
หัวข้อ: อภินิหารหลวงปู่ทวด วัดช้างไห้
กระทู้ และ ความคิดเห็นต่างๆ
อภินิหารกลางทะเล
ผมขอเล่าเรื่องอัศจรรย์เกี่ยวกับอภินิหารหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดมาให้อาจารย์ทราบคือ
ผมต่อเรือยนต์ให้พลเรือตรี หม่อมเจ้ารังษิยากร ใช้ในสัตหีบ1ลำต่อมาท่านให้นักบินกับช่างเครื่องนำเรือลำนี้เข้ากรุงเทพโดยมี เรือยนต์ของตำรวจเป็นพี่เลี้ยงคุ้มกันระหว่างทางเพราะเป็นเรือใหญ่ส่วนเรือ ที่ผมต่อยาว 18ฟุตเท่านั้น
การนำเรือจากสัตหีบเข้ากรุงเทพนั้น จะต้องแล่นฝ่าคลื่นลมกลางทะเลราวๆ14ชั่วโมง จึงจะถึงกรุงเทพก่อนนำเรือเล็กเดินทางผมเป็นห่วงเกรงว่าจะเกิดอันตรายเสีย กลางทะเล ผมจึงอาราธนาหลวงพ่อทวดฯและขอน้ำมนต์พรมเรือ ขอให้แคล้วคลาดปลอดภัย
ต่อมาหลายวันนักบินและช่างเครื่องมาถึงสัตหีบ ได้เล่าให้ผมฟังว่าเมื่อเรือทั้ง 2 ลำแล่นไปถึงเกาะสีชังท้องทะเลเกิดพายุฝนตก หนักละลอกคลื่นใหญ่โตมาก
นักบินและช่างเครื่องเห็นภัยจะเกิดขึ้นเช่นนั้นก็เตรียมตัวถอเสื้อและกางเกง นอกออกเหลือแต่กางเกงใน นั่งถือชูชีพมั่นอยู่เรือทั้ง2ลำได้โต้คลื่นและพายุมากลางทะเลอย่างแรงเป็น เวลานานถึง2-3ชั่วโมงจึงสงบ
ปรากฏว่าระลอกคลื่นสาดขึ้นท่วมเรือ แต่น้ำไม่ได้เข้าไปในลำเรือจึงปลอดภัย ส่วนเรือตำรวจซึ่งเป็นเรือพี่เลี้ยงคุ้มครองเรือเล็กต้องเสียหายคือเพลาใบ พัดหัก หางเสือบิดไม่สามารถแล่นต่อไปได้เรือเล็กจึงกลับต้องเป็นเรือพี่เลี้ยงเรือ ลำใหญ่ลากจูงเข้าสู่กรุงเทพ
พิจารณาดูเอาเองเถอะครับว่าอภินิหารของพระเครื่องหลวงพ่อทวดฯมีอภินิหารอย่างไร????
ด้วยความเคารพอย่างสูง
บุญเกิด กู้เกียรติ
ขอเพียงจิตอธิษฐาน
ผมย้ายมาจากจังหวัดนราธิวาส มาอยู่อำเภอสุไหปาดี เมื่อผมได้มาอยู่ใหม่ๆได้ฟังใครๆเขาก็เล่าลือกันว่าหลวงพ่อทวดฯวัดช้างไห้มี ความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก เป็นที่นิยมแพร่หลายกันมาก แต่บางคนก็ไม่มีโอกาสไปขอจากวัด แต่ก่อนผมเคยไปรับราชการอยู่ที่อำเภอโคกโพธิ์ซึ่งนับว่าได้อยู่ใกล้วัดช้าง ไห้ ทั้งผมก็เป็นศิษย์หลวงพ่อทวดอยู่ด้วย
อยู่มาวันหนึ่งในเดือนตุลาคม 2502 คุณสมศรีภรรยาของปลัดเปลื่อง เลิศแก้ว ซึ่งเป็นปลัดอำเออยู่ที่อำเภอสุไหงปาดี เกิดมีความเลื่อมใส่อยากได้พระเครื่องหลวงพ่อทวดฯแบบบูชาอยู่แล้ว แต่อยากได้พระเครื่องอีก แกจึงขอให้ผมนำไปขอจากวัดช้างไห้ แต่ผมยังไม่มีเวลาว่าง จึงผัดวันประกันพรุ่งเรื่อยมา ต่อมาจนถึงเดือนธันวาคมในปีเดียวกัน วันหนึ่งแกได้วิ่งเอะอะมาจากบ้านและในมือกำของอย่างหนึ่งไว้
เมื่อพบผมแล้วแกก็บอกว่า “ไม่ต้องไปวัดช้างไห้แล้ว” พลางแบมือให้ผมดูก็เห็นพระเครื่องหลวงปู่ทวดฯวางอยู่ในมือ แกเล่าให้ผมฟังว่าพระเครื่ององค์นี้ไม่ทราบมาจากไหน ได้ตั้งอยู๋บนหิ้งพระภายในบ้านของแก ผมสังเกตเห็นแกดีใจมาก ใครๆซึ่งอยู่ในที่นั้นลงความเห็นกันว่าคงจะเป็นอภินิหารของหลวงพ่อทวดฯ ปาฏิหาริย์มาให้แกไว้บูชาแน่ เพราะแกมีเจตนาอันแรงกล้า ปรารถนาจะรับท่านไว้บูชา
ต่อจากนั้นเมื่อเดือนเมษายน 2503 เด็กชายตี๋ บุตรคนเล็กของคุณสมศรี อายุ7ขวบ ได้รับทานอาหารเช้าบังเอิญกระดูกไก่ติดคอหุบปากไม่ได้ กลืนน้ำลายก็ไม่ได้ บิดาจึงพาไปหานายแพทย์เพื่อจะให้จัดการคีบเอาออก แต่นายแพทย์ไม่สามารถคีบให้ได้เพราะ กระดูกไก่ติดอยู่ลึกมากมองไม่เห็น จึงต้องนำลูกกลับบ้าน เมื่อผมทราบได้ไปเยี่ยมที่บ้านและแนะนำให้แกจัดการบูชาขอน้ำมนต์ของหลวงพ่อ ทวดฯ แกก็ได้กระทำตามแล้วเอาน้ำมนต์นั้นให้ลูกชายดื่มทีละหยดๆเพราะดื่มมากไม่ได้ พร้อมกับการรดศีรษะให้ด้วย
ปรากฏว่าอีก1ชม.ต่อมาเด็กนั้นก็หุบปากและกลืน้ำลายได้ปกติ ผมเห็นว่าเรืองจากอภินิหารของหลวงพ่อทวดฯประสิทธิ์และขลังเป็นที่ประจัก ์เช่นนี้ จึงเล่ามาให้คุณทราบ
รอดเพราะสร้อยพระขาด
พ.ต.อ. วิวัฒน์ วรรธนะวิบูลย์ อดีตรอง ผบก.อก.บช.ภ.1 (ตำแหน่งสุดท้ายก่อนเกษียณ) สมัยอยู่นครบาล มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลงานความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับผู้ชุมนุมร้องเรียนหรือ ม๊อบมานานหลายยุคหลายรัฐบาล คอยหาข่าวความเคลื่อนไหวรายงานผู้บังคับบัญชาเป็นที่วางใจทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้ชุมนุมและหน่วยงานของรัฐ จนได้ฉายาว่าเป็น “นายตำรวจมือประสานม๊อบ”คนแรกของนครบาล
พ.ต.อ.วิวัฒน์ เป็นความเลื่อมใสศรัทธาในพระเครื่องวัตถุมงคลเป็นอย่างมาก นิยมอาราธนาขึ้นคอทุกวัน มีหลวงพ่อทวดเนื้อโลหะ ที่เช่าจากมือพระอาจารย์ทิม อดีตเจ้าอาวาสวัดช้างไห้ ซึ่งได้ทำบุญถวายวัดเช่าจากมือท่านในราคา 20 บาท
“สมัยนั้นยังเด็กอยู่ตามพี่ชายไปที่วัดช้างไห้ หลวงปู่ทิมบอกญาติโยมว่าใครต้องการรับพระให้มารับกับกู พี่ชายได้เบียดเข้าไปรวมเงินทุกคนในกลุ่มเข้าไปเช่าออกมา ได้ประมาณ 20 องค์ มีเนื้อโลหะสีดำองค์ละ40บาทผมได้หลวงพ่อทวดองค์นี้เป็นเนื้อทองเหลืองเช่า บูชาองค์ละ20บาทก็อาราธนาขึ้นคอตลอด”
จากประสบการณ์ที่ประสบพบเจอที่ถือว่าสุดยอดในชีวิต เป็นเรื่องแคล้วคลาดจากอุบัติเหตุหลายครั้งด้วยกัน ครั้งแรกตอนทำงานอยู่สันติบาลปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกบัตรให้กับคน เวียดนามที่อพยพ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม กำลังจะขึ้นรถเดินทางกลับ สร้อยเงินที่สวมใส่สร้อยหลุดจากข้อต่อ ขออนุญาตผู้บังคับบัญชาขอใส่ข้อต่อสร้อยคอก่อน ท่านอนุญาต ทำให้รถสองแถวที่มีคนนั่งเต็มคันแล้ว จึงออกรถผ่านไป เมื่อตนเสร็จพากันขึ้นรถคันถัดไปทั้งคณะ รถวิ่งไปได้ประมาณ10 กิโลเมตร ไปทันคันหน้าคันที่เราไม่ได้ขึ้น
ปรากฏว่ารถคันดังกล่าวได้ชนประสานกับรถบรรทุกทรายที่วิ่งสวนมา มีคนตายคาที่ 4 ศพ ไปตายโรงพยาบาลอีก 2 ศพ ไปดูที่นั่งคนขับพบชวดเหล้าแม่โขง1แบน วางอยู่จึงรู้ว่าคนขับดื่มเหล้าแล้วขับไปด้วย ทุกคนบอกโชคดีที่สร้อยของตนหลุด เสียเวลาต่อสร้อยแคล้วคลาดเพราะสร้อยคอหลุดแท้ๆ
อีกครั้งหนึ่ง ตอนที่รอง ผบก.น.1ปรากฏว่ามีอาการปวดหัวมากจนสลบ ต้องเข้าโรงพยาบาล เอกซเรย์พบก้อนเลือดในสมองจึงกำหนดผ่าตัดวันรุ่งขึ้น พอดีมีอาจารย์โสภณรัตน์ สิงหจารุ ท่านมาเห็นฟิล์มเอกซเรย์เข้า บอกว่าผ่านตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะทันหรือเปล่าเลยให้ไปตามหมอเจ้าของไข้มาถาม ท่านบอกว่าจะผ่าตัดให้เอง
ก่อนลงมือทำกรผ่าตัดในวันนั้นเลย ตอนเช้า เราฟื้นทางมาดูอาการ1-2วัน ก่อนจะบอกเราว่ารอดตายแล้วนะไม่เป็นไรแล้ว ท่านบอกว่าคิดว่าอย่างน้อยก็น่าจะเป็นอัมพฤต หรือ อัมพาตบ้าง เพราะเลือดเราออกในสมองจำนวนมาก ดูดเอาออกเกือบ400 ซี.ซี.
ท่านบอกคนอื่นแค่เลือดคั่งในสมองเพียงแค่หยดนิ้วมือยังทำให้อัมพฤกษ์ได้เลย โชคดีที่เราแขวนหลวงพ่อทวดไปโรงพยาบาลด้วยทำให้เชื่อว่าเพราะบารมีของท่าน คุ้มครองอย่างแน่นอน
บูชาหลวงปู่ทวดอย่าผิดศีลข้อ 1 น่ะครับ
ที่มา http://keji.siamganesh.com/?p=116
