป็นจริงเป็นพื้นฐาน แต่จากธรรมชาติของพระนี่ที่เราพบกันคือสมเด็จองค์เล็กๆเนื้อ นิ่มแทบแหลกคามือ เวลาจับต้องใส่ถุงมือจับเพชร แต่เราก็ลืมไปอีก1ข้อ
ไอ้เจ้าปูนเปลือกหอยคนโบราณเขาก็เรียกว่าปูนเหล็กเพชร คือแข็งมากๆ เอาชะแลงแงะยังไฟแลบ (มันก็จะมีอีกเนื้อคือเนื้อทั้งแข็งและแกร่ง)แต่ไม่ยักจัดประกวดเพราะเหตุใด อาจจะด้วยเพราะมาจาก ยายฉิม (ทำเหมือนเป๊ะแต่มิได้ปลุกเสกทำสมัยสมเด็จท่านยังอยู่ ยายฉิมเป็นใคร ผู้ที่เล่นพระสายพระสมเด็จคงรู้จักดี แต่นักเล่นพระรุ่นใหม่คงไม่ค่อยรู้จัก...ในที่นี้ยังไม่แนะนำให้รู้จักนะเจ้าค่ะลองค้นหากันเอา)ก็เป็นไปได้ ดังนั้นใครได้พระสมเด็จนอกพิพม์ หรือกรุยายฉิมหรือบางขุนพรหม หรือใดๆที่ไม่แน่ใจ หมั่นปลุกหมั่นอาราธนาด้วยชินบัญชรเสมอๆ เป็นการป้องกันอีก1ทาง พระแท้หรือเก้ เราเกิดไม่ทันแต่ถ้าในแง่ตลาดสากล เขาไม่รับ พระ สมเด็จเนื้อก้อนหินยังเรียกพี่แน่ๆ ส่วนบางขุนพรหม :: เขาก็ตีเราเก๊แต่ทำไหมสภาพเก๊ของเรา ปลุกๆไปปลุกๆมาไฟดับหว่า ก็เอามาใช้ทั้งเก๊ๆ ปลุกบ่อยๆ คงจะดีขึ้น (เพราะเราก็เกิดไม่ทัน) แล้วบางขุนพรหม กรุใหม่นี่เขาก็ว่าเป็นพระหลวงปู่ลำภู ไปบรรจุกรุไว้ออกมาพวกก็เอาตราวัดปั้มซะแล้วหลอกว่าสมเด็จโตสร้าง(ช่วงนั้นก็ทำเก๊ออกมาแล้วเอาตรายางจริงปั้มแล้วหลอกขายกันเยอะโดนกันมามากแต่ร้องไม่ได้เพราะถ้าร้องดังเดี๋ยวออกต่อลำบากเจ้าค่ะ)
พระที่มีการสร้างระดับความละเอียด แน่นอนต้องวัดระฆังมีเวลาทำย่อมละเอียดกว่า แต่บางขุนพรหมรีบๆใส่กรุ โบ้มั่งเบี้ยวมั่งเฉียงมั่ง เป็นธรรมชาติ บุคคลิกบอกถึงพระที่แขวนได้ไหม ตอบคือได้เช่น สมเด็จวัดระฆังกับบางขุนพรหม มีข้อปลีกย่อยต่างกัน
สมเด็จ วัดระฆัง หรือ เจ้าคุณนร (การงานราบรื่นวาสนาดี)
ถ้าค้าขายดี ก็บางขุนพรหม (ค้าขายดีอาธยาศัยดี สตรีไม่สน)
การแขวนพระเยอะ เป็นสิบๆหรือเป็น100องค์ บ่งบอกได้หลายด้าน 1.เขามีร่างและยังไม่สมควรทำอะไร เลยให้เหมือนคนบ้าๆบอๆ รับขันก็หายลดปริมาณพระลงได้ 2.เขาชอบส่วนตัว หรือมองอีกทีคือ มีความลังเลไม่แน่ใจจึงต้องพึ่งพาเยอะๆ 3.ยิ่งเราแขวนพระเยอะใจเราจะยิ่งเป็นพระ เหมือนพระเข้าทุกทีดีไหมตอบว่าดี ถ้าพี่อยากเป็นพระ 4.ถ้าเราแขวนพ่อแก่ไปเยอะๆ ประมาณเคารพเยอะก็อาราธนาพ่อปู่ไปด้วยเต็มคอ เวลาไปไหนคนจะมองเราเป็นคนแก่เพราะปู่จะแฝงอยู่ด้วย ต้องย้ำก่อนว่า ถ้านึกสนุกลุกขึ้นมาแขวนพระเยอะๆ ยิ่งแรกที่ท่านได้คือ ประสบการณ์ใหม่ๆจำไปจนวันตายเช่น กระดูกทับเส้นประสาท หมอนรองกระดูกอักเสบ เส้นจม ระบบการตัดสินใจช้าลง และการเข้าสังคมที่ดู อลังการเดินทีกร่อกแกรกๆ ..บางทีหนักมากแทบสลบทั้งยืน เท็กนิกคือ มีพระหลัก แล้วที่เหลือก็พยายามหาที่หลวงปู่หลายท่าน ร่วมพิธีเดียวกันแขวน ก็ใช้ได้เจ้าค่ะ
ถ้าจะไปเจรจาความการงาน ::หอมเชียง เจ้าคุณนร สมเด็จ หรือเหรียญหลวงพ่อเปิ่น ช่วยได้เยี่ยม ก่อนอ่านหนังสือก็ท่องพญาไก่เถื่อนบูชาครูสัก30จบ+พระพิฆเนศด้วย อืมแล้วก็ลองอ่าน อ่ะโล่งเลยจำดี๊ดี ถ้ายังตื้อลองแขวนเจ้าคุณนรเอาน่ะหาคาถาท่านมาท่องด้วย สิทธะมัตถุ สิทธะมัตถุ สิตธะมัตถุ อิทังพะลัง เอตัสมิง รัตตะนัตตะยังสมิงสัมปะสาธะนะเจตะโส (3จบ หรือ 9จบตามชอบใจ) แล้วอ่านอีกที ก็เข้าท่า
เกือบสุดท้าย ประเภทพระหลุด คนฟลุ๊ค ตามตัวอักษรเจ้าค่ะ พระหลุดคนฟลุ๊ค คนซื้อดับ จับมา5บาท ดันไปเข้าตาเซียน ดันประกวดติดรางวัลอีก ราคาเลยดันไปแพง คนรวยเลยดันเช่าไปหุ้มจีวรทองประดับอัญมณี พอวันดีคืนดีเมื่อตังค์ไม่มีก็คิดอาราธนา หลวงพ่อธุดงค์ ให้คนเช่าต่อก็ดันแท้เฉพาะจีวร แต่หลวงพ่อ ไม่รู้วัด ไม่รู้ผู้สร้างเสียได้ เอ้ากรรมเลยทีนี้
สุดท้ายเลยเจ้าค่ะ..พระที่ดีคือพระที่เราได้เป็นมรดก ต้องเป็นของตกทอดสู่รุ่นนะเจ้าค่ะ.ไม่ใช่ตกทอดแบบนิยายคนพระบ้านราคเบา พระสมัยคุณพ่อและตอนนี้ผมก้ออายุ30กว่าแล้ว ลองดูครับพระจะเก่าขนาดไหน..ถ้าเชื่อแล้วซื้อไว้ ก้อตัวใครตัวมันเจ้าค่ะ แต่ถ้าเป็นพระที่ตกทอดมาจริงๆใครบอกเก๊ให้เก็บไว้ก่อน แต่ถ้าเช่ามาเองค่อยไปเทียบเคียงกับผู้รู้ (ขอวิชา) ไม่เอาพระในบ้านไปแลกพระใครทั้งสิ้น อยากได้ต้องหาเองแลกเองเวลาเจอเก๊ เราจะได้ยังเหลือของแท้เป็นทุนเดิมไว้ การสะสมพระเครื่องวัตถุมงคล เหมือนการเพิ่มเสริมบารมีให้เจ้าของด้วย(แต่ไม่ต้องขนมาแขวนเป็นพวกเต็มคอนะเจ้าคะ) คนมีเงินสายป่านยาวๆและพวกที่มีชื่อเสียง มักจะสะสมพระเครื่องแทนการปฏิบัติธรรม นั่นเพราะเหตุนี้
อามิตตพุทธ

จัดมา
ความรู้เล็กๆน้อยๆของผู้หญิงที่ชอบพระเครื่องเจ้าค่ะ......................และตอนนี้ผมก้ออายุ30กว่าแล้ว.............เล็ก ๆ น้อย ๆ...หยอกล้อกันเล่น (ไม่ได้จับผิดครับแต่นึกแล้วว่า...ใช่....)

" พระสมัยคุณพ่อและตอนนี้ผมก้ออายุ30กว่าแล้ว ลองดูครับพระจะเก่าขนาดไหน".....ขำๆเจ้าค่ะ ..ประโยคนี้คือ.ประโยคที่อิฉันยกมากล่าวอ้างให้เห็นว่าพวกขายพระบ้านราคาถูกของคนเอาพระมาขายที่ชอบเล่านิทานประกอบการขายเจ้าค่ะ...บางทีที่คิดก็อาจไม่ใช่..แต่บางอย่างที่ใช่กลับคิดไม่ถึงนะเจ้าคะ..
อามิตตพุทธ
รับทราบครับ....ในโลกนี้ยังมีเรื่องอีกมากมายที่เรายังไม่ทราบ เปรียบได้กับ "ใบไม้ในมือกับใบไม้ในป่า" ขอบพระคุณมาก ๆ ครับ

piak8riw:
ความรู้เล็กๆน้อยๆของผู้หญิงที่ชอบพระเครื่องเจ้าค่ะ......................และตอนนี้ผมก้ออายุ30กว่าแล้ว.............เล็ก ๆ น้อย ๆ...หยอกล้อกันเล่น (ไม่ได้จับผิดครับแต่นึกแล้วว่า...ใช่....)
ตั้งใจอ่านมากนะครับ....ผมอ่านตั้ง 3-4 รอบ จึงจะเจอ (ไม่ต้องการให้เป็นประเด็นนะครับผม)

ความเห็นนี้อาจจะเห็นต่างไปจากเนื้อความในกระทู้ของท่าน นกเค้าแมว ไปบ้างก็ขออภัยด้วย และก็คิดว่าท่านคงจะไม่ถือโกรธ เพราะเนื้อความในกระทู้ของท่านก็คงไม่ใช่ของท่านเอง เพราะก๊อปมาจาก www.bp.or.th/webboard และในเนื้อความเอ่ยถึงพระของ ยายฉิม ซึ่งเป็นพระพิมพ์สมเด็จแต่นอกพิมพ์ไปจากพิมพ์ที่เล่นหากันเป็นสากล จึงไม่อยากให้นักสะสมพระรุ่นใหม่ๆเกิดความสับสนว่า มีจริงหรือไม่ และสมควรเก็บสะสมหรือเปล่า
ยายฉิม เป็นตำนานที่เล่าขานกันมาในหมู่นักพระเครื่องรุ่นเก่าๆ ซึ่งก็ไม่ทราบว่ามีตัวตนจริงหรือไม่เพราะเกิดกันไม่ทัน หรือถ้ามีตัวตนจริงก็อาจจะเป็นเกร็ดเล็กๆน้อยๆ ที่อาจจะเป็นชาวบ้านธรรมดาๆที่มาทำบุญประจำกับท่านสมเด็จโต หรือที่เรียกกันว่า "โยมอุปัฏฐาก" อะไรทำนองนั้น แล้วมาเกี่ยวกับเรื่อง "พระของยายฉิม" ได้อย่างไร ก็คงจะเป็นเรื่องนิทานอิงประวัติศาสตร์ที่นักปลอมพระในยุคก่อนแต่งขึ้นมาน่ะแหละครับ
ทีนี้เรามาพูดกันด้วยเหตุผลและหลักความเป็นจริง ในยุคของท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต พระที่ท่านสร้างขึ้นมาคือพระสมเด็จพิมพ์ต่างๆ ที่เราๆท่านๆ ทราบดีกันแล้ว ตามประวัติที่ท่านปรมาจารย์ทางด้านพระสมเด็จท่านได้ค้นคว้าหาหลักฐานและเขียนเอาไว้เป็นตำราให้พวกเรารุ่นหลังได้ศึกษาหาความรู้กัน พระของท่านในสมัยสมเด็จโตท่านยังมีชีวิตอยู่ยังไม่มีราคาค่างวดอะไรเลยครับ หมายถึงราคาซื้อขาย ท่านแจกให้ฟรีๆ หรือจะพูดแบบทันสมัยหน่อย ก็คือ "ท่านแทบจะวิ่งไล่แจก" เพราะเวลาท่านออกบิณฑบาตรทางเรือ ท่านก็เอาพระใส่ย่ามไว้สำหรับแจกญาติโยมที่มาใส่บาตร ก็คงจะทำไปแจกไป อันนี้ตามประวัตินะครับ เพราะผมก็เกิดไม่ทัน และก็ไม่ได้เป็นลูกศิษย์ของท่านในตอนนั้น แล้วกลับชาติมาเกิดใหม่ ถึงได้แสนรู้ไปหมด
จึงเป็นไปไม่ได้ที่ในยุคนั้นจะมีใครคิดทำพระเลียนแบบพระของสมเด็จโตขึ้นมา เหตุผล....ทำขึ้นมาทำไม...ด้วยสาเหตุจูงใจอะไร...ซื้อขายก็ไม่มีราคาเพราะท่านแจกให้ฟรีๆ อยากได้ไปขอท่านเมื่อไรก็ได้ ถ้าทำปลอม... ไปเอาแม่พิมพ์ที่ไหนมา เอาของจริงโดยไปยืมสมเด็จโตมากดพิมพ์หรือ....รับรองว่าโดนท่านยันออกมาจากกุฏิ เผ่นไม่ทันแน่ๆ แกะแม่พิมพ์ขึ้นมาใหม่ ผู้หญิงแก่ๆอย่างยายฉิม ซึ่งสมมติว่ามีตัวตนจริงจะมีความสามารถทำได้หรือ และในความเป็นจริงคนในยุคโบราณท่านกลัวบาป กลัวกรรมนัก เรื่องของพระสงฆ์องค์เจ้าท่านสร้างพระ สร้างเครื่องรางของขลังอะไรขึ้นมา ก็มีแต่ช่วยปัจจัยร่วมทำบุญกันเท่านั้น และก็รอรับแจกตอนเมื่อพระอาจารย์เหล่านั้นสร้างเสร็จ คงไม่มีใครที่คิดอุตริคิดสร้างปลอมแข่งกันขึ้นมาเหมือนสมัยปัจจุบันนี้หรอก
พระสมเด็จปลอมที่เริ่มทำขึ้นมาครั้งแรกๆ ตามข้อสันนิษฐาน และจากการดูความเก่าของเนื้อหา น่าจะมีอายุอยู่ที่ 70-80 ปี คงจะไม่เกิน 100 เป็นแน่ เพราะในยุคนั้นก็ยังมีพระของหลวงปู่ภู วัดอินทร ศิษย์สายตรงของสมเด็จโต ค้ำอยู่ ชนิดที่จะปลอมขายกันแพงๆเป็นกอบ เป็นกำ คงไม่น่าใช่ ก็คงปลอมขึ้นมาแบบวางขายกันแบกะดินในยุคโคนมะขาม ริมคลองหลอด หรือใต้โคนมะขามรอบสนามหลวง หรือแถวหน้าศาลอาญาในยุคโน้น และก็คงตกทอดเป็นมรดกของใครต่อใครอีกหลายคนจนมาถึงยุคนี้ แล้วก็มาอุปโลกน์สร้างนิทานประกอบการขายในยุคพระสมเด็จแพง ซึ่งพระปลอมแบบนี้ ก็ไม่ถือว่าน่ากลัวเพราะพิมพ์ทรงยังห่างไกลมากนัก (ผิดกับสมัยนี้ เก๊ ชนิดปาดคอเซียน) ซึ่งนักปลอม ก็จินตนาการสร้างพิมพ์พิเศษแปลกๆออกมาเรื่อยๆ
ก็เลยอยากจะขอเตือนนักสะสมรุ่นใหม่ที่ชอบพระสมเด็จ ขอให้เล่นตามแนวทางสากลที่วงการเล่นหากันเท่านั้น ทั้งพิมพ์ทรงและเนื้อหาก็ขอให้เล่นตามมาตรฐานสากล พิมพ์แปลกๆ เนื้อแปลกๆ ให้หลีกห่างไปให้ไกลเลย รับรอง "ตังค์"ในกระเป๋าท่านปลอดภัยแน่ และก็เรื่อง "เนื้อปูนเพชร" อะไรนั่น ผมว่าเหลวไหล สมเด็จโต ท่านคงไม่ เหนื่อยถึงกับ เอาปูนที่ใช้สำหรับสร้างงานปฏิมากรรมยุคโบราณ ที่เขาทำเป็นรูปปูนปั้นตามหน้าบันของโบสถ์มาสร้างเป็นพระสมเด็จของท่านหรอก ก็คงมีแต่พวกปลอมพระที่ชอบอุตริเอาเนื้อหาแปลกๆมาหลอกขายพร้อมนิทานหลอกเด็ก ก็เท่านั้น.....

ผมได้ยินมาประโยคหนึ่งของนักสะสมรุ่นเก่า.....ที่ว่า...เล่นสมเด็จเสร็จทุกราย....พอจะทราบที่มาของคำนี้มั้ยครับ

เห็นด้วยกับท่าน onepeer ครับ
สมัยนั้นพระพิมพ์เนื้อผงของสมเด็จฯ ท่านทำไปแจกไป ไม่มีค่างวดใดๆ จึงไม่มีเหตุจูงใจใดๆ ที่จะทำเลียนแบบขึ้นมา
ประกอบกับจิตใจผู้คนในยุคนั้น ก็แตกต่างกับมือผีที่ทำพระปลอมในยุคต่อมาครับ