เหรียญเสมามหาบารมี59 หลวงปู่ทิมวัดระหารไร่เนื้อทองแดงองค์เงินขอบปลอกลูกปืนลงยา แดง ขาว-อิฐ สงขลา - webpra
VIP
พระแท้ดูง่าย สวยตาเปล่า

หมวด หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่

เหรียญเสมามหาบารมี59 หลวงปู่ทิมวัดระหารไร่เนื้อทองแดงองค์เงินขอบปลอกลูกปืนลงยา แดง ขาว

เหรียญเสมามหาบารมี59 หลวงปู่ทิมวัดระหารไร่เนื้อทองแดงองค์เงินขอบปลอกลูกปืนลงยา แดง ขาว - 1เหรียญเสมามหาบารมี59 หลวงปู่ทิมวัดระหารไร่เนื้อทองแดงองค์เงินขอบปลอกลูกปืนลงยา แดง ขาว - 2เหรียญเสมามหาบารมี59 หลวงปู่ทิมวัดระหารไร่เนื้อทองแดงองค์เงินขอบปลอกลูกปืนลงยา แดง ขาว - 3เหรียญเสมามหาบารมี59 หลวงปู่ทิมวัดระหารไร่เนื้อทองแดงองค์เงินขอบปลอกลูกปืนลงยา แดง ขาว - 4เหรียญเสมามหาบารมี59 หลวงปู่ทิมวัดระหารไร่เนื้อทองแดงองค์เงินขอบปลอกลูกปืนลงยา แดง ขาว - 5
ชื่อร้านค้า อิฐ สงขลา - (คลิ๊กที่นี่เพื่อดู ข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้า)
ชื่อเจ้าของร้านค้า
ชื่อพระเครื่อง เหรียญเสมามหาบารมี59 หลวงปู่ทิมวัดระหารไร่เนื้อทองแดงองค์เงินขอบปลอกลูกปืนลงยา แดง ขาว
อายุพระเครื่อง 7 ปี
หมวดพระ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
ราคาเช่า 5,500 บาท
เบอร์โทรติดต่อ 081-346-6638,081854-8799
อีเมล์ติดต่อ itsda99@gmail.com
LINE
(คลิ๊กที่นี่เพื่อเพิ่มเพื่อนกับเจ้าของร้าน)
สถานะ พร้อมเช่า
Facebook
เปิดให้เช่าตั้งแต่วันที่ พ. - 03 ส.ค. 2559 - 16:52.30
แก้ไขข้อมูลล่าสุดเมื่อ อ. - 08 มิ.ย. 2564 - 15:50.27
รายละเอียด
เหรียญเสมามหาบารมี59 หลวงปู่ทิมวัดระหารไร่เนื้อทองแดงองค์เงินขอบปลอกลูกปืนลงยา แดง ขาวหมายเลข 5491
เหรียญเสมามหาบารมี59 หลวงปู่ทิมวัดระหารไร่ สร้างขึ้นเพื่อสมทบทุนการสร้างวิทยาลัยสงฆ์จังหวัดระยอง โดยคณะสงฆ์จังหวัดระยอง ร่วมสืบสารตำนานเหรียญเสมาอันวิจิตร

เหรียญเสมามหาบารมี59 หลวงปู่ทิมวัดระหารไร่ ...เป็นเหรียญที่ทางคณะสงฆ์จัดสร้างขึ้นโดยออกแบบตามเหรียญเสมาปี2518 อันโดงดังไปทั่วสารทิศทั้งในประเทศและต่างประเทศต่างก็ใฝ่ฝันอยากได้มาครอบครองคณะสงฆ์จังหวัดระยองได้จัดทำเหรียญเสมารุ่นมหาบารมี59 ร่วมสืบสานตำนานเหรียญเสมาอันวิจิต(ตามแบบเหรียญเสมา รุ่นแรก ปี 2518) จัดทำขึ้นเพื่อหารายได้สมทบทุนสร้างวิทยาลัยสงฆ์จังหวัดระยอง....โดยมีเกจิอาจารย์ชื่อดังทั่วฟ้าเมืองไทยร่วมปลุกเสกอย่างเข้มขลัง และได้อัญเชิญดวงวิญญาณหลวงปู่ทิมมาทรงอธิฐานจิตด้วย เนื้อหามวลสารประกอบด้วยโลหะชนวนเก่าของวัดระหารไร่และชนวนมวลสาร ซึ่งเกจิอาจารย์ในยุคนั้นร่วมปลุกเสกไว้. ชนวนมวลสารศักดิ์สิทธิ์ที่ได้นำมาร่วมหล่อเสมาหลวงปู่ทิมนี้ มีมากมายเหลือคณานับได้ ด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถระบุรายละเอียดได้จนครบ ยังมีอีกมากที่ไม่ได้กล่าวรายละเอียดปลีกย่อยลงไป กระแสพลังของเหรียญเสมาหลวงปู่ทิมมีมากนักผู้ที่มีบุญวาสนาได้ครอบครองจงเก็บรักษาไว้ให้เป็นมรดกตกทอดต่อไป ปัจจุบันพระเครื่องปู่ทิม ที่ทันออกโดยวัดระหารไร่นั้น ราคาขยับไปแรงมาก ส่วนที่ท่านสร้างให้ไว้กับวัดอื่นๆ ก็ล้วนขยับตามไปแล้ว แต่ที่น่าจับตามองก็เหรียญเสมามหาบารมี59หลวงปู่ทิมวัดระหารไร่ ซึ่งถือได้ว่าเป็นเสมารุ่นสองของวัดก็ว่าได้ซึ่งเสมารุ่น 1 ปี 2518 ราคาทะลุล้านไปแล้ว รุ่นสองพุทธคุณไม่ต่างกันราคาเริ่มขยับขึ้นทุกวันรีบเก็บก่อนแพงกว่านี้ โดยเฉพาะเนื้อทองแดงลงยา กำลังมีการซุ่มเก็บเงียบ เนื่องจากพุทธศิลสวยงามและราคายังไม่แรงมาก
ประวัติหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
หลวงปู่ทิม อิสริโก นามเดิมชื่อ "ทิม งามศรี" เป็นบุตรของนายแจ้า นางอินทร์ เกิดที่บ้านรหัวทุ่งตาบุตร หมู่ที่ 2 ต.ละหาร (ปัจจุบันเป็น หมู่ 1 ต.หนองบัว) อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เกิดเมื่อวันศุกร์ เดือน 7 ปีเถาะ ตรงกับวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2422 เป็นบุตรคนที่ 2 ของครอบครัว
เมื่ออายุ 17 ปี นายแจ้ผู้เป็นบิดา นำตัวไปฝากไว้กับหลวงพ่อสิงห์ (วัดละหารใหญ่) เล่าเรียนหนังสือทั้งไทยและอักษรขอม ประมาณ 1 ปี หลังจากนั้นขอลาหลวงพ่อสิงห์กลับไปช่วยโยมบิดา มารดา ทำงานบ้าน จนถึงอายุ 19 ปี ท่านจึงถูกคัดเลือกเข้าเป็นลูกหมู่ หรือทหารประจำการในสมัยนั้นอยู่ที่กรุงเทพถึง 4 ปีเศษ จึงได้รับการปลดปล่อยกลับมาอยู่บ้านตามเดิม โยมบิดาจึงได้ขออนุญาตให้ท่านได้อุปสมบทในพระพุทธศาสนา
หลวงปู่ทิม ได้อุปสมบทที่วัดทับมา โดยพระครูขาว เจ้าคณะแขวงเมืองระยอง เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อสิงห์เป็นกรรมวาจาจารย์ เจ้าอธิการเกตุเป็นอนุสาวนาจารย์ โดยทำพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 7 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2449 ตรงกับปีมะแม เดือน 6 วันเสาร์ ขึ้น 7 ค่ำ ได้รับฉายานามสงฆ์ว่า "อิสริโก" หลังจากบวชแล้วได้ศึกษาเล่าเรียนทางปฏิบัติสมถกัมมัฏฐานจากหลวงพ่อสิงห์ อาจารย์ของท่าน และศึกษาวิชาต่างๆ จากตำราคู่วัดละหารใหญ่ (เข้าใจว่าเป็นตำหรับเดิมของหลวงปู่สังข์เฒ่า) จนมีความรู้แตกฉานได้ออกจาริกปฏิบัติธุดงค์กับหลวงพ่อยอด นักปฏิบัติที่เป็นอาจารย์ ออกตังค์ไปตามจังหวัดต่างๆ เพื่อเจริญสมณธรรม ออกหาความวิเวกสันโดษ ตามอัธยาศัยเป็นเวลา 3 ปี ครั้นเมื่อใกล้เข้าพรรษากลับมาถึงจังหวัดชลบุรีได้จำพรรษาที่วัดนามะตูมถึง 2 พรรษา ได้เที่ยวร่ำเรียนศึกษาวิชาเพิ่มเติม กับพระเกจิอาจารย์หลายรูป ทั้งพระสงฆ์และฆราวาสที่เก่งกล้าอีกลายคน จากนั้นได้กลับมาจำพรรษาที่วัดละหารไร่ และได้รับนิมนต์จากชาวบ้านขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดละหารไร่ ตั้งแต่พ.ศ. 2450 ท่านได้ก่อสร้างเสนาสนะบูรณซ่อมแซมกุฏิ และถาวรวัตถุอีกหลายอย่าง
หลังจากหลวงปู่ทิม อิสริโก ได้สร้างอุโบสถเสร็จด้วยบารมีของท่านแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2517 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 95 ปี หลวงปู่ทิมได้วางศิลาฤกษ์ศาลาการเปรียญ "ภาวนาภิรัติ" และสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2518 จากนั้นได้สร้างปละปรับปรุงหอฉัน "อุตตโม" หลวงพ่อทิมมีตำแหน่งครั้งสุดท้ายเป็นพระครูภาวนาภิรัติ ชาวบ้านโดยทั่วไปนิยมเรียกว่า "หลวงปู่ทิมฎ ซึ่งท่านได้มรณภาพด้วยโรคชราเมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2518 ณ หน้าหอสวดมนต์ วัดละหารไร่ หลังจากรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชา เป็นเวลา 23 วัน คณะศิษย์จึงได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ วัดละหารไร่ และเก้บศพไว้บนศาลาภาวนาภิรัติ โดยขอพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2526 ณ เมรุวัดละหารไร่
หลวงปู่ทิม อิสริโก ท่านเป็นพระที่ปฏิบัติเป็นพระที่ยึดมั่นในพระธรรมและพระวินัยขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระมักน้อย สันโดษ ไม่ยินดียินร้ายในรูปรส กลิ่น เสียง ฉันอาหารเจเป็นประจำ ฉันภัตราหารมื้อเดียวเวลาประมาณ 7.00น. และฉันน้ำชาประมาณ 4 โมงเย็น จะไม่มีการฉันเพลเลย อาหารประเภทเนื้อสัตว์ หรืออาหารคาวทุกชนิดท่านจะไม่ยอมฉัน แม้แต่น้ำปลา อาหารที่ท่านฉันส่วนใหญ่จะเป็นผัก ถั่ว หรือน้ำพริกกับเกลือป่น ปฏิบัติอย่างนี้เป็นเวลาถึง 50 ปี ร่างกายผิวพรรณของท่านก็ปกติอยู่ตามเดิม พละกำลังของท่านยังดีแะลสมบูรณ์อยู่เช่นเดิม ร่างกายอ้วนท้วนพอสมควร ทั้งนี้คงเป็นเพระบุญบารมีของท่านที่สะสมมา จึงทำให้ท่านเป็นพระที่เคร่งครัด และบริสุทธิ์ในพระธรรมวินัย ดำรงชีวิตอยู่ได้ถึง 96 ปี อายุพรรษา 72 พรรษา และได้มรณภาพด้วยโรคชรา หลังจากเข้ารับการรักษาจาก
และวันที่ 16 ตุลาคม ของทุกปี วัดละหารไร่และคณะศิษย์จะร่วมกันจัดงานวันระลึกถึงหลวงปู่ทิม ซึ่งก็มีลูกศิษย์มาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก

พุทธคุณเด่นในด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาด ปลอดภัยพุทธคุณจึงแรงมากๆๆๆ และมีประสบการณ์สูงมาก จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่อยากให้ตำแหน่งหน้าที่การงานเจริญเติบโตก้าวหน้า หรือ ผู้ที่มีใจใฝ่ทางด้านการเสี่ยงโชคลาภทุกชนิด ควรมีไว้บูชาพกพาติดตัวไว้เป็นอย่างเนืองนิจ ทั้งผู้ที่นิยม และศรัทธา รวมไปถึงผู้นำ นักการปกครอง ผู้บังคับบัญชา หรือ นักบริหารทุกระดับชั้น ข้าราชการทุกตำแหน่ง ทุกประเภทไม่ว่าชั้นผู้ใหญ่ ชั้นผู้น้อย นายทหารทุกเหล่าทัพ (โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติภารกิจอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้) ตำรวจ ครูบาอาจารย์ นักพูด นักขาย (ที่ต้องหายอดลูกค้า) นักเจรจา ดารา นักร้อง นักแสดง ผู้ที่ต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นทุกประเภท นักกีฬาทุกประเภท นักทำมาหากินทุกประเภท มนุษย์เงินเดือน ผู้ที่ต้องแข่งขันกับผู้อื่น ไม่ว่าทั้งโดยตรง หรือโดยอ้อม พ่อค้า แม่ค้า ประชาชนทั่วไป ก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน ควรมีไว้บูชาเป็นอย่างยิ่ง

พุทธคุณแรงเกินราคา คุ้มค่ามากๆๆๆ กับความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน การมีชื่อเสียง ตำแหน่งที่สูงขึ้น การมีโชคลาภขั้นสูง มหาเสน่ห์ มหานิยมที่รุนแรง การชนะเหนือคู่แข่งขันทั้งหลาย ฯลฯ เป็นต้น

คาถาของหลวงปู่ทิม
"มะอะอุ ทุกขัง อนิจัง อนัตตา พุทโธ พุทโธ"
หลวง ปู่ทิมท่านว่าเป็นคาถาที่ดีและก็สั้น และพุทธคุณของคาถาบทนี้ก็สูงมากอยู่ที่คนปฏิบัติ ท่านยังกรุณาเล่าให้ฟังว่า มีใครคนหนึ่งที่อยู่ตลาดมาปรับทุกข์ให้ท่านฟังว่า ขายของก็ไม่ดีทะเลาะกับเมีอยู่ที่บ้านแทบทุกวัน ญาติพี่น้องต่างเกลียดชัง อยากจะขอคาถาให้เขารัก หลวงปู่จึงให้คาถาบทนี้ไป ปรากฏว่าเดี๋ยวนี้ ชายผู้นั้นมีความสุขแล้ว จะไปไหนเมียก็ตามไปด้วย ญาติพี่น้องก็รักใครกันดี ผู้เขียนจึงมั่นใจว่าพุทธานุภาพในคาถาบทนี้จะประสบผลสำหรับผู้ที่ปฏิบัติ เป็นประจำสม่ำเสมอ ถ้าผู้ใดได้รับคาถานี้ไป ขอให้นึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และคุณหลวงปู่ทิมเป็นที่ตั้งทุกอย่างก็จะอำนวยโชคพอสมควรกับบุญกรรมของบุคคล นั้น

พระเครื่องที่เกี่ยวข้องในร้านค้านี้...

อื่นๆ...

กำหลังโหลด Comments
Top