เบี้ยแก้หลวงปู่เพิ่มวัดกลางบางแก้วยุคต้นหล่อขั้นเทพสวยสมบูรณ์-อิฐ สงขลา
VIP
พระแท้ดูง่าย สวยตาเปล่า

หมวด หลวงปู่บุญ – หลวงปู่เพิ่ม – หลวงปู่เจือ วัดกลางบางแก้ว

เบี้ยแก้หลวงปู่เพิ่มวัดกลางบางแก้วยุคต้นหล่อขั้นเทพสวยสมบูรณ์

เบี้ยแก้หลวงปู่เพิ่มวัดกลางบางแก้วยุคต้นหล่อขั้นเทพสวยสมบูรณ์ - 1 เบี้ยแก้หลวงปู่เพิ่มวัดกลางบางแก้วยุคต้นหล่อขั้นเทพสวยสมบูรณ์ - 2 เบี้ยแก้หลวงปู่เพิ่มวัดกลางบางแก้วยุคต้นหล่อขั้นเทพสวยสมบูรณ์ - 3 เบี้ยแก้หลวงปู่เพิ่มวัดกลางบางแก้วยุคต้นหล่อขั้นเทพสวยสมบูรณ์ - 4 เบี้ยแก้หลวงปู่เพิ่มวัดกลางบางแก้วยุคต้นหล่อขั้นเทพสวยสมบูรณ์ - 5
ชื่อร้านค้า อิฐ สงขลา - (คลิ๊กที่นี่เพื่อดู ข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้า)
ชื่อเจ้าของร้านค้า
ชื่อพระเครื่อง เบี้ยแก้หลวงปู่เพิ่มวัดกลางบางแก้วยุคต้นหล่อขั้นเทพสวยสมบูรณ์
อายุพระเครื่อง -
หมวดพระ หลวงปู่บุญ – หลวงปู่เพิ่ม – หลวงปู่เจือ วัดกลางบางแก้ว
ราคาเช่า -
เบอร์โทรติดต่อ (ไม่แสดงเบอร์ เนื่องจากรายการนี้ไม่ได้ปล่อยเช่า)
อีเมล์ติดต่อ itsda99@gmail.com
สถานะ เช่าแล้ว
Facebook
เปิดให้เช่าตั้งแต่วันที่ จ. - 25 ส.ค. 2557 - 17:02.27
แก้ไขข้อมูลล่าสุดเมื่อ อ. - 31 ก.ค. 2561 - 22:54.16
รายละเอียด
เบี้ยแก้หลวงปู่เพิ่มวัดกลางบางแก้วยุคต้นลงรักอย่างหนาหล่อขั้นเทพสวยที่สุดในเวป เบี้ยแก้ นั้นมีการสร้างสืบต่อกันมาช้านานมาก เท่าที่สืบค้นได้ก็มีเบี้ยแก้ สายวัดกลางบางแก้วตั้งแต่หลวงปู่ทอง ซึ่งเป็นอาจารย์ของหลวงปู่บุญ ที่รู้จักกันมากและพอจะดูออกได้ว่าใช่หรือไม่ก็คือหลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้ว หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว ท่านอาจารย์ใบ วัดกลางบางแก้ว และในปัจจุบันก็คือหลวงปู่เจือ วัดกลางบางแก้ว ซึ่งได้รับการถ่ายทอดกรรมวิธีการสร้างสืบต่อกันมาสำหรับ เบี้ยแก้ของหลวงปู่บุญ หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้วนั้น ปัจจุบันหายากมากครับ และมีราคาสูงมากด้วยเช่นกัน
เบี้ยแก้ สาย วัดกลางบางแก้ว เท่าที่สืบค้นได้นั้น หลวงปู่บุญท่านเรียนวิชาเบี้ยแก้มาจาก หลวงปู่ทอง วัดกลางบางแก้ว หลวงปู่บุญท่านสร้างเบี้ยแก้ให้แก่ศิษย์โดยท่านผู้ที่จะมาขอทำเบี้ยแก้นั้น จะต้อง นำปรอทหนัก 1 บาท ชันโรงใต้ดิน หอยเบี้ย นับให้ได้ฟัน 32 ซี่ แผ่นตะกั่ว บางรายก็หาผ้าแดงมาด้วย แล้วจึงนำสิ่งของทั้งหมดใส่ถาดพร้อมดอกไม้ธูปเทียน มาถวายหลังจากที่หลวงปู่ท่านทำอุโบสถเช้าหรือเย็นเสร็จแล้ว

หลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้ว จะปลุกเสกปรอทแล้วจึงบรรจุปรอทลงในหอยเบี้ย แล้วนำชันโรงมาปิดปากเบี้ย จากนั้นท่านก็บริกรรมพระเวท แล้วจึงให้นำไปหุ้มตะกั่วกับพระในวัดจนเสร็จเรียบร้อยจึงนำกลับมาให้ท่านลง อักขระอีกทีหนึ่ง และปลุกเสกเบี้ยอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงมอบ เบี้ยแก้ให้เจ้าของนำไปถักเชือกเอาตามใจชอบ ส่วนมากก็ให้พระภายในวัดช่วยถักให้ บ้างก็ลงรัก บ้างก็ลงยางมะพลับ เพื่อให้เชือกที่ถักมีความคงทน

หลังจากสิ้นหลวงปู่บุญแล้ว ศิษย์ที่ได้รับการถ่ายทอดต่อมาก็คือหลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว หลวงปู่เพิ่มท่านก็ได้สร้างเบี้ยแก้ด้วยกรรมวิธีแบบเดียวกับหลวงปู่บุญ และมีความขลังไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ต่อมาเมื่อหลวงปู่เพิ่มท่านชราลงมามากแล้ว ท่านจึงครอบวิชาทำเบี้ยแก้ให้แก่ท่านอาจารย์ใบทำเบี้ยแก้ต่อจากท่าน เป็นการสืบทอดวิชา เบี้ยแก้ของสาย วัดกลางบางแก้ว

จนปัจจุบันนี้ผู้ที่สืบทอดต่อมาก็คือหลวงปู่เจือ วัดกลางบางแก้วนั่นเองครับ หลวงปู่เจือท่านช่วยหลวงปู่เพิ่มสร้างเบี้ยแก้มาตลอด เมื่อเวลาหลวงปู่เพิ่มท่านบรรจุปรอทลงเบี้ยแล้วท่านก็จะบอกให้นำเบี้ยไปให้ หลวงปู่เจือหุ้มตะกั่วแล้วจึงนำมาให้ท่านลงอักขระปลุกเสกต่อ

เบี้ยแก้ เครื่องรางของขลัง กันคุณไสย เบี้ยแก้ ทำจากเบี้ยพลู และเบี้ยจั่น โดยเกจิอาจารย์จะนำปรอทธาตุศักดิ์สิทธิ์ บรรจุในตัวหอยเบี้ย อุดชันโรงใต้ดินแล้วลงอักขระเลขยันต์ปลุกเสกอีกครั้ง เบี้ยแก้ ใช้ป้องกันภูตผีปีศาจ ป้องกันไข้ป่า อยู่ยงเขี้ยวงาทุกอย่างป้องกันคุณไสย ป้องกันยาพิษ ยาสั่ง
พุทธคุณเบี้ยแก้ เบี้ยแก้ นั้นเป็นเบี้ยที่ทำมาจากเบี้ยพลู และเบี้ยจั่น สร้างโดยพระเกจิอาจารย์ซึ่งนำปรอทที่ถือกันว่าเป็นธาตุศักดิ์สิทธิ์ มาบรรจุไว้ในตัวหอยเบี้ย แล้วอุดด้วยชันโรงใต้ดิน แล้วท่านจะลงอักขระเลขยันต์ จากนั้นก็นำมาปลุกเสกอีกครั้งหนึ่ง ใช้เป็นเครื่องรางของขลังพุทธคุณเบี้ยแก้ ป้องกันภูตผีปีศาจ ป้องกันไข้ป่า อยู่ยงเขี้ยวงาทุกอย่างป้องกันคุณไสย ป้องกันยาพิษ ยาสั่ง รวมถึงอวิชชาอาถรรพ์อื่นๆ

เบี้ยแก้ คือ เครื่องรางชนิดหนึ่ง ซึ่งมีอุปเท่ห์การใช้มากมายหลายอย่าง ทั้งกันและแก้สิ่งชั่วร้ายเสนียดจัญไร คุณไสย คุณคน คุณผี บาเบื่อ ยาเมา ทั้งหลาย- ป้องกันอัตวิบากกรรม แก้ภาพหลอน จิตรหลอน ภาพอุปทาน แก้อำนาจภูผีปีศาจ อาถรรพณ์เวททำให้มัวเมาขลาดกลัว ขนพองสยองเกล้า ลมเพลมพัด คุณไสย คุณผี คุณคนทั้งปวงอุบาทวเหตุ อุบาทวภัยทั้งปวง มัวเมายาพิษ ยาสั่งทั้งหลาย ไข้ป่า ไข้ป้าง ไข่ผีป่า ผีโป่ง ผีปอบ ต้องกระทำจากภูตผี ผีพราย ผีตายโหง กองกอยวิกลจริต จิตวิกลวิกาล วิญญาณ อุปาทานวิกลเหมือนผีเข้าเจ้าสิงสู่ปราศจากสิ้นแล

- ให้อธิษฐานเอาน้ำมนต์ เอาดอกพุทธรักษาดอกไม้ ดอกเข็มแดงหลากสี ตั้งขันธูปเทียน ขันห้า
ข้าวตอก ดอกไม้แก้บาทวพิษ บาทยัก อัมพาต บาดแผล ฝีมะเร็ง ฝีคุณ หัวพิษ หัวกาฬ ทรางชัก
รางขนพอง สันนิบาตลูกหมา ลูกนก หลังแอ่น คางแข็ง บ้าหมู ภายนอกภายใน อาบกินด้วย ตั้งจิตหน่วงลง
ในคุณพระศรีรัตนตรัยใช้ได้แล

- เมื่อเข้าศึกสงครามให้เอาไว้ด้านหน้าสารพัดศัตรู บีทาย่ำรุกไล่ให้เอาไว้ด้านหลัง หาเจ้าฟ้ามหากษัตริย์
เจ้าขุนมูลนาย ให้เอาไว้ด้านข้างขวา เมื่อหาหญิง หานางพญาไว้ข้างซ้าย สารพัดศาสตรามิต้องข้างกายเลย
ดุจฝนเสนห่า ข้าวปลาอาหารเป็นพิษ คางแข็ง เคี้ยวไม่กลืนเลยแล

- ปลิงก็ดี ทากร้ายก็ดี มีในป่ามืด ในน้ำห้วยหนอง คลองบึง มันไม่เก่าะกินเลือดทั้งวัวทั้งควาย ช้างม้า
ก็ดีแล แก้งูพิษ เขี้ยวขนอน แมวเซา เห่าแก้วก็ดีมิต้องกายมาขบกัดเลยแล

วัดกลางบางแก้ว นั้นเดิมมีชื่อว่า “วัดคงคาราม” จากสภาพโบราณวัตถุภายในวัดเป็นต้นว่า พระอุโบสถ ใบเสมาและวิหาร ตลอดจนพระพุทธรูปหินทรายในพระอุโบสถ พอจะสันนิษฐานได้ว่า เป็นวัดที่สร้างขึ้นมาในสมัยอยุธยาและได้รับการปฏิสังขรณ์สืบต่อกันเรื่อยมา และหากจะพิจารณาดูสภาพทั่วไปแล้วก็พอสันนิษฐานได้ว่าเป็นวัดที่เคยเจริญรุ่งเรืองมาแต่ในสมัยอดีต เพราะมีถาวรวัตถุหลายอย่างที่แสดงให้เห็นได้ว่ามีการก่อสร้างสืบเนื่องกันต่อ ๆ มา เช่น ภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ ซึ่งมีความงดงามอันแสดงถึงฝีมือช่างเมื่อครั้งยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และหากจะอ่านในนิราศพระปฐมของท่านกวีสุนทรภู่แล้วก็จะเห็นได้ว่า ในครั้งนั้นวัดคงคารามได้เจริญ รุ่งเรืองใหญ่โต ซึ่งท่านสุนทรภู่ได้เขียนไว้ว่า

“ถึงบางแก้วมองเขม้นไม่เห็นแก้ว
เห็นแต่แนวคงคาพฤกษาสลอน
มีวัดหนึ่งโตใหญ่ใกล้สาคร
สง่างอนช่อฟ้าศาลาตะพาน
คูเบื้องบนอาวาสก็ลาดเลื่อน
ต้นตะเคียนร่มรกปกวิหาร”


ซึ่งหมายถึง วัดกลางบางแก้ว ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำนครชัยศรีนั่นเอง

ต่อมาในครั้งพระมหาสมณเจ้ากรมพระวชิรญาณวโรรส สังฆราชเจ้าเสด็จมาวัดคงคารามเห็นว่าเป็นวัดที่อยู่ริมแม่น้ำนครชัยศรีตรงปากคลองบางแก้ว และในละแวกนั้นมีวัดใกล้เคียงอยู่อีก 2 วัด ซึ่งมีอาณาเขตวัดติดต่อกัน คือด้านใต้ติดกับ วัดใหม่สุประดิษฐ์ และทิศตะวันตกเขตติดต่อกับ วัดตุ๊กตา จึงได้ประทานชื่อใหม่ให้ว่า “วัดกลางบางแก้ว” ในราวปี พ.ศ. 2465 ซึ่งเป็นสมัยที่หลวงปู่ได้ครองตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้วแล้ว
สำหรับเจ้าอาวาสที่ปกครองวัดกลางบางแก้วนั้น เท่าที่สืบขึ้นไปในอดีตสามารถจะสืบได้เพียง 3 องค์เท่านั้น ที่ถัดต่อจากหลวงปู่บุญขึ้นไป ส่วนก่อนนั้นเป็นใครไม่สามารถสืบได้เนื่องจากเป็นเวลาช้านาน ทั้งนี้เนื่องจากเจ้าอาวาสองค์ก่อนหลวงปู่บุญคือพระปลัดทองนั้นครองเจ้าอาวาสอยู่นานมาก เล่ากันว่าท่านมีอายุถึง 90 กว่าปี ประมาณได้ว่าท่านเป็นเจ้าอาวาสอยู่คงไม่น้อยกว่า 40 ปี พระปลัดทองมรณภาพเมื่อราวปี พ.ศ.2418 หากจะย้อนไปอีก 40 ปี ก็จะเป็นปี พ.ศ. 2378 ซึ่งนับว่าเป็นเวลานานเกินที่จะมีใครจำความได้เนื่องจากคนยุคนั้นขาดช่วงตอนการสืบทอดไปแล้ว ดังนั้น ลำดับเจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้วเท่าที่ลำดับได้ถึงปัจจุบัน จึงมีดังนี้
1. “เจ้าคุณในตึก” ไม่ทราบนามจริง รู้เพียงว่าเป็นเจ้านายในราชวงศ์มาครองอยู่ปลูกกุฏิตึกไว้หลังหนึ่ง เป็นฝ่ายวิปัสสนา
2. พระปลัดทอง มรณภาพราวปี พ.ศ. 2418
3. พระอธิการแจ้ง หรือชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อแก่” มรณภาพราวปี พ.ศ. 2428
4. พระพุทธวิถีนายก (หลวงปู่บุญ ขนฺธโชติ) เป็นเจ้าอาวาส ปี พ.ศ. 2429 ถึงปี พ.ศ. 2478รวม 49ปี
5. พระปลัดหล่อ รักษาการอยู่ 4 ปี
6. พระพุทธวิถีนายก (เพิ่ม ปุญญวสโน) เป็นเจ้าอาวาสปี พ.ศ. 2482 ถึงปี พ.ศ. 2526 รวม 44 ปี
7. พระปลัดใบ คุณวีโร รักษาการเจ้าอาวาสถึง พ.ศ. 2526
8. พระครูสิริชัยคณารักษ์ เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน

หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว หรือ พระพุทธวิถีนายก ท่านเป็นพระเถระอาจารย์ที่ประชาชนทั่วประเทศให้ความเคารพนับถือในตัวท่านค่อนข้างมาก ภายหลังจากที่หลวงปู่บุญท่านได้ละสังขารไปแล้ว วัดกลางบางแก้วก็ยังมิได้ขาดพระอริยสงฆ์ผู้ทรงอภิญญาไป ก็มีหลวงปู่เพิ่มนี่แหละที่ขึ้นมาทดแทนการจากไปของหลวงปู่บุญ ท่านเป็นพระเถระที่มีวัตรปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ และมีวิชาคาถาอาคมก็ได้รับการถ่ายทอดมาเป็นอย่างดีจากองค์อาจารย์ท่าน ซึ่งก็คือหลวงปู่บุญ เพราะเช่นนั้นความรู้ ความสามารถของหลวงปู่เพิ่ม จึงไม่มีใครคลางเคลงใจเลย

ประวัติโดยสังเขป ของหลวงปู่เพิ่ม ท่านเกิดเมื่อวันที่ 28 มกราคา 2429 ที่ ต.ไทยวาส อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เป็นบุตรของนายเกิด และนางวรรณ ท่านบรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุได้ 8 ขวบ สืบต่อมาจนอายุครบบวช จึงได้อุปสมบทในวันที่ 12 กรกฏาคม 2450 ณ. พัทธสีมา วัดกลางบางแก้ว ท่านมรณภาพด้วยโรคชรา ด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2526 สิริอายุได้ 97 ปี 76 พรรษา
วัตถุมงคลยอดนิยม : หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว

สำหรับด้านวัตถุมงคล หลวงพ่อปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้วนั้น ท่านได้สร้างวัตถุมงคลไว้โดยเจริญรอยตามองค์อาจารย์ของท่าน โดยสร้างไว้ค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นประเภทเหรียญ, พระหล่อเนื้อโลหะ, พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์, พระเนื้อดิน, พระเนื้อผง โดยเฉพาะผงยาจินดามณี, เครื่องรางของขลัง ฯลฯ วัตถุมงคลทุกชนิดของท่านล้วนแล้วแต่ได้รับความนิยมแพร่หลายเป็นอย่างมากไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าองค์อาจารย์ของท่าน ส่วนเรื่องพุทธคุณเด่นในทุก ๆ ทางไม่ว่าจะเป็น คงกระพัน เมตตามหานิยม ฯลฯ แล้วแต่จะอาราธนาใช้งาน วัตถุมงคลที่เป็นที่นิยมเล่นหาและจัดว่าเป็นพระหลักของวงการในปัจจุบัน
พุทธคุณครอบจักรวาลเด่นในด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาด ปลอดภัย สิ่งชั่วร้ายเสนียดจัญไร คุณไสย พุทธคุณจึงแรงมากๆๆๆ และมีประสบการณ์สูงมาก จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่อยากให้ตำแหน่งหน้าที่การงานเจริญเติบโตก้าวหน้า หรือ ผู้ที่มีใจใฝ่ทางด้านการเสี่ยงโชคลาภทุกชนิด ควรมีไว้บูชาพกพาติดตัวไว้เป็นอย่างเนืองนิจ ทั้งผู้ที่นิยม และศรัทธา รวมไปถึงผู้นำ นักการปกครอง ผู้บังคับบัญชา หรือ นักบริหารทุกระดับชั้น ข้าราชการทุกตำแหน่ง ทุกประเภทไม่ว่าชั้นผู้ใหญ่ ชั้นผู้น้อย นายทหารทุกเหล่าทัพ (โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติภารกิจอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้) ตำรวจ ครูบาอาจารย์ นักพูด นักขาย (ที่ต้องหายอดลูกค้า) นักเจรจา ดารา นักร้อง นักแสดง ผู้ที่ต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นทุกประเภท นักกีฬาทุกประเภท นักทำมาหากินทุกประเภท มนุษย์เงินเดือน ผู้ที่ต้องแข่งขันกับผู้อื่น ไม่ว่าทั้งโดยตรง หรือโดยอ้อม พ่อค้า แม่ค้า ประชาชนทั่วไป ก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน ควรมีไว้บูชาเป็นอย่างยิ่ง

พุทธคุณแรงเกินราคา คุ้มค่ามากๆๆๆ กับความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน การมีชื่อเสียง ตำแหน่งที่สูงขึ้น การมีโชคลาภขั้นสูง มหาเสน่ห์ มหานิยมที่รุนแรง การชนะเหนือคู่แข่งขันทั้งหลาย ฯลฯ เป็นต้น

พระเครื่องที่เกี่ยวข้อง...

กำหลังโหลด Comments
Top