
หัวข้อ: เล่นพระอย่างไรให้รวย......ครับ
กระทู้ และ ความคิดเห็นต่างๆ
พี่ ๆ ทุกท่านแนะนำด้วยครับ.......พอดีนั่งมองดูตัวเอง
เล่นพระมาก็นานนม......ไม่เห็นจะรวยกับเขาซะที
ไอ้ที่เล่นพร้อม ๆ กับเราหรือหลังเรา.....ตอนนี้มีทั้งบ้านหลังใหญ่ รถก็หลายคัน
เราก็รถคันเก่า ๆ บ้านก็หลังเดิม ๆ ....จะซื้อใหม่ก็ไม่มีปัญญา
เลยอยากถามพี่เซียน ๆทุกท่านครับ.......ว่ามีหลักการและขั้นตอนอย่างไรบ้าง
เล่นมาตั้งแต่หัวดำ......จนจะหงอกหมดหัวแล้ว ยังไม่มีตังต์เหมือนเดิม
ทำอย่างไรบ้างครับพี่ ๆ ทุกท่าน......วานบอกเป็นวิทยาทานหน่อยครับ
เผื่อจะได้รวยมีเงินทองกับเขาบ้างครับ.......ขอบคุณครับ
ท่าน ศีตะปันย์ กลัวผม "ยืมตังค์ใช่ม้า..." เลยออกตัวซะล้อฟรี! เลย.

ผมเก็บสะสมพระมา นาน แล้วครับ
ตอนนี้ยังไม่รวย เงิน แต่ มีความสุขเวลาเอา พระองค์ ที่รัก และ ผูกพัน
มานั่งส่อง และ จะ มีความสุข ทวีคูณเมื่อเอาพระอวดคนอื่นแล้ว เขา อิจฉา 55
แต่ มีความสุขที่สุด เวลาเจอคนที่ผมเคย มอบพระดีๆ ให้ แล้วเขา ผู้ นั้น แขวนติดตัวครับ
สวัสดีครับพี่หนุ่ย.......ตอบมาแบบนี้จากล้อฟรี ต้องเบรคเอี๊ยดเลยครับ
มิได้มีเจตนาเช่นนั้นครับ แต่อยากรู้จริง ๆ ครับ......เผื่อเอามาปรับเป็นแนวทางบ้างครับ
เพราะดูแล้วเล่นแบบเดิม ๆ ไปนี่........ก็คงจะจนอยู่อย่างนี้
เผื่อจะมีกะตังค์อย่างคนอื่นเขาบ้าง........เท่านั้นเองครับผม
สวัสดีครับพี่หนุ่มเหนือ.........ไอ้ที่สุขมันก็สุขอยู่บ้างแหละครับ
แต่มันสุข ๆ ทุกข์ ๆ ยังไงไม่รู้........เวลาส่องก็สุขใจ แต่มันทุกข์กายด้วยครับพี่
สุขมวีคูณแบบพี่ก็ไม่ค่อยเกิด..........เพราะเวลาคนอ่นมาส่องทีไร
บอกเล่นพระอะไรก็ไม่รู้ บอกไม่รู้จัก.......เล่นไม่เป็นซะงั้น ไม่เห็นมันอิจฉาผมเลยครับ
ที่สำคัญสุขสุด ๆ แบบพี่นั้น.......ยิ่งไม่เคยเกิดใหญ่
เพราะเวลาให้พระหรือแบ่งปันไป......ไม่เห็นใครแขวนเลยสักคน
เจอทีไรมีแต่บอกว่า ขายไปแล้ว.....แถมดันถามเรากลับมาว่า มีอีกเปล่า เฮ้อ!!!
ก็สะสมทั้งพระ ทั้งชี อันหลังนี่ มันตัวดูด ทางแก้ก็เลิกทำตัวเป็นขุนแผน แล้วโล๊ะของเก่าของแก่ให้หมด ก็พอจะมีทางกลับมารวยได้นะเออ

ตามอ่าน....

ศีตะปันย์:
สวัสดีครับพี่หนุ่มเหนือ.........ไอ้ที่สุขมันก็สุขอยู่บ้างแหละครับ
แต่มันสุข ๆ ทุกข์ ๆ ยังไงไม่รู้........เวลาส่องก็สุขใจ แต่มันทุกข์กายด้วยครับพี่
สุขมวีคูณแบบพี่ก็ไม่ค่อยเกิด..........เพราะเวลาคนอ่นมาส่องทีไร
บอกเล่นพระอะไรก็ไม่รู้ บอกไม่รู้จัก.......เล่นไม่เป็นซะงั้น ไม่เห็นมันอิจฉาผมเลยครับ
ที่สำคัญสุขสุด ๆ แบบพี่นั้น.......ยิ่งไม่เคยเกิดใหญ่
เพราะเวลาให้พระหรือแบ่งปันไป......ไม่เห็นใครแขวนเลยสักคน
เจอทีไรมีแต่บอกว่า ขายไปแล้ว.....แถมดันถามเรากลับมาว่า มีอีกเปล่า เฮ้อ!!!
ถ้าเจอแบบนี้ อยากจะให้รวยจริงๆ ต้องขายให้หมดครับ โดยเฉพาะพระ ที่ ท่าน เลี่ยมทอง
ยกขาย เปิดที่ราคาทองไปเลยครับ ส่วน พระ ให้ เป็นของแถม ถือว่าแบ่งๆกันไป 55
ปล. พี่จะขายทองแถมพระองค์ ใหนบอกผมด้วยนะครับ เจ้านาย
แหม !!! เจอแล้ว เห็นใจจริง ๆ คนหัวอกอันเดียวกันเลย
Jorawisก็เหมือนท่านศีตะปันย์นั่นแหละจ้า รถก็เก่า เมียก็แก่ กำลังนั่งปลงกับชีวิตอยู่เหมียนกัลลล
จะเล่นพระให้รวยเห็นพรรคพวกเค้าว่านะ
" เล่นแบบที่เค้าเล่นกัน หูไวตาไว แบบตาผี จมูกมด ซื้อเข้าให้ถูก ขายออกให้แพงเข้าไว้"
อ้อ!!! แถมให้อีกอย่างนึงจ้า ให้สนใจแต่ราคา คำว่าคุณค่าลืมไปได้เลย ประมาณว่า แบบท่านเซียน ๆ รุ่นใหม่ที่ส่องพระ โดยเฉพาะเหรียญ
แค่พลิกหน้าพลิกหลังแล้วดูตำหนิตามที่เห็นจากสื่อต่าง ๆ หรือถือกระดานชนวนกด serch หาดูจาก Google จ้า
ตอนที่ Jorawis หัดส่องพระใหม่ ๆ ยังแทบไม่ได้สัมผัสองค์พระด้วยซ้ำไปจ้า เจ้าของเค้าหวง ต้องค่อย ๆ ไล่ดูพิมพ์ ดูธรรมชาติของพระแต่ละองค์
คนแก่ส่องช้าจ้า ไม่ค่อยทันชาวบ้านเค้า เลยไม่รวยกะเค้าซะที 5555

เล่นพระให้รวย
1. ก็ต้องเล่นเป็นอาชีพครับ กล้าได้กล้าเสีย ใจถึงๆ
และที่สำคัญ ต้องมีเครือข่าย แวดล้อมที่ดี
2.ฟลุ๊ค แบบว่า งมหอยอยู่ในคลองดีๆ คว้าสมเด็จองค์ละ 20 ล้านติดมือขึ้นมาเฉยเลย

ตามความเห็นส่วนตัวของผมนะครับ การค้าขายพระ ก็คงเหมือนกับการค้าทั่วๆไป คือต้องมี ทุน ชื่อเสียง และก็เครดิต ทุนหนาเป็นต่อแล้วครับ ห้างสรรพสินค้าประเภททั้งขายส่ง และขายปลีก ย่อมเหนือกว่า ร้านโชวห่วย ตามตรอกซอกซอย เพราะสินค้ามากกว่า ขายถูกกว่า ร้านโชวห่วยยังต้องมาซื้อสินค้าจากห้างฯ ไปขายต่อเอากำไรเลย.....เหมือนกับร้านขายพระเครื่องร้านใหญ่ทุนหนา สามารถซื้อพระยอดนิยมราคาแพงๆระดับหลักแสน หลักล้านมาเข้าร้านได้ แต่ร้านเล็ก แผงพระ หรือตามตู้เล็กๆ ที่บางทีอาศัยขายตามหน้าร้านทำไม่ได้ เพราะทุนไม่มี แต่ในการซื้อขายอาจจะกลับทางกัน ร้านใหญ่มาหาซื้อของจากร้านเล็กเพราะราคาถูกกว่า กดราคาได้ และเอาไปขายแพงๆ ชนิดที่พูดกันว่าขายองค์เดียวกินไปปีนึง แต่ร้านเล็กไปซื้อของร้านใหญ่ไม่ได้เพราะราคาสูงมากเอาไว้ขายเศรษฐีเท่านั้น
ชื่อเสียง.... แน่นอนว่าร้านใหญ่ทุนหนา เจ้าของร้านก็คงไม่ใช่ "เซียนกิ๊กก๊อก" ธรรมดา แต่เป็นเซียนใหญ่มีชื่อเสียงระดับชาติ ใครก็อยากรู้จัก อยากคบหากระทบไหล่ด้วย และพระในร้านก็ต้องเป็นพระหลักๆทั้งนั้น พระเบ็ดเตล็ดราคา 200-300 ร้อย ขายหาค่ากับข้าว แบบแผงเล็กๆคงไม่มีแน่ ดังนั้นคนที่จะเข้าร้านเหล่านี้ก็คงจะไม่ใช่คนทำงานธรรมดาประเภทมนุษย์เงินเดือนแหงๆ อย่างต่ำๆก็ต้องเป็นประเภทนักธุรกิจประกอบกิจการค้าเอง ชนิดซื้อพระองค์ละ 3-4หมื่นเป็นพระน้ำจิ้ม
เครดิต.... ครับ เมื่อทุนหนา ชื่อเสียงดังกระฉ่อน เครดิต ก็จะตามมา ใครๆก็ต้องเชื่อถือ คนที่อยากจะเข้าวงการ อยากมีชื่อเสียงในวงสังคมพระเครื่องกับเขาบ้าง อยากจะมีพระราคาแพงๆ เพื่อเอาไว้โชว์พรรคพวกบ้าง แต่ดูพระไม่เป็น หรือดูไม่ขาด ก็ต้องเข้าร้านเซียนใหญ่ ทุนหนา พระแพง เพราะอะไรหรือครับ? ก็เพราะชื่อเสียง เครดิต ของเขามันค้ำประกันอยู่ ว่าพระของเขาแท้แน่ แม้จะแพงหน่อย แต่ถ้ามีปัญหาคืนได้ ถ้าไปซื้อตามแผงเล็กๆซึ่งถ้าเกิดสมมติว่ามีพระองค์ละล้าน สองล้าน ถ้าเก๊ ขึ้นมาล่ะ จะคืนได้ไหม ถ้าคืนไม่ได้ ก็คงตัวใคร ตัวมัน เพราะหาคนขายไม่เจอแล้ว....... แถมได้ชื่อเสียงจากการซื้อพระร้านใหญ่ของเซียนดังอีกต่างหาก เพราะข่าวในวงการพระเครื่องมันแคบ ใครมีอะไร... ทำอะไร... "ตั้วเสี่ย" ที่ไหนซื้อพระใคร... ขายพระให้เจ้าของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ไหนไป... แป๊บเดียวรู้กันหมดแล้ว คนซื้อก็พลอยมีชื่อกับเขาไปด้วย คนขายพระระดับนี้ถึงได้รวยเอาๆ ส่วนแผงเล็ก แผงน้อย ขอประทานโทษครับ ก็ยังดักดาน นั่งเฝ้าตู้ เฝ้าแผง จนแมลงวันตอมหึ่ง ไม่ใช่พระเน่านะครับ แต่คนขายใกล้เน่าแล้ว
แล้วจะทำอย่างไรจึงเหมือนเขา ผมว่า...ก็ต้องแล้วแต่บุญ แต่กรรม ที่เคยทำมาแต่ชาติปางก่อนสั่งสมเอาไว้มากน้อยแค่ไหนละครับ จะไปหาทุนมาซื้อพระแพงๆมาขายเอากำไรซักล้าน สองล้าน ก็ไม่รู้จะไปหามาจากไหน ก็ต้องรอทุกวันที่ 1 หรือ วันที่ 16 น่ะแหละครับ ว่าฟ้าอาจจะมีตามองเห็นเราบ้าง หรือไม่ก็พระเครื่องที่เราสะสมเอาไว้ขาย สักวันคงจะแสดงปาฏิหารย์ช่วยเราบ้าง.....ครับผม
ต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่ครับ.
อาชีพค้าขาย คือ ซื้อมา.. ขายไป.. รายได้ มาจากส่วนต่างของราคา คือ กำไร จะซื้อถูก-ขายแพง ก็กำไรมาก ซื้อแพง-ขายแพง ก็พอมีกำไรบ้าง พอขายไปแล้วก็หาซื้อมาใหม่แล้วก็วนเวียนอยู่เช่นนี้ นี่คือ.. การค้าที่เราๆท่านๆได้รับการสอนมาตลอด
แต่ในอีกมุมหนึ่งของโลกเขาสอนให้คิดต่างไปจากที่เราเคยเรียนมาครับ.
1. เขาสอนให้เราแบ่งแยกให้ออกว่า " อะไร? คือ.ทรัพย์สิน อะไร? คือ.หนี้สิน " โดยใช้หลักฯ
- สิ่งใด? ที่สร้างรายได้ให้ตลอด คือ. ทรัพย์สิน
- สิ่งใด? ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ คือ. หนี้สิน
แล้วใช้วิธี.เปลี่ยนหนี้สินของคนอื่น.. มาเป็นทรัพย์สินของเรา เช่น. เราซื้อมือถือมาเป็นทรัพย์สินของเรา แต่.. เราต้องจ่ายค่าบริการให้เจ้าของค่ายต่างๆที่ให้บริการเราทุกเดือน แล้วมือถือเป็นทรัพย์สินหรือหนี้สินครับ.
2. เขาสอนให้เป็นเจ้าของระบบ(เป็นผู้สร้าง) ไม่ใช่.. เป็นส่วนหนึ่งของระบบ(เป็นผู้เล่น)
- เปิด ร้านค้าแบบเฟรนชาย แล้วให้ บ.เค้าจัดการทั้งหมด รอรับส่วนแบ่งการตลาดทุกเดือน โดยไม่ต้องเข้าไปยุ่มย่ามแย่งงานพนักงาน เช็คสต็อกเอง จัดวางสินค้าเอง ขายเอง บริการลูกค้าเอง
3. เขาสอนให้ เอาความรู้-ความสามารถ เอาเวลาของคนอื่น มาสร้างรายได้ให้เรา
- เป็นเจ้าของโรงพยาบาล เจ้าของโรงเรียน โดนที่ตนเองไม่ได้เป็นหมอ เป็นครู
ถ้าอยากจะมีเงิน มีรถใหม่ มีบ้านหลังใหม่ๆ ก็คงต้องใช้แนวคิด.. เปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นทุนครับ. โดย..
นำเงินกำไร? จากการขายพระฯ มาลงทุนทำอย่างอื่นที่เป็นทรัพย์สินที่แท้จริงกับเราครับ. (ผมเห็นเซียนเหรียญ(ชื่อดัง)ระดับประเทศท่านหนึ่ง นำรายได้จากการขายพระฯไปลงทุนทำสนามฟุตบอล)
หรือ จะนำไปลงทุนกับหุ้นที่มีพื้นฐานดี เพี่อรับเงินปันผลปลายปีก็ได้ การลงทุนซื้อหุ้นไม่เหมือนการเล่นหุ้นนะครับ. การเล่นหุ้น คือ.การถือหุ้นไว้ระยะสั้นๆ แล้วขายทำกำไร? จากส่วนต่างของราคาหุ้นที่ซื้อมา
หรือ จะไปทำร้านสะดวกซี้อแบบเฟรนชายก็ดี
หรือ ถ้ามีที่ดินในทำเลที่ดี เหมาะแก่การทำตึกให้เช่า อพาร์ทเม้นให้เช่า เช่น.ใกล้กับสถานศึกษาฯ มหาลัยฯ ก็แหล่มเลยครับ
ถ้าทำแบบที่ผมเขียนมาเป็นตัวอย่างได้ ผมรับรองได้เลยครับ ว่า " ท่านจะมีทั้งเงิน และ เวลา เหลือเฟือ " อย่างแท้จริง
ปล. แนวคิดของผมอาจจะแตกต่างไปจากท่านอื่นๆนะครับ. ส่วนตัวผมเองก็ยังไม่สามารถจะหาทรัพย์สินเป็นของตนเองได้เลยครับ จะเริ่มได้ก็คงต้องรอปาฎิหารย์ ในวันที่ 1 กับ 16 ของทุกเดือนเหมือนอย่างที่ท่าน onepeer ว่ามาแหล่ะครับ.
อรุณสวัสดิ์ยามเช้าครับ.....พี่ ๆ ทุกท่าน
อ่านทุก ๆ ตัวอักษร แล้วได้อะไรมากมายครับ........ขอบคุณครับ
พี่นักสะสมครับ.....ผมเล่นพระอย่างเดียวครับพี่
ชีไม่ค่อยได้เล่น........ปัจจุบันยังโสดสนิท ศิษย์ส่ายหน้าครับ
และก็คงไม่หาชีแล้วครับ.......ปูนนี้แล้ว
ส่วนการโละนั้น......ก็ปล่อยทุกองค์แหละครับ
ปล่อยได้ก็ไปเช่าองค์ใหม่......ที่เราอยากศึกษา สะสม บูชาต่อไป
ส่วนจะกลับมารวยนั้นคงไม่มีทางครับ......เพราะไม่เคยรวยเลยครับ พี่
สวัสดีครับพี่ไม้......ตามมาอ่าน
ผมก็ตามมาตอบครับ......ผม
ผมก้ปล่อยหมดทุกองค์แหละครับพี่หนุ่มเหนือ......ให้เช่าทุกองค์
แต่ไม่มีใครเช่านี่ดิครับ หุหุ...............รบกวนพี่มาประเดิมในร้านสักองค์ก่อนเลยครับ
สวัสดีครับพี่ Jorawis......แนวคิดเยี่ยมมากครับ
ผมนี่ผิดหลักการหมดเลย.........ครับพี่
"เล่นแบบที่เค้าเล่นกัน"........ก็ทำไม่ได้ ผมเช่าพระที่ผมชอบ ศรัทธา
"หูไวตาไว แบบตาผี จมูกมด"......ก็ทำไม่ได้ เพราะทำงานประจำก็ไม่มีเวลาเอา หู ตา จมูกไปทำอะไรแล้วครับ
"ซื้อเข้าให้ถูก ขายออกให้แพง".......ก็ทำไม่ค่อยได้ จะซื้อเข้าถูก ก็ต้องโกหกเขาว่าพระไม่นิยม ไม่เล่น เล่นไม่แพงต่าง ๆ นา ๆ เพื่อให้ได้ถูก ๆ ไอ้เรามันนักเลงบ้านนอก เล่ห์เหลี่ยมไม่ค่อยมี และไม่อยากมี เลยเช่าไม่ค่อยถูก แถมปล่อยแพง ๆ ก็ไม่มีใครเช่า ฮา ฮา
ที่สำคัญที่สุด"ให้สนใจแต่ราคา คำว่าคุณค่าลืมไปได้เลย".....ถ้าต้องเป็นแบบนี้ ก็คงเลิกเช่าพระแหละครับ
วงการนี้ที่มีปัญมามากมายในปัจจุบันและทำให้วงการเสื่อมลง ก็เพราะคนส่วนใหญ่ในวงการมันคิดแบบนี้แหละครับพี่
ครับพี่รินแรงรัก....เพื่อนฝูงมันก้เคยบอกแบบนี้
แต่หากเราเล่นเป็นอาชีพเมื่อไร.......คำตอบสุดท้ายคือผลกำไร ไม่ใช่สุนทรีย
มันก็ต้องทำทุกวิถีทาง ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้กำไร......โกหก ปลิ้นปล้อนต้องทำหมด
และขายได้แม้กระทั่งพระเก๊....แบบนี้ผมก็ไม่ไหว หัวใจมันรับไม่ได้
เรื่องตาถึง ใจถึงนี่ไม่ต้องห่วงครับ......ขาดแต่เงินถึงเท่านั้นครับพี่
และเรื่องฟลุ๊คนี่.......ผ่านมาเยอะครับ ส่วนใหญ่ฟุบตลอดศกครับ
แต่ก็รอต่อไปตราบใดที่ยังเล่นอยู่........ก็ฝันกันต่อไป เผื่อจะได้ฟลุ๊ค ๆ กับเขาซะที

ขอความชี้แนะด้วยคนนะครับ
ด้วยความเคารพ

ถ้าเล่นพระเพื่อสะสมเพื่อความสุขเป็นหลักไม่มีทางรวยแน่นอนครับ เล่นพระรวยๆส่วนใหญ่เน้นธุรกิจครับขายทุกชิ้น พระทุกองค์มีราคา ทุนหนา ตาดียิ่งไปไกล
ทุบได้ทุบ กดราคาให้มากที่สุด เพื่อนกันพี่น้องกันก็ทุบ เจอมาเยอะ พอดีผมเองก็ทำไม่ได้เลยก๊อกๆแก๊กๆแบบนี้ละแต่มีความสุขดีแล้วแต่จะเลือกครับ เพื่อนก็ด่าอยู่คนอื่นเล่นทีหลังรวยเอาๆ
ทำไมเราไม่รวยมั่ง บางคนสอนให้เล่นตอนนี้ขึ้นชั้นเป็นเซียนไปแระ ไม่รวยแต่มีความสุขทุกครั้งที่ส่องพระก็โอเคครับ
ถ้าถามว่าเล่นพระอย่างไรให้รวย ผมขอตอบเลยว่าเล่นแบบคุณศรีตะปันต์(เจ้าของกระทู้)ครับ เพราะอะไร 1. พระยอดนิยม 2.สวย 3.มีความรู้ รู้ลึก รู้จริง 4.ทุนเยอะ(ที่สังเกตุหน้าพระในร้าน) ใช้ทุนหลายบาท(ล้าน) 5.อุปนิสัย ใจกว้างกันเอง(สังเกตุจากคะแนนต่างๆ) แต่ที่ยังไม่รวยอันนี้ผมว่าไม่ใช่นะครับ เพราะคุณศรีตะปันต์รวยทรัพย์แล้วแถมยังรวยเพื่อนอีก เพราะผมว่ากำไรที่ได้มานั้นทุกคนที่มีกิจการด้านนี้ต้องนำกำไรบวกทุนเช่าพระมาเพิ่มอีก สรุปว่าที่ยังไม่รวยสุดๆเพราะทุนที่อยู่ในพระนี่แหละครับ
เมื่องานเชียงใหม่3-4ปีที่แล้ว เซียนเชียงใหม่ซื้อสมเด็จในงาน500 ส่งประกวดกรรมการขอซิ้อไป8แสน เรื่องจริง คนนี้เก่งจริงครับ เดินล่าพระเป็นอาชีพ วันก่อนในลำพูนเขาซื้อกำแพงหย่องจากแผงข้างๆผมได้ในราคาร้อยเดียว ผมเองวันนั้นไม่มีกะจิตกะจิตจะหาดูซื้อพระ แบบนี้กระมังถึงไม่รวยเหมือนเซียนนักล่าตัวจริง
ขอบคุณมากครับพี่ onepeer ครับ.........สำหรับแนวทางในการที่จะเล่นพระให้รวย
ทุน ชื่อเสียง เครดิต.....สามสิ่งนี้ขาดไม่ได้เลยครับ
กลับมามองตัวเรา.......มันก็มีทั้งสามอย่าง แต่อย่างละนิดเดียว เฮ้อ!!
ทุน....ก็ไม่ค่อยมี จะเช่าพระใด ก็ต้องปล่อยพระให้ได้ก่อน ไม่งั้นไม่มีเงิน
ชื่อเสียง.....ยิ่งไม่มีใหญ่ อยู่บ้านนอกคอกนา ไม่รู้จักใครมาก พรรคพวกก็ไม่มี
เครดิต......หมดสิทธิ จะขอเปิดโอดีแบ้งค์ ยังไม่ผ่านเลยครับ
แต่นี่เป็นแนวทางที่ถูกต้องเลยนะครับ....พวกกันที่เพิ่งเริ่มเล่นพระ ดูก็ไม่ค่อยเป็น แต่มีครบทั้งสามองค์ประกอบ
แปปเดียวกลายเป็นเซียนใหญ่ไปแล้ว.....เดินงานประกวด ติดโบว์โชว์หราที่หน้าอก
ผู้คนนอบน้อม วิ่งเข้าหา...ยกมือไหว้เป็นฝักถั่ว มันยอดมาก
ส่วนเราก้ได้แต่เดินก้มหน้า ก้มตา.......ดูพระตามแผงต่อไป
สุดท้าย.........ก็ต้องแล้วแต่บุญ แต่กรรม อย่างที่พี่ว่าแหละครับ
เมื่อปล่อยวางได้ เลิกคิดจะอยากรวยได้......ก็ไม่ทุกข์แล้วครับ
มาคิดอยู่หลายวัน......ครับพี่หนุ่ย
ตอบตัวเองได้แล้วว่า........ผมคงไม่เอาแนวคิดนี้มาใส่กบาลแล้วครับ
กับการเปลี่ยนแนวคิด.....เพราะมันทำให้ผมต้องเกิดความขัดแย้ง(contrast)ในตัวตนของตนเอง
รวมถึงวิถี (norms) ในการดำเนินชีวิตก็ต้องเปลี่ยน.........ซึ่งมาชั่งน้ำหนัก ตรีก ไตร่ ตรองดูแล้ว
น่าจะก่อให้เกิดทุกข์ มากกว่าสุข.......นั่นย่อมไม่ดีแน่
จึงขอมีความสุขเล็ก ๆ ต่อไป ไม่จะไม่ค่อยมีตังค์.....แต่คงจะดีกว่ารวยแล้วทุกข์เป็นแน่แท้
ชอบมากครับพี่.......ตรงใจมากเลยครับผม
ไม่รวยแต่มีความสุขทุกครั้งที่ส่องพระก็โอเคครับ........เป็นคำตอบสุดท้ายจริง ๆ ครับ
ขอบคุณครับพี่วังเทวี...ตอนนี้ปล่อยวางได้แล้วครับ
แค่หยุดคิดว่าจะเล่นพระให้รวยได้อย่างไร........โลก กายและใจสดใสขึ้นเยอะเลยครับ
ขอบพระคุณมากครับ.....พี่พรายทอง

พี่ศีตะปันย์ตั้งกระทู้ถามดีครับ ส่วนพี่พรายทองผมว่าเขาตอบดี
ส่วนตัวผมเล่นพระมาก็เคยคิดอยากร่ำรวยมีฐานะมีบ้านดีๆมีรถเบนซ์ขับ ฟังข่าวเซียนใหญ่ซื้อขายพระเครื่องหรือข่าวการเปลี่ยนมือของพระเครื่ององค์ดังองค์งามแต่ละทีเงินมันมหาศาลจริงๆ(หลายล้านบาท) มาคิดอีกทีแบบนี้ก็รวยสิครับ กลับมามองดูตัวเองครุ่นคิดแล้วบอกว่าคงไม่มีปัญญาเป็นแน่แท้ มาทุกวันนี้ต้องปรับแนวใหม่ชอบพระเล่นพระไม่ขอรวยแต่ก็ไม่ขอจน หากจะปล่อยเช่าไม่ขาดทุนกำไรนิดหน่อยเป็นใช้ได้ เน้นศึกษา ดู เก็บสะสมแบบสบายๆไปเรื่อยๆมากกว่า....ขอรับพี่ท่าน

เล่นพระให้รวย ทำไม่ยาก แต่ผมก็ทำไม่ได้ เพราะไม่สามารถฝืนตัวเองทำอย่างนั้นได้
ทุกวันนี้เลย ถอยออกมายืนอยู่ข้างนอก อย่างเงียบๆ


อ่านมา 2-3 รอบแล้วหละครับ...
เอาประสพการณ์จริง ประสพการตรงมาเล่าหละกัน..
ผม..ได้มีโอกาสพบกับเซียนใหญ่ท่านหนึ่ง ไม่เอยชื่อท่านแล้วกันครับ ท่านก็ได้เมตาให้ดูสมเด็จที่ท่านครอบคลองอยู่ 5 องค์ และแนะให้ดูว่าเป็นบล็อคอะไร อย่างไร!!! แล้วยังแนะนำด้วยเรื่องการเล่นพระตามแนวทางที่จะสามารถทำรายได้ไห้เรามากน้อยก็ขึ้นอยู่กับทุน-และชื่อเสียง ส่วนเรื่องใจกล้าหรือฯลฯ มันจะตามมาทีหลังครับ...ย้อนไปเมื่อปี 47 - 50 เป็นช่วงที่จตุคาามรามเทพ ดังสุดๆ ท่านก็เคยเป็นผู้สร้าง (ไม่ขอบอกรุ่นนะครับ) นั้นก็เป็นกำไรมหาศาลแล้วหละครับ นั้นก็เป็นการกล้าลงทุน และอยู่ในช่วงจังหวะ และเวลาที่เหมาะสม และถ้าเราจะดำเนินตามรอยท่านก็ลองดูครับว่าเราจะกล้าลงทุนมัยครับ...ขอบอกตามตรงนะครับมันมหาศาลจริงๆครับ...