เหรียญปิตุภูมิพิมพ์บัวเล็ก หลวงพ่อสุด วัดกาหลง ออกที่วัดศรีมงคล จ.ร้อยเอ็ด พ.ศ.๒๕๒๒-อัปสรา อมิวเลท
VIP
  • พระแท้ในราคาไม่แรง
    ขายตามราคาที่ลงไว้
    เพื่อความเป็นธรรมแก่ลูกค้าทุกท่าน ...หากเช่าหลายรายการก็มีส่วนลดบ้าง
  • พระที่ลงใหม่ในช่วง ๒ เดือน อยู่หน้าแรกถึงหน้าที่ ๑๐
    ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้าเยี่ยมเยือนร้าน
  • Page 1
  • Page 2
ซื่อตรง คุณภาพ รับประกัน

หมวด พระเกจิภาคกลางตอนล่าง

เหรียญปิตุภูมิพิมพ์บัวเล็ก หลวงพ่อสุด วัดกาหลง ออกที่วัดศรีมงคล จ.ร้อยเอ็ด พ.ศ.๒๕๒๒

เหรียญปิตุภูมิพิมพ์บัวเล็ก หลวงพ่อสุด วัดกาหลง ออกที่วัดศรีมงคล จ.ร้อยเอ็ด พ.ศ.๒๕๒๒ - 1 เหรียญปิตุภูมิพิมพ์บัวเล็ก หลวงพ่อสุด วัดกาหลง ออกที่วัดศรีมงคล จ.ร้อยเอ็ด พ.ศ.๒๕๒๒ - 2 เหรียญปิตุภูมิพิมพ์บัวเล็ก หลวงพ่อสุด วัดกาหลง ออกที่วัดศรีมงคล จ.ร้อยเอ็ด พ.ศ.๒๕๒๒ - 3 เหรียญปิตุภูมิพิมพ์บัวเล็ก หลวงพ่อสุด วัดกาหลง ออกที่วัดศรีมงคล จ.ร้อยเอ็ด พ.ศ.๒๕๒๒ - 4
ชื่อร้านค้า อัปสรา อมิวเลท - (คลิ๊กที่นี่เพื่อดู ข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้า)
ชื่อเจ้าของร้านค้า
ชื่อพระเครื่อง เหรียญปิตุภูมิพิมพ์บัวเล็ก หลวงพ่อสุด วัดกาหลง ออกที่วัดศรีมงคล จ.ร้อยเอ็ด พ.ศ.๒๕๒๒
อายุพระเครื่อง 40 ปี
หมวดพระ พระเกจิภาคกลางตอนล่าง
ราคาเช่า -
เบอร์โทรติดต่อ (ไม่แสดงเบอร์ เนื่องจากรายการนี้ไม่ได้ปล่อยเช่า)
อีเมล์ติดต่อ tociii2003@yahoo.com
LINE
(คลิ๊กที่นี่เพื่อเพิ่มเพื่อนกับเจ้าของร้าน)
สถานะ เช่าแล้ว
Facebook
เปิดให้เช่าตั้งแต่วันที่ อ. - 17 ก.ย. 2562 - 21:50.24
แก้ไขข้อมูลล่าสุดเมื่อ พ. - 18 ก.ย. 2562 - 20:04.03
รายละเอียด
+++ การติดต่อ +++
โทร. : 089-7673123
facebook : พระเครื่องร้านอัปสรา อมิวเลท
e-mail : tociii2003@yahoo.com
(6.10.6.3)

++ คัดลอกประวัติของท่านมาจาก - หนังสือ หลวงพ่อสุด วัดกาหลง จ.สมุทสาคร, dharma-gateway.com
ขออนุญาตเผยแพร่และขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย

“ หลวงพ่อสุดท่านเป็นชาว อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด เกิดจากตระกูลชาวนา บิดาชื่อ นายมาก มารดาชื่อ นางอ่อนศรี
เกิดวันที่ 7 พฤษาภาคม พ.ศ.2445 (ในสมัยรัชกาลที่ 5) ต่อมาเมื่ออายุ 16 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2461 ที่วัดกลางพนมไพร อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด
พระครูเม้า เป็นพระอุปัชฌาย์ (ต่อมาได้เป็นอาจารย์องค์สำคัญที่หลวงพ่อให้ความเคารพนับถืออย่างมาก)
ก่อนหน้าที่จะบวชเณร หลวงพ่อได้รับวิทยฐานะสำเร็จชั้นประถมปีที่ 3 จากโรงเรียนวัดฟ้าหยาด ต.คำไฮ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด
บวชเณรได้ระยะหนึ่ง หลวงพ่อก็เดินทางรอนแรมจากร้อยเอ็ดมุ่งเข้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อแสวงหาความรู้ทางธรรมจากสำนักเรียนในกรุงเทพฯ
เข้าใจว่า หลวงพ่อคงจะมาบวชเป็นพระที่วัดกาหลงนี่เอง ทั้งนี้เพราะใน พ.ศ.2481 อายุได้ 36 ปี สอบได้นักธรรมชั้นเอก ที่สำนักเรียนวัดกาหลง
ด้านการปกครอง
พ.ศ.2478 เป็นเจ้าอาวาสวัดกาหลง
พ.ศ.2479 เป็นเจ้าคณะหมวด
พ.ศ.2484 เป็นเจ้าคณะตำบล
พ.ศ.2495 เป็นสาธารณูปการอำเภอ
ด้านการศึกษา
พ.ศ.2482 เป็นผู้อุปการะโรงเรียนวัดกาหลง
พ.ศ.2485 เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม
พ.ศ.2495 เป็นกรรมการการตรวจธรรมสนามหลวง

ด้านสมณศักดิ์
พ.ศ.2490 เป็นพระครูสัญญบัตรชั้นตรี
พ.ศ.2511 เป็นพระครูสัญญบัตรชั้นโท
พ.ศ.2517 เป็นพระครูสัญยญบัตรชั้นเอก
ด้านวิชาศึกษาด้านอาคม
1. หลวงปู่เม้า วัดกลางพนมไพร (พระอาจารย์ที่บวชให้ท่านในสมัยตอนเป็นเณร)
2. หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ (สำหรับหลวงพ่อรุ่ง ในปี 2484 หลวงพ่อสุดเป็นเจ้าคณะตำบล หลวงพ่อรุ่งได้จัดสร้างเหรียญ
รุ่นแรกของท่าน หลวงพ่อสุดได้อยู่ในการร่วมสร้างเหรียญนี้ด้วยเช่นกัน)
3. หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม (เป็นพระอาจารย์ที่หลวงพ่อสุดนับถือมาก)
และมีอีกหลายท่าน
หลวงพ่อสุดได้รับกิจนิมนต์ ไปร่วมปลุกเสกไม่ต่ำกว่า 100 ครั้ง เช่น พิธี 25 พุทธศตวรรษ ฯลฯ
ท่านมรณภาพ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2526 รวมอายุได้ 81 ปี
ข้อมูลอ้างอิงจาก : dharma-gateway.com
มีการเผาศพอยู่กรณีหนึ่งซึ่งเป็นข่าวดังทางหน้าหนังสือพิมพ์รายวันหลายฉบับ เกี่ยวกับศพของพระครูสมุห์ธรรมสุนทร หรือ “หลวงพ่อสุด อดีตเจ้าอาวาสวัดกาหลง เกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเคยเป็นอาจารย์ของ “ตี๋ใหญ่” ที่มีพิธีพระราชทานเพลิงศพไปเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2545 ที่ผ่านมาที่วัดกาหลง
เนื้อข่าวน่าสนใจที่ว่าศพของท่านโดนไฟเผาไหม้ไม่หมด แม้ว่าร่างจะเป็นเนื้อหนังกระดูกเผาหมดแล้วแต่กระดูกหรืออัฐิยังอยู่ในภาพที่สมบูรณ์มาก ไม่บิ่นหรือแตกร้าวเป็นชิ้นๆ แบบการเผาศพท่าวไปเลย ทำให้หลายคนไม่อยากเชื่อ จึงต้องไปพิสูจน์ให้เห็นกับตา
ที่มาแห่งเหตุอัศจรรย์นี้มีนิมิตเกิดแก่พระศิษย์เอกของหลวงพ่อสุดรูปหนึ่งซึ่งปัจจุบันท่านรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดกาหลง ท่านเล่าว่า

“ก่อนหน้าที่จะเผาประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมาอาตมาฝันเห็นหลวงพ่อสุดมาบอกว่าไม่มีใครเผาท่านได้นอกจากตัวท่านเอง อาตมาเลยถามกลับไปว่า แล้วจะให้ทำอย่างไร ท่านบอกให้จัดดอกไม้จันทน์มาบายศรีขอขมาไว้และให้อาตมาเป็นคนจุดไฟเผา โดยให้อาตมาจับมือท่านเผาร่างท่านเอง อาตมาก็นำเรื่องความฝันไปเล่าให้ลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดฟัง
ต่อมาในวันพระราชทานเพลิงศพ ช่วงพิธีเผาจริงเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาครท่านมาเป็นประธานจุดไฟ ปรากฏว่าเกิดเหตุประหลาดขึ้นเมื่อไฟที่จุดกับดอกไม้จันทน์ดับลงเฉยๆ ต้องวางเอาไว้อย่างนั้น อาตมาเห็นจึงเข้าไปจุดไฟเผาตามที่ฝันเอาไว้
“ปกติแล้วศพโดยทั่วไปใช้เวลาเผาประมาณ 2 ชั่วโมงก็ไหม้หมด แต่นี่เวลาเผาท่านก็ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ระดับไฟร้อนมากประมาณ 300 องศา ขณะที่เผาก็จะมีเจ้าหน้าที่ไปกลับร่างท่าน แต่เมื่อได้เวลาราไฟ ปรากฏว่ายังเห็นร่างของท่านยังอยู่เป็นโครงกระดูกทั้งโครงทั้งที่เผามานาน”
คุณอุบลรัตน์ ใยไหม กำนันตำบลกาหลง ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า
“ก่อนวันประชุมเพลิงท่าน คณะกรรมการก็ได้เตรียมงานแต่เนิ่นๆ โดยได้เคลื่อนสรีระร่างของท่านมา หลวงพ่อคล้ายคนนอนหลับ ร่างท่านมีแต่หนังหุ้มกระดูกไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า จีวรเก่าแต่ก็ไม่เปียกคราบน้ำเหลืองเลย ที่เผาท่านเป็นคนสุดท้าย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดให้ดูก็เห็นภาพที่ว่าท่านยังเป็นโครงกระดูกอยู่นะ พี่ก็แปลกใจเลยตะโกนบอกว่า “หลวงปู่ไม่ไหม้” แล้วชาวบ้านก็วิ่งไปดู เพราะชาวบ้านก็ยังไม่กลับ เขาจะรอดูที่ว่ากันว่าหลวงปู่จะเผาไม่ไหม้จะเป็นจริงมั้ย เขาก็เลยอยากพิสูจน์ แล้วก็เป็นจริง หนังท่านไหม้แต่กระดูกท่านยังไม่หลุด”
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ชาวบ้านละแวกนวัดและประชาชนทั่วงไปที่สนใจมั่นใจมากขึ้นว่าเป็นปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อสุดเพราะท่านสำเร็จวิชาอยู่ยงคงกระพันชาตรี ศาสตร์ลี้ลับที่ทำให้สังขารของท่านไม่อาจเผาให้ไหม้หมดอย่างคนธรรมดาทั่วไปได้...
... เรื่องราวของหลวงพ่อสุดเกี่ยวกับพลังอำนาจจิตที่อยู่ในรูปการสักยันต์ตะกร้อและเสือเผ่นนั้นโด่งดังมากแม้แต่ “ตี๋ใหญ่”
ขุนโจรชื่อดังที่เขาลือกันว่าหนังเหนียวและแคล้วคลาดอยู่ตลอดยังนับถือ ไปมาหาสู่หลวงพ่ออยู่บ่อยๆ “ตี๋ใหญ่” มีของดีคือ
มีผ้ายันต์กับตะกรุดของหวงพ่อสุดไว้ป้องกันตัว ขนาดถูกตำรวจเป็นร้อยล้อมจับก็ยังหนีเอาตัวรอดไปได้ จนใครๆ ลือกันว่า
ตี๋ใหญ่มีวิชาล่องหนหายตัวได้!
มีเรื่องเล่าถึงวันที่ “ตี๋ใหญ่” สิ้นชื่อ คือวันนั้นก่อนที่จะหนีไปหลบซ่อนตัว “ตี๋ใหญ่” ให้ลูกน้องขับรถพามาหาหลวงพ่อสุดที่
วัดกาหลง แต่มาแล้วไม่พบหลวงพ่อจึงกลับออกมา ระหว่างที่รถวิ่งออกมาก็โดนถล่มจากเจ้าหน้าที่ทั้งสองข้างทาง นับไม่ถ้วนว่ากี่นัด
จะเห็นว่าคนเราเมื่อดวงขาดมันก็ต้องมีอันเป็นไป และเหตุที่ตี๋ใหญ่มาหาหลวงพ่อสุดนั้นเป็นเพราะว่าพวงพระและตะกรุดของ
ตี๋ใหญ่หายไป ก็เลยจะมาขอใหม่จากหลวงพ่อ จึงมาพบจุดจบในวันนั้น
หลายคนกล่าวว่าถ้าผ้ายันต์กับตะกรุดยังอยู่ ตี๋ใหญ่อาจจะยังไม่ตาย แต่ถึงอย่างไรตี๋ใหญ่ก็ก่อกรรมทำเข็ญไว้มากพลังอำนาจจิตหรืออิทธิฤทธิ์ใดๆ ก็มาอยู่ “เหนือกรรม” ไม่ได้ สุดท้ายตี๋ใหญ่ก็ต้องจบชีวิตลงท่ามกลางการสาปแช่งของผู้คน และใครจะรู้ว่านั้นเป็นสิ่งที่หลวงพ่อสุดกำหนดให้เป็นไปด้วยหรือไม่?
ก็ยังมีเรื่องเล่าถึงอดีตนาวิกโยธินคนหนึ่งที่ได้เครื่องรางของหลวงพ่อสุดไปเป็นเหรียญเสือเผ่นและรอยสัก ขณะที่รับราชการอยู่เขาถูกส่งไปปราบผู้ก่อการร้ายที่ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ในปี พ.ศ.2519 แล้วโดนถล่มขณะอยู่บนรถจีเอ็มซี เพื่อนคนหนึ่งถูกยิงจนตาตุ่มหายไปทั้งแถบ ส่วนตัวเองถูกยิงห้านัด กระสุนเข้ากลางหลังตรงยันต์พอดี เสื้อทะลุเป็นรูแต่กระสุนกลับไม่เข้าเนื้อและไม่มีบาดแผลเพียงแต่เป็นรอยจ้ำๆ เท่านั้น
ส่วนอีกคนเป็นศิษย์หลวงพ่อสุดเหมือนกันคนนี้เป็นโรคที่ตา ต้องเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลศิริราช ระหว่างการรักษาต้องฉีดยาเพื่อผ่าตัด เข้าใจว่าเป็นยาชา แต่พอฉีดเข็มฉีดยากลับไม่เข้าเนื้อ เพราะคนนี้หลวงพ่อสุดสักน้ำมันครอบไว้ ผลสุดท้ายต้องมานิมนต์หลวงพ่อสุดไปโรงพยาบาลเพื่อทำพิธีถอน คนป่วยจึงได้รับการฉีดยาและผ่าตัดเรียบร้อย
ปัจจุบันทางวัดกาหลง ได้นำร่างที่เป็นโครงกระดูกของหลวงพ่อสุดบรรจุไว้ในโลงแก้วตั้งให้ประชาชนไปกราบนมัสการ
อยู่ที่ชั้น 2 ของศาลาการเปรียญภายในวัด ซึ่งทุกวันจะมีประชาชนและลูกศิษย์ที่เลื่อมใสแวะเวียนมากราบไม่ขาดสาย ...”

พระเครื่องที่เกี่ยวข้อง...

กำหลังโหลด Comments
Top