หนุมานหลวงปู่ทิมวัดระหารไร่เนื้อเงิน1ใน97 ตน-อิฐ สงขลา
VIP
พระแท้ดูง่าย สวยตาเปล่า

หมวด หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่

หนุมานหลวงปู่ทิมวัดระหารไร่เนื้อเงิน1ใน97 ตน

หนุมานหลวงปู่ทิมวัดระหารไร่เนื้อเงิน1ใน97 ตน - 1 หนุมานหลวงปู่ทิมวัดระหารไร่เนื้อเงิน1ใน97 ตน - 2 หนุมานหลวงปู่ทิมวัดระหารไร่เนื้อเงิน1ใน97 ตน - 3 หนุมานหลวงปู่ทิมวัดระหารไร่เนื้อเงิน1ใน97 ตน - 4 หนุมานหลวงปู่ทิมวัดระหารไร่เนื้อเงิน1ใน97 ตน - 5
ชื่อร้านค้า อิฐ สงขลา - (คลิ๊กที่นี่เพื่อดู ข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้า)
ชื่อเจ้าของร้านค้า
ชื่อพระเครื่อง หนุมานหลวงปู่ทิมวัดระหารไร่เนื้อเงิน1ใน97 ตน
อายุพระเครื่อง 36 ปี
หมวดพระ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
ราคาเช่า -
เบอร์โทรติดต่อ (ไม่แสดงเบอร์ เนื่องจากรายการนี้ไม่ได้ปล่อยเช่า)
อีเมล์ติดต่อ itsda99@gmail.com
สถานะ เช่าแล้ว
Facebook
เปิดให้เช่าตั้งแต่วันที่ พฤ. - 10 มิ.ย. 2553 - 08:25.41
แก้ไขข้อมูลล่าสุดเมื่อ ศ. - 04 เม.ย. 2557 - 16:01.26
รายละเอียด
หนุมานหลวงปู่ทิมวัดระหารไร่เนื้อเงิน1ใน97ตน หล่อขั้นเทพ พร้อมใบประกาศรองแชมป์

“หนุมาน” เป็นพญาวานรเผือกทหารเอกของพระราม ถือกำเนิดเกิดจากพระอิศวรมีเทวบัญชาให้พระพายพัดเอากำลังแห่งพระองค์และเทพ ศาสตราวุธของพระองค์ เข้าสู่ท้องของนางสวาหะที่ถูกสาป อันได้แก่ คทาเพชรเป็นสันหลัง, ตรีเพชรเป็นกาย, จักรแก้วเป็นศรีษะ นางสวาหะตั้งท้องนาน ๓๐ เดือน คลอดลูกออกทางปากเป็นวานรเผือกคลอดมาก็อายุได้ ๑๖ ปี ตรงกับวันอังคารเดือนสามปีขาล ลักษณะพิเศษของหนุมาน คือ มีเขี้ยวแก้วอยู่กลางเพดานปาก มีกุณฑลขนเพชร สามารถแผลงฤทธิ์ให้มีสี่หน้าแปดมือ และหาวเป็นดาวเป็นเดือนได้ ใช้ตรีเพชร(สามง่าม) เป็นอาวุธประจำตัว(จะใช้เมื่อรบกับยักษ์ตัวสำคัญๆ) มีความเก่งกล้ามาก สามารถแปลงกายหายตัวได้ ทั้งยังอยู่ยงคงกระพัน แม้ถูกอาวุธของศัตรูจนตายเมื่อมีลมพัดมาก็จะฟื้นคืนได้อีก นอกจากนี้หนุมานยังเป็นลิงที่รูปงาม มีนิสัยเจ้าชู้ มีเมียมากถึง ๖ นาง ได้ทำงานที่ไหนก็ได้เมียเสมอ ด้วยคุณลักษณะอันวิเศษของหนุมาน โบราณาจารย์ท่านจึงนำมาจัดสร้างเป็นรูปหนุมานเครื่องรางของขลังที่มีคุณวิเศษอิทธิฤทธิ์ครอบจักรวาล เป็น มหาอุด อยู่ยงคงกระพันชาตรี มหาอำนาจ มหากำลัง เสน่ห์เมตตามหานิยม ในอดีตพระคณาจารย์ที่สร้างหนุมานที่มีชื่อเสียงมีหลายท่าน หลวงปู่ท่านว่าเป็นตอนที่หนุมานลืมตาอ้าปากเมื่อออกจากญาณสมาบัติมาใหม่ๆ เวลานี้เป็นเวลาที่หนุมานมีกำลังมากที่สุดเพราะบำเพ็ญตบะทรงซึ่งมหิทธานุภาพ อิทธิฤทธิ์มหาเดชมหาอำนาจเรียกกำลังปลุกตัวอย่างบริบูรณ์เต็มที่แล้วมีฤทธิ์มีกำลังแก่กล้าเต็มเปี่ยมอย่างที่สุด เรียกว่า “ทรงฤทธิ์” และการที่ลืมตาอ้าปากนั้นก็เพื่อให้เป็นเคล็ดในด้านตั้งตนตั้งตัวมีโชคลาภหา เงินหาทองคล่องมีกินมีใช้ตลอดไม่ขาดแคลน นอกจากนี้ที่ก้นอุดผงพรายกุมาร นับเป็นครั้งแรกของการจัดสร้างหนุมานก้นอุดผงพรายกุมาร เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของหลวงปู่ทิมซึ่งยังไม่มีคณาจารย์องค์ใดจัด สร้างในรูปแบบนี้มาก่อน ที่ฐานได้จารพระคาถา “หัวใจหนุมาน” คือ “หะนุมานะ ยะตะมะอะ” มีความงดงามอย่างยิ่ง คมชัดลึก เป็นงานที่ครบถ้วนทั้งศาสตร์และศิลป์ เมื่อมองดูราวกับหนุมานชีวิต ดูสงบสำรวมแต่มีพลังอย่างประหลาด หนุมาน 500 เนื้อเงินสร้างน้อยแค่ 79 ตน เป็นเครื่องรางที่โด่งดังที่สุด และ เป็นมาตราฐานอย่างสูงของหลวงปู่ทิม อิสริโก เนื้องด้วยท่านตั้งใจปลุกเสก และ อุดด้วยผงพรายกุมาร จึงทำให้พุทธคุณของหนุมานนั้น โด่ดเด่นทางด้าน เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ แค้วคาด คงกระพันชาตรี หลวงปู่ทิม เมตตาจิต ปลุกเสกให้ 5 เสาร์ 5 อังคาร ก้นได้จารหัวใจหนุมาน ถือว่า สวยมากครับ
ประวัติหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
หลวงปู่ทิม อิสริโก นามเดิมชื่อ "ทิม งามศรี" เป็นบุตรของนายแจ้า นางอินทร์ เกิดที่บ้านรหัวทุ่งตาบุตร หมู่ที่ 2 ต.ละหาร (ปัจจุบันเป็น หมู่ 1 ต.หนองบัว) อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เกิดเมื่อวันศุกร์ เดือน 7 ปีเถาะ ตรงกับวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2422 เป็นบุตรคนที่ 2 ของครอบครัว
เมื่ออายุ 17 ปี นายแจ้ผู้เป็นบิดา นำตัวไปฝากไว้กับหลวงพ่อสิงห์ (วัดละหารใหญ่) เล่าเรียนหนังสือทั้งไทยและอักษรขอม ประมาณ 1 ปี หลังจากนั้นขอลาหลวงพ่อสิงห์กลับไปช่วยโยมบิดา มารดา ทำงานบ้าน จนถึงอายุ 19 ปี ท่านจึงถูกคัดเลือกเข้าเป็นลูกหมู่ หรือทหารประจำการในสมัยนั้นอยู่ที่กรุงเทพถึง 4 ปีเศษ จึงได้รับการปลดปล่อยกลับมาอยู่บ้านตามเดิม โยมบิดาจึงได้ขออนุญาตให้ท่านได้อุปสมบทในพระพุทธศาสนา
หลวงปู่ทิม ได้อุปสมบทที่วัดทับมา โดยพระครูขาว เจ้าคณะแขวงเมืองระยอง เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อสิงห์เป็นกรรมวาจาจารย์ เจ้าอธิการเกตุเป็นอนุสาวนาจารย์ โดยทำพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 7 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2449 ตรงกับปีมะแม เดือน 6 วันเสาร์ ขึ้น 7 ค่ำ ได้รับฉายานามสงฆ์ว่า "อิสริโก" หลังจากบวชแล้วได้ศึกษาเล่าเรียนทางปฏิบัติสมถกัมมัฏฐานจากหลวงพ่อสิงห์ อาจารย์ของท่าน และศึกษาวิชาต่างๆ จากตำราคู่วัดละหารใหญ่ (เข้าใจว่าเป็นตำหรับเดิมของหลวงปู่สังข์เฒ่า) จนมีความรู้แตกฉานได้ออกจาริกปฏิบัติธุดงค์กับหลวงพ่อยอด นักปฏิบัติที่เป็นอาจารย์ ออกตังค์ไปตามจังหวัดต่างๆ เพื่อเจริญสมณธรรม ออกหาความวิเวกสันโดษ ตามอัธยาศัยเป็นเวลา 3 ปี ครั้นเมื่อใกล้เข้าพรรษากลับมาถึงจังหวัดชลบุรีได้จำพรรษาที่วัดนามะตูมถึง 2 พรรษา ได้เที่ยวร่ำเรียนศึกษาวิชาเพิ่มเติม กับพระเกจิอาจารย์หลายรูป ทั้งพระสงฆ์และฆราวาสที่เก่งกล้าอีกลายคน จากนั้นได้กลับมาจำพรรษาที่วัดละหารไร่ และได้รับนิมนต์จากชาวบ้านขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดละหารไร่ ตั้งแต่พ.ศ. 2450 ท่านได้ก่อสร้างเสนาสนะบูรณซ่อมแซมกุฏิ และถาวรวัตถุอีกหลายอย่าง
หลังจากหลวงปู่ทิม อิสริโก ได้สร้างอุโบสถเสร็จด้วยบารมีของท่านแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2517 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 95 ปี หลวงปู่ทิมได้วางศิลาฤกษ์ศาลาการเปรียญ "ภาวนาภิรัติ" และสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2518 จากนั้นได้สร้างปละปรับปรุงหอฉัน "อุตตโม" หลวงพ่อทิมมีตำแหน่งครั้งสุดท้ายเป็นพระครูภาวนาภิรัติ ชาวบ้านโดยทั่วไปนิยมเรียกว่า "หลวงปู่ทิมฎ ซึ่งท่านได้มรณภาพด้วยโรคชราเมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2518 ณ หน้าหอสวดมนต์ วัดละหารไร่ หลังจากรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชา เป็นเวลา 23 วัน คณะศิษย์จึงได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ วัดละหารไร่ และเก้บศพไว้บนศาลาภาวนาภิรัติ โดยขอพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2526 ณ เมรุวัดละหารไร่
หลวงปู่ทิม อิสริโก ท่านเป็นพระที่ปฏิบัติเป็นพระที่ยึดมั่นในพระธรรมและพระวินัยขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระมักน้อย สันโดษ ไม่ยินดียินร้ายในรูปรส กลิ่น เสียง ฉันอาหารเจเป็นประจำ ฉันภัตราหารมื้อเดียวเวลาประมาณ 7.00น. และฉันน้ำชาประมาณ 4 โมงเย็น จะไม่มีการฉันเพลเลย อาหารประเภทเนื้อสัตว์ หรืออาหารคาวทุกชนิดท่านจะไม่ยอมฉัน แม้แต่น้ำปลา อาหารที่ท่านฉันส่วนใหญ่จะเป็นผัก ถั่ว หรือน้ำพริกกับเกลือป่น ปฏิบัติอย่างนี้เป็นเวลาถึง 50 ปี ร่างกายผิวพรรณของท่านก็ปกติอยู่ตามเดิม พละกำลังของท่านยังดีแะลสมบูรณ์อยู่เช่นเดิม ร่างกายอ้วนท้วนพอสมควร ทั้งนี้คงเป็นเพระบุญบารมีของท่านที่สะสมมา จึงทำให้ท่านเป็นพระที่เคร่งครัด และบริสุทธิ์ในพระธรรมวินัย ดำรงชีวิตอยู่ได้ถึง 96 ปี อายุพรรษา 72 พรรษา และได้มรณภาพด้วยโรคชรา หลังจากเข้ารับการรักษาจาก
และวันที่ 16 ตุลาคม ของทุกปี วัดละหารไร่และคณะศิษย์จะร่วมกันจัดงานวันระลึกถึงหลวงปู่ทิม ซึ่งก็มีลูกศิษย์มาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก


คาถาของหลวงปู่ทิม
"มะอะอุ ทุกขัง อนิจัง อนัตตา พุทโธ พุทโธ"
หลวงปู่ทิมท่านว่าเป็นคาถาที่ดีและก็สั้น และพุทธคุณของคาถาบทนี้ก็สูงมากอยู่ที่คนปฏิบัติ ท่านยังกรุณาเล่าให้ฟังว่า มีใครคนหนึ่งที่อยู่ตลาดมาปรับทุกข์ให้ท่านฟังว่า ขายของก็ไม่ดีทะเลาะกับเมีอยู่ที่บ้านแทบทุกวัน ญาติพี่น้องต่างเกลียดชัง อยากจะขอคาถาให้เขารัก หลวงปู่จึงให้คาถาบทนี้ไป ปรากฏว่าเดี๋ยวนี้ ชายผู้นั้นมีความสุขแล้ว จะไปไหนเมียก็ตามไปด้วย ญาติพี่น้องก็รักใครกันดี ผู้เขียนจึงมั่นใจว่าพุทธานุภาพในคาถาบทนี้จะประสบผลสำหรับผู้ที่ปฏิบัติเป็นประจำสม่ำเสมอ ถ้าผู้ใดได้รับคาถานี้ไป ขอให้นึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และคุณหลวงปู่ทิมเป็นที่ตั้งทุกอย่างก็จะอำนวยโชคพอสมควรกับบุญกรรมของบุคคลนั้น

พระเครื่องที่เกี่ยวข้อง...

กำหลังโหลด Comments
Top