เหรียญเสาร์ห้า ๓๖ หลวงปู่วรพรต วัดจุมพล อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น-อัปสรา อมิวเลท
VIP
++ขายตามราคาที่ลงไว้++ เพื่อความเป็นธรรมแก่ลูกค้าทุกท่าน หากรับราคาองค์ไหนไม่ได้ก็ขอให้ผ่านครับท่าน

หมวด พระเกจิภาคอีสานเหนือ

เหรียญเสาร์ห้า ๓๖ หลวงปู่วรพรต วัดจุมพล อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น

เหรียญเสาร์ห้า ๓๖ หลวงปู่วรพรต วัดจุมพล อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น - 1 เหรียญเสาร์ห้า ๓๖ หลวงปู่วรพรต วัดจุมพล อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น - 2 เหรียญเสาร์ห้า ๓๖ หลวงปู่วรพรต วัดจุมพล อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น - 3 เหรียญเสาร์ห้า ๓๖ หลวงปู่วรพรต วัดจุมพล อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น - 4
ชื่อร้านค้า อัปสรา อมิวเลท - (คลิ๊กที่นี่เพื่อดู ข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้า)
ชื่อเจ้าของร้านค้า
ชื่อพระเครื่อง เหรียญเสาร์ห้า ๓๖ หลวงปู่วรพรต วัดจุมพล อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น
อายุพระเครื่อง 25 ปี
หมวดพระ พระเกจิภาคอีสานเหนือ
ราคาเช่า -
เบอร์โทรติดต่อ (ไม่แสดงเบอร์ เนื่องจากรายการนี้ไม่ได้ปล่อยเช่า)
อีเมล์ติดต่อ tociii2003@yahoo.com
LINE
(คลิ๊กที่นี่เพื่อเพิ่มเพื่อนกับเจ้าของร้าน)
สถานะ เช่าแล้ว
Facebook
เปิดให้เช่าตั้งแต่วันที่ พฤ. - 09 ส.ค. 2561 - 19:42.03
แก้ไขข้อมูลล่าสุดเมื่อ พ. - 03 ต.ค. 2561 - 17:14.16
รายละเอียด
+++ การติดต่อ +++
โทร. : 089-7673123
facebook : https://web.facebook.com/apsaraamulet/
e-mail : tociii2003@yahoo.com
line id : @bgy1415d
(15.5.4.2)2

++ คัดลอกประวัติของท่านบางส่วนมาจาก http://www.klw1.org/hl-wng-pu-w-rpht-wad-cumphl
(โรงเรียนก้านเหลืองวิทยาคม)
ขออนุญาตเผยแพร่และขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย
“ ... อภินิหารเหยียบรถกระดกขึ้น
หลวงปู่ได้แสดงปาฏิหาริย์ให้ปรากฏแก่สายตาของผู้คนเป็นครั้งแรก คือ เรื่องหลวงปู่เหยียบรถกระดก(ลอยขึ้น) เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2503 หลวงปู่จะออกเดินทางจาก อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ด้วยรถโดยสาร เพื่อจะไปจังหวัดร้อยเอ็ด รถคันที่หลวงปู่จะขึ้นเป็นรถสองแถวขนาดใหญ่ ตามธรรมดาโดยทั่วไปแล้ว พระเณรจะต้องนั่งด้านหน้าติดกับคนขับ เพื่อจะได้ไม่ปะปนกับผู้โดยสารคนอื่น แต่รถคันนี้มีผู้หญิงนั่งเต็มอยู่ด้านหน้าแล้ว ด้านหลังรถยังพอมีที่นั่งได้ คนขับรถจึงบอกให้หลวงปู่ขึ้นทางท้ายรถ หลวงปู่ก็ได้ปฏิบัติตาม แต่ก่อนจะขึ้นรถหลวงปู่ได้พูดกับคนขับรถว่า “โยม รถจะไม่เดี่ยงหรือ” (เดี่ยง เป็นภาษาไทยอีสานแปลว่า “กระดก”) คนขับก็บอกว่า “หลวงพ่อนิมนต์ก้าวเหยียบขึ้นได้เลย รถมันไม่เดี่ยงหรอกเพราะรถรับน้ำหนักได้หลายตัน” พอคนขับพูดจบ หลวงปู่ก็ก้าวเท้าขึ้นรถ ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นทันที ด้านหน้ารถลอยขึ้น คนขับรถเห็นเช่นนั้นถึงกับตกตะลึงจึงกราบนิมนต์หลวงปู่มานั่งด้านหน้า โดยให้พวกผู้หญิงไปนั่งด้านหลัง ตั้งแต่นั้นมาสมญานาม “หลวงปู่วรพรตเหยียบรถเดี่ยง” จึงเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป
ชาติภูมิ
หลวงปู่วรพรตวิธาน นามเดิมท่านชื่อ “พันธ์ ทับงาม” เกิดวันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2444 ที่บ้านน้ำอ้อม ตำบลน้ำอ้อม อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด (ที่จริงแล้วท่านเกิดในปี พ.ศ. 2437 แต่แจ้งวันเกิดช้ากว่ากำหนดโดยวันเดือนเกิดไม่ทราบแน่ชัด)หลวงปู่เป็นบุตรคนที่ 4 ในบรรดา พี่น้อง 8 คน ของคุณพ่อศิลา ทับงาม และ คุณแม่ ทอง ทับงาม ซึ่งเป็นบิดามารดาผู้ให้กำเนิด พ.ศ.2456 อายุย่างเข้าวัย 12 ปี ได้รับการคัดเลือกจากพระครูกิจจพินิจพิจารย์ (หลวงปู่ทอง) เจ้าอาวาสวัดสว่างอารมณ์ บ้านน้ำอ้อม ตำบลน้ำอ้อม อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอเกษตรวิสัย ให้เข้าเรียนหนังสือ เมื่อการเรียนการสอน 2 ปีผ่านไป ผลปรากฏว่า นักเรียนทั้งหมด 80 คน สอบผ่านเพียง 18 คน และ หลวงปู่สอบผ่านได้อันดับที่หนึ่ง บิดามารดาครูบาอาจารย์ต่างปรีดาปราโมทย์กันทั่วหน้า

ในชีวิตราชการ
หลวงปู่ท่านเป็นคนเรียนหนังสือเก่งมาก ขุนเกษตรวิสัย (เทียน) นายอำเภอเกษตรวิสัย ซึ่งมีความต้องการนักเรียนที่สอบผ่านไปรับราชการเป็นเสมียน เขียนหนังสือประจำอยู่ที่อำเภอเกษตรวิสัย แต่มีเงื่อนไขว่า ต้องการคนเก่งที่มีลายมือสวยที่สุด ท่านจึงได้รับคัดเลือกจากพระครูกิจจพินิจพิจารย์ เข้ารับราชการรับใช้บ้านเมืองเป็นเสมียนอำเภอ ตามความจำนงของขุนเกษตรวิสัย และชีวิตรับราชการของหลวงปู่ในสมัยนั้น ท่านเป็นคนขยัน หมั่นเพียร ไม่เกียจคร้านในหน้าที่รับผิดชอบ ไม่เกี่ยงงานหนักเอาเบาสู้ ท่านยินดีทำทุกอย่าง ไม่มีการยกสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาเป็นข้ออ้างหลีกเลี่ยงงาน เพื่อนร่วมงานทุกคนต่างก็มีความรักใคร่ให้ความเมตตา โดยเฉพาะปลัดขวาได้อุปถัมภ์ค้ำชูให้ที่พักอาศัย รับราชการได้ 1 ปี ก็ได้รับคำสั่งย้ายไปอยู่ที่อำเภอจตุรพักตร์พิมาน เพื่อช่วยงานปลัดขวา

การบรรพชา
ใน ปี พ.ศ. 2460 อายุได้ 16 ปี จึงตัดสินใจลาออกจากราชการ และขออนุญาตจากบิดามารดา เพื่อเข้ารับการบรรพชา เป็นสามเณร ณ วัดสว่างอารมณ์ บ้านน้ำอ้อม ตำบลน้ำอ้อม อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด โดยท่านพระครูกิจจพินิจพิจารณ์(หลวงปู่ทอง) เป็นพระอุปัชฌาย์ และจำพรรษาที่นี่เป็นเวลา 5 ปี ท่านสนใจวิชาการด้านพุทธศาสนา ท่องตำราสวดมนต์เจ็ดตำนานสิบสองตำนาน แม้แต่คัมภีร์ภิกขุปาฏิโมกข์ว่าด้วยศีล 227 ของภิกษุที่เป็นภาษาบาลีล้วนๆ ก็ท่องจำปากเปล่าได้อย่างคล่องแคล่ว ว่องไว ทำให้เกิดอัศจรรย์ใจแก่คนทั้งหลาย คัมภีร์ภิกขุปาฏิโมกข์นี้ถ้าพระภิกษุสามเณรใดไม่มีศรัทธาตั้งใจพากเพียรแล้วยากที่จะท่องจำได้ด้วยปากเปล่า แต่หลวงปู่ท่านท่องจำได้ตั้งแต่สมัยบวชเป็นสามเณร ถือว่าสุดยอด

อุปสมบทเข้ามาเป็นพระภิกษุ
ต่อมาใน ปี พ.ศ. 2465 อายุได้ 21 ปี จึงได้รับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ โดยมี พระครูธรรมสังฆบาล เป็นพระอุปัชฌาย์ มีฉายาเป็นชื่อภาษาบาลีว่า “ติสฺโส” ซึ่งแปลว่า สาม อันหมายถึง พระรัตนตรัย ได้แก่ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ นั่นเอง และในปี พ.ศ.2467 ได้เข้าศึกษาพระปริยัติธรรม และสอบได้นักธรรมชั้นตรี ท่านเป็นผู้ไม่ประมาทในธรรม จึงเป็นปัจจัยสำคัญนำให้ท่านบรรลุความประสงค์ดังตั้งใจ ในปี พ.ศ.2469 เข้ากรุงเทพ และจำพรรษาอยู่ที่วัดอัมพวัน สามเสน เพื่อศึกษาต่อนักธรรมชั้นโท และท่านก็สามารถสอบผ่านได้นักธรรมชั้นโท และในเวลาเดียวกันนั้น โยมบิดาได้ถึงแก่กรรมในความเป็นผู้กตัญญูรู้คุณบุพการี หลวงปู่วรพรตวิธาน จึงได้เดินทางกลับทันที เสร็จงานโยมมารดาขอให้ท่านอยู่จำพรรษาที่วัดสว่างอารมณ์ หลวงปู่จึงตัดสินใจอยู่ หลวงปู่เป็นคนมีจิตสำนึกสูงส่งท่านคงคิดว่าลาภยศชื่อเสียงเกียรติคุณนั้นมัยเป็นของลวงหลอกให้คนลุ่มหลง แต่การตอบแทนคุณบิดามารดานั้นมันเป็นแก่นแท้ของการปฏิบัติธรรม ส่วนลาภยศชื่อเสียงเกียรติคุณนั้นมันมาแล้วก็หมดไป ไม่ตายก็หาใหม่ได้ถ้ายังชอบใจที่จะหามันอยู่
หลวงปู่วรพรตวิธาน ได้จัดตั้งสำนักเรียนสอนนักธรรมตรี ขึ้นที่วัดสว่างอารมณ์ โดยท่านเองเป็นครูสอน จนทำให้ชื่อเสียงเกียรติคุณดังขจรขจายไปทั่วทุกสารทิศ และในปี พ.ศ.2472 ได้รับนิมนต์จากเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ดให้ไปรับตำแหน่ง ครูสอนปริยัติธรรม และตำแหน่ง เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด ท่านเก่งในการสอนทุกวิชา ไม่ว่าวิชากระทู้ ธรรมะ พุทธะวินัย และปี พ.ศ.2472 นั้น หลวงปู่สอบนักธรรมชั้นเอกได้ แต่เพียงรูปเดียวเท่านั้นทั่วมณฑลอีสาน ร้อยเอ็ด รวมทั้งกาฬสินธุ์ และมหาสารคามด้วย ปิติธรรมได้เกิดขึ้นแก่วงการคณะสงฆ์ พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณ พระโพธิวงศาจารย์ แม่กองธรรมอุบล จึงได้มอบรางวัลเป็นรูปภาพของท่านไว้เป็นที่ระลึก ...
... ศึกษาวิชาอาคม
หลวงปู่ท่านเป็นผู้มีวิชาอาคมขลังมาก ได้เรียนวิชาอาคมมาจาก 5 อาจารย์ด้วยกัน อาจารย์ท่านแรกเป็นฆราวาส คือ หลวงศรีธรรมศาสตร์ อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เมื่อเรียนจบได้เดินทางไปศึกษาวิชาอาคมจากพระอาจารย์ขัน วัดบ้านท่าสะแบง ตำบลมะบ้า อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด พระอาจารย์ขัน วัดท่าสะแบงนี้ท่านเป็นผู้มีวิชาอาคมรูปหนึ่งในภาคอีสานในสมัยนั้นไม่ว่าจะเป็นวิชาอาคมทางด้านเมตตามหานิยม, คงกระพันชาตรี, แคล้วคลาด, มหาอุด ป้องกันขับไล่คุณไสย ภูติผีปีศาจ หลวงปู่วรพรตได้รับการถ่ายทอดวิชาอาคมจนหมดแล้วหลวงปู่ก็ได้ไปศึกษากับอาจารย์บ้านฟ้าเหลี่ยม อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด เกจิอาจารย์ดังรูปหนึ่งในสมัยนั้น หลังจากนั้นได้ไปศึกษากับ หลวงปู่ชม ฐานธัมโม แห่งวัดกู่พระโกนา อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของท่าน หลวงปู่ชมรูปนี้ท่านมีวิชาอาคมแก่กล้าสามารถมาก มีอิทธิปาฏิหาริย์นานัปการ หลวงปู่ท่านได้ศึกษาวิชาอาคม และวิปัสนากัมมัฏฐานอยู่ 2 ปี ก็ได้กราบลาหลวงปู่ชม กลับวัดจุมพล
พ.ศ.2479 หลังจากที่ท่านได้เล่าเรียนวิชาอาคมจากพระอาจารย์ต่างๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านได้ออกเดินธุดงค์ไปกับ หลวงพ่อผาง จิตฺตคุตฺโต และได้แยกทางกันที่อำเภอมัญจาคีรี จากนั้นหลวงปู่วรพรต ได้เดินผ่านดงพญาเย็น-พญาไฟ ผ่านไปประเทศลาว พม่า เขมร เรื่องราวตอนที่ท่านเดินธุดงค์ไปนั้นมีมากมาย แต่ท่านก็ผ่านอุปสรรคนั้นมาได้
หลวงปู่วรพรตวิธาน ท่านได้มรณภาพ เมื่อวันที่ 20 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2544 ณ วัดจุมพล ตำบลก้านเหลือง อำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น รวมสิริอายุได้ 101 ปี ... “

พระเครื่องที่เกี่ยวข้อง...

กำหลังโหลด Comments
Top