พระสมเด็จ หลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ 1-จ่าจีระสิทธิ์
VIP
  • 0 8 6 - 5 6 0 4 0 3 7
    หน้าที่
  • Page 1
  • Page 2
หน้าที่ และความรับผิดชอบ

หมวด พระเนื้อผง เนื้อดิน เนื้อว่าน ก่อนปี 2525

พระสมเด็จ หลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ 1

พระสมเด็จ หลวงปู่เทียน วัดโบสถ์  1 - 1 พระสมเด็จ หลวงปู่เทียน วัดโบสถ์  1 - 2 พระสมเด็จ หลวงปู่เทียน วัดโบสถ์  1 - 3 พระสมเด็จ หลวงปู่เทียน วัดโบสถ์  1 - 5
ชื่อร้านค้า จ่าจีระสิทธิ์ - (คลิ๊กที่นี่เพื่อดู ข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้า)
ชื่อเจ้าของร้านค้า
ชื่อพระเครื่อง พระสมเด็จ หลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ 1
อายุพระเครื่อง -
หมวดพระ พระเนื้อผง เนื้อดิน เนื้อว่าน ก่อนปี 2525
ราคาเช่า
2,750 บาท
เบอร์โทรติดต่อ 08-6560-4037
อีเมล์ติดต่อ Tayanrum@hotmail.com
LINE
(คลิ๊กที่นี่เพื่อเพิ่มเพื่อนกับเจ้าของร้าน)
สถานะ พระมาใหม่
Facebook
เปิดให้เช่าตั้งแต่วันที่ อา. - 01 ธ.ค. 2562 - 20:51.45
แก้ไขข้อมูลล่าสุดเมื่อ พฤ. - 19 ธ.ค. 2562 - 10:32.05
รายละเอียด
พระสมเด็จ หลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ 1
ชุดนี้ ได้มา ทีเดียว พร้อมกัน 3 องค์ 3 แบบ ครับ
สวย เดิม ๆ เลี่ยมเก่า ๆ
ไม่กัดฟัน เช่ามา ก็ เกรงจะหลุด มือ...
บางองค์ ที่เคยออกไปราคา ไม่ถึง ที่เช่ามาอีก...
ของดี ยังงัย ก็เก็บไว้ บูชาได้ หากออกไม่ได้...
รับรอง สวยเดิม ผิวเดิม
.....
พระครูบวรธรรมกิจ (หลวงปู่เทียน) วัดโบสถ์ จ.ปทุมธานี พระเกจิอาจารย์ผู้ทรงภูมิปัญญาธรรมชั้นสูง และมีวิชาอาคมขลังเป็นที่เลื่องลือกว้างไกล

ท่านเป็นบุตรของนายน้อย-นางเล็ก ดุลยกนิษฐ์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีชวด พ.ศ.๒๔๑๙ มีพี่น้อง ๘ คน ท่านเป็นคนที่ ๓

อุปสมบทเมื่อเดือนมีนาคม ๒๔๓๙ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๔๕๒ จนกระทั่งมรณภาพเมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๐๙

ในวันที่ ๑๘ กรกฎาคมนี้ จึงเป็นวาระครบรอบ ๕๐ ปี ในการจากไปของหลวงปู่เทียน ผู้เขียนขอถือโอกาสรำลึกถึงคุณูปการของท่านที่ได้มอบมรดกอันล้ำค่าให้ลูกศิษย์ลูกหาได้พึ่งพาบารมีจากวัตถุมงคลที่มีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์สูงยิ่งของท่าน
ในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในเรื่อง พระเนื้อผง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระสมเด็จ ที่คนทั่วไปและนักสะสมพระเครื่องเสาะแสวงหากันมาก เพราะเกิดประสบการณ์กับผู้นำไปใช้เป็นที่เล่าขานกันอย่างแพร่หลาย ทั้งด้านแคล้วคลาด มหาอุด โภคทรัพย์ ที่โดดเด่นมาก คือ ด้านเมตตามหานิยม ซึ่งเป็นพุทธคุณสายพระสมเด็จโดยตรง

พล.ต.ต.เนื่อง อาขุบุตร นักสะสมพระเครื่องสายพระสมเด็จในสมัยนั้น มักจะบอกกับคนใกล้ชิดว่า...ถ้าหาพระสมเด็จวัดระฆัง ไม่ได้ พระสมเด็จหลวงปู่เทียนนี่แหละใช้แทนได้เลย
คำบอกกล่าวนี้ แสดงว่าท่านเชื่อมั่นในหลวงปู่เทียน อันเป็นผลมาจากการที่ท่านได้รู้เห็นกรรมวิธีในการสร้างว่ามีพื้นฐานแบบเดียวกับการสร้างพระสมเด็จสายวัดระฆัง นั่นคือการผสมผงวิเศษ ๕ ประการ ที่หลวงปู่เทียนท่านสำเร็จ ซึ่ง พล.ต.ต.เนื่อง อาขุบุตร ได้เห็นอภินิหารของผงที่หลวงปู่ลบด้วยตาตัวเองและยังไปบอกกล่าวให้คนอื่นๆ ได้ทราบด้วย

ผงวิเศษ ๕ ประการ คือ ผงปัถมัง ผงอิทธิเจ ผงมหาราช ผงพุทธคุณ และผงตรีนิสิงเห
คำถามก็คือ ผงวิเศษ ๕ ประการนี้ดีอย่างไร เรื่องนี้ต้องเริ่มต้นตั้งแต่ที่มาของผงว่าเกิดจากการลบอักขระเลขยันต์ตามตำรับ เพื่อการฝึกจิตให้เป็นสมาธิและสร้างความเข้มแข็งให้แก่อำนาจจิต สำหรับใช้เป็นพลังเข้าสู่วิปัสสนาญาณ
การลบผงจึงเป็นต้นทางของการมุ่งสู่การหลุดพ้นและเป็นความมหัศจรรย์ที่ทำให้เกิดผงวิเศษเป็นผลพลอยได้ ผงดังกล่าวสามารถนำมาใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องปลุกเสกบรรจุธาตุ และเรียกอาการ ๓๒ ตามกรรมวิธีของการปลุกเสกพระเครื่อง จึงถือได้ว่าผงนี้มีชีวิตแล้วมีความศักดิ์สิทธิ์และอาถรรพณ์สูงมาก พระเกจิอาจารย์ที่ลบผงเสร็จแล้วต้องพิถีพิถันทำการเก็บรักษาอย่างดี ถ้าทำหล่นลงพื้นใครเหยียบเข้าถึงกับสติฟั่นเฟือนเป็นบ้าได้ และที่ท่านระมัดระวังมาก คือ เกรงว่าพวกลูกศิษย์ที่นอกลู่นอกทางจะขโมยผงอิทธิเจ เอาไปผสมน้ำให้ผู้หญิงดื่ม แล้วทำมิดีมิร้ายเขา

เพราะฉะนั้นผงนี้เมื่อผสมและพิมพ์เป็นพระออกมาแล้ว ก็สามารถใช้ได้เลยไม่ต้องปลุกเสกอีก ด้วยอานุภาพของผงวิเศษ ๕ ประการนี้ ได้ทำให้ พระสมเด็จ ของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆัง เป็นพระเครื่องที่โด่งดังที่สุดและมีราคาค่านิยมสูงที่สุดจนคนธรรมดาทั่วไปเอื้อมไม่ถึง

มีเซียนพระผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเล่าให้ผู้เขียนฟังถึงครอบครัวหนึ่งว่า มีลูกชาย ๒ คน คุณพ่อมีพระสมเด็จวัดระฆัง ที่รักและหวงแหนอยู่ ๑ องค์ ต่อมาคุณพ่อเสียชีวิตลงโดยไม่ได้สั่งเสียไว้ว่าใครจะเป็นผู้ครอบครองพระสมเด็จองค์นี้ พี่น้องทั้ง ๒ คนต่างอยากได้ แต่ตกลงกันไม่ได้สุดท้ายจึงใช้วิธีหักครึ่งแล้วแบ่งกัน โดยไม่สนใจว่าราคาพระจะเหลือเท่าไร ทั้งๆ ที่ถ้านำไปขายทั้งองค์แล้วแบ่งเงินกันก็จะได้ราคาสูงกว่าขายครึ่งองค์อย่างมาก

นั่นแสดงให้เห็นว่าทั้งคู่เชื่อมั่นและต้องการของดีวิเศษมากกว่าเงิน พอดีที่พระนี้เมื่อหักแล้วยังมีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์อยู่อย่างครบถ้วน เพราะมีผงวิเศษ ๕ ประการกระจายอยู่ในองค์พระ

แต่ถ้าเป็นพระที่ไม่มีผงดังกล่าวเชื่อว่าจะเหลือแค่พลังธรรมดาของมวลสารที่เหลืออยู่ในนั้น เพราะการปลุกเสกให้แสดงความศักดิ์สิทธิ์ด้านใดด้านหนึ่งนั้นปลุกเสกในสภาพเต็มองค์
พระของหลวงปู่เทียนก็เช่นกัน ท่านจะบอกลูกศิษย์เสมอว่า พระของข้าต่อให้หักจนเหลือแค่เพียงเมล็ดงา ถ้าพวกเอ็งมีไว้ก็จะไม่ตายโหง แสดงว่าท่านมั่นใจในผงของท่านมาก
นอกเหนือจากผงวิเศษ ๕ ประการแล้ว ท่านยังสำเร็จ วิชาการลบผง ๑๒ นักษัตร อันเป็นวิชาของชาวมอญที่ตกทอดกันมาตั้งแต่โบราณ ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีพระเกจิอาจารย์รูปใดในยุคก่อนๆ ที่วงการรู้จักมีการทำผงชนิดนี้ นี่จึงเป็นของวิเศษอันสุดยอดของหลวงปู่เทียนที่พระเกจิอาจารย์รูปอื่นๆ ไม่มี
ผง ๑๒ นักษัตร เป็นเรื่องเกี่ยวพันกับโหราศาสตร์ที่อธิบายได้ว่า มนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ต้องเกิดมาในปีนักษัตรใดนักษัตรหนึ่ง และในปีหนึ่งๆ นั้นประกอบไปด้วย ๑๒ ราศี ที่มีความเกี่ยวพันกับดวงดาว อันเป็นตัวกำหนดเส้นทางชีวิตของคนคนนั้น ที่เรียกว่า “ดวงชะตา”
ด้วยภูมิปัญญาอันล้ำลึกของพระเกจิอาจารย์ที่สามารถนำเอาอำนาจพลังจิตซึ่งเป็นสิ่งทรงพลังสูงสุด มาผสมผสานกับพลังของดวงดาวที่มีอิทธิพลต่อทุกชีวิตบนโลก โดยทำให้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอานุภาพในการหนุนส่งดวงชะตาในช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์และปกป้องไม่ให้ตกต่ำในยามที่ดวงไม่ดี ต้องถือว่านี่คือวิทยาการขั้นสูงสุดของการสร้างวัตถุมงคล ด้วยเหตุนี้ผู้ที่จะศึกษาวิชาลบผง ๑๒ นักษัตร จะต้องเป็นผู้มีญาณสมาธิขั้นสูงและมีสติปัญญาล้ำเลิศจึงจะศึกษาได้สำเร็จ
สำหรับ หลวงปู่เทียน ท่านศึกษาค้นคว้าวิชานี้จากตำราโบราณที่อาจารย์มอบให้จนสำเร็จด้วยตัวเอง แสดงให้เห็นว่าท่านไม่ใช่พระเกจิอาจารย์ระดับธรรมดา วัตถุมงคลของท่านทุกองค์จะมีผง ๑๒ นักษัตรผสมอยู่ด้วยจึงมีอานุภาพในการคุ้มครองดวงชะตา เมื่อแขวนไปเรื่อยๆ จะทำให้ดวงดี คนเราเมื่อดวงดีแล้วทุกอย่างก็จะดีตาม ทำให้การดำเนินชีวิตราบรื่น หากติดขัดในเรื่องใดก็ขอให้ท่านช่วยได้ ลักษณะเช่นนี้เป็นความศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกับวัตถุมงคลขององค์เทพ คือ ขอปุ๊บได้ปั๊บ
ตลอดระยะเวลา ๕๐ ปีที่ผ่านมา วัตถุมงคลของ หลวงปู่เทียน ราคาไม่สูงมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ศักดิ์สิทธิ์ หากเกิดจากการมองข้ามของนักสะสมพระที่ไม่ได้ศึกษาถึงแก่นแท้ของกรรมวิธีในการสร้างพระ และความสามารถในเรื่องวิชาอาคมของพระเกจิอาจารย์ ทำให้เล่นพระไปตามกระแสที่ปลุกปั่นกันขึ้นมา ทำให้พระที่สร้างโดยพระเกจิอาจารย์ที่มีความเข้มขลังและสร้างตามกรรมวิธีโบราณที่ถูกต้อง กลับเป็นพระที่ราคาถูกกว่าพระที่ปั๊มจากโรงงาน ยิ่งราคาไม่สูงก็ยิ่งคิดว่าไม่ศักดิ์สิทธิ์เพราะไปยึดหลักการขายสินค้าที่มักกล่าวกันว่า ถูกและดีไม่มีในโลก
ณ เวลานี้ อยากจะบอกว่าถูกและดียังมีในโลกก็จะไม่บอกว่าถูกได้อย่างไร พระของหลวงปู่เทียนราคาหลักพันจนถึงหมื่นกว่าบาท แต่อานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ไม่แพ้ และอาจจะดีกว่าพระราคาหลักแสนหลักล้านด้วยซ้ำ ที่กล้าพูดเช่นนี้เพราะได้พบกับอภินิหารมาด้วยตัวเอง
อยากเรียนว่า ชาวจังหวัดปทุมธานี เป็นผู้โชคดีที่เกิดมาในดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ไปด้วย ดอกบัว ดอกไม้จากสวรรค์ เป็นสัญลักษณ์ของศาสนาพุทธและเป็นถิ่นกำเนิดของ หลวงปูเทียน ปุบผธมฺโม แห่งสำนักวัดโบสถ์ พระเกจิอาจารย์ผู้มีวิชาการสร้างวัตถุมงคลอันสุดยอด วัตถุมงคลของท่านไม่เป็นสองรองใครในแผ่นดินนี้
โอกาสนี้ขอเชิญชวนท่านผู้มีจิตศรัทธาไปร่วม งานทำบุญครบรอบ ๕๐ ปี แห่งการมรณภาพของหลวงปู่เทียน ที่วัดโบสถ์ จ.ปทุมธานี ในวันจันทร์ที่ ๑๘ กรกฎาคมนี้
ขอขอบพระคุณ ข้อมูลและภาพจาก คุณสุวัฒน์ เหมอังกูร

เรื่องเล่าขานตำนานพระเกจิฆราวาส-วัตถุมงคลเครื่องราง" ประชาสัมพันธ์งานบุญ"
30 กันยายน 2016 ·


หลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ เป็นพระเถราจารย์เชื้อสายรามัญผู้มีชื่อเสียงแห่งจังหวัดปทุมธานีท่านเป็น ศิษย์ของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังหลายรูป เช่น เจ้าคุณรามัญ วัดบางหลวง หลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน หลวงพ่อโพธิ์ วัดวังหมาเน่า พระอาจารย์เปิง เเต่ที่ท่านให้ความเคารพ สูงสุดคือ หลวงจงวัดหน้าต่างนอก เเละเชื่อกันว่าท่านได้วิชามาจากหลวงพ่อจงหลายอย่างครับในครั้งสงครามอินโด จีนท่านได้สร้างเครื่องรางของขลังแจกจ่ายแก่ชาวบ้าน ทั้งเสื้อยันต์ ประเจียด ตะกรุด จนมีอภินิหารเลื่องลือ มีผู้นับถือมาก และได้สร้างพระเครื่องเนื้อผงไว้หลายพิมพ์ด้วยกัน พระเนื้อผงรุ่นแรก ปี 2490 ออกวัดบ่อเงิน ส่วนรุ่นแรกของวัดโบสถ์ สร้างปี 2506 ประกอบด้วย พิมพ์สมเด็จ 3 ชั้น หลังงันต์ พระนางพญา พระขุนแผน พระรอด พระทุ่งเศรษฐี และพระปิดตา นอกจาก 2 รุ่นนี้แล้ว ยังมีสร้างในปี 2507 และ2508 ซึ่งพระเนื้อผงของท่านโดยเฉพาะพิมพ์สมเด็จต่าง ๆ ด้านล่างจะมีการฝังตะกรุดปรากฏให้เห็น โดยหลวงปู่ได้เขียนผงอิทธิเจ และผงปถมัง ด้วยตัวของท่านเองตามสูตรการเขียนผงอยู่หลายปี นอกจากนี้หลวงปู่ยังได้เก็บสะสมผงอื่นๆ จากพระอาจารย์ดังๆ รวมทั้งว่านหลายชนิด เช่น นางกวัก ว่านเพชรน้อย เพชรใหญ่ เพชรกลับพร้อมกันนี้ก็ได้นำเศษพระชำรุดจากพระผงสมเด็จกรุวัดใหม่อมตรส วัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม กรุงเทพมหานคร ผงวัดระฆังฯ ผงจากหลวงปู่หิน หลวงปู่นาค วัดระฆังฯ ผงจากวัดสามปลื้ม ผงจากวัดสุทัศน์ฯ พระสมเด็จยุคต้นๆ ของท่านหลวงปู่เทียนมักจะมีเนื้อหาที่เข้มข้น และมีความเข้มขลังเป็นที่ประจักร แม้แต่ พล.ต.ต เนื่อง อาขุบุตร นักเล่นพระรุ่นเก่าที่ชอบสะสมแต่พระเบญจภาคี และพระกรุเก่าๆ ยังพูดว่าถ้าไม่มีสมเด็จวัดระฆังแล้วละก็ให้ใช้สมเด็จของหลวงปู่เทียนแทน เพราะผงวิเศษที่ท่านลบนั้นยักคิ้วได้ เวลาหลวงปู่จะทำผงวิเศษท่านจะเขียนอักขระเลขยันต์และชักยันต์เป็นรูปคนขึ้น มามีปากมีคิ้ว คำว่าผงของหลวงปู่เทียนยักคิ้วได้ เพราะผงที่ท่านกำลังเขียนอยู่นั้นเคลื่อนที่ได้นั้นเอง หลวงปู่เทียนเป็นผู้ที่มีจิตสมาธินิ่งมาก สามารถเขียนผงทะลุกระดานชนวนได้เพียงอึดใจ มูลเหตุที่ท่านหลวงปู่เทียนสร้างพระสมเด็จก็เนื่องจากลูกศิษย์ของท่านคือขุน วิเศษภักดีได้เคยเล่าถึงกรรมวิธีในการสร้างพระสมเด็จของท่านสมเด็จโตเพราะ บิดาของท่านเคยเป็นลูกศิษย์ของสมเด็จโตและมีส่วนร่วมในการสร้างพระสมเด็จแทบ ทุกขั้นตอนและได้บอกว่าพระสมเด็จนั้นสำเร็จขึ้นด้วยผงวิเศษทั้ง5ประการ หลวงปู่เทียนท่านจึงคิดที่จะทำขึ้นบ้างเพราะท่านก็สำเร็จวิชาลบผงวิเศษ ทั้ง5ประการและผง12นักษัตร( ผงนี้ทำได้ยากยิ่งเป็นผงที่ลบจากยันต์ ๑๒นักษัตร ทั้ง ๑๒ปี จึงเข้าได้กับผู้อาราธนาทุกปีเกิด เมื่อดวงตกก้อหนุนไม่ให้ตกต่ำ เวลารุ่งโรจน์ก้อช่วยให้เจริญยิ่งขึ้นไป มีกินมีใช้ไม่ขัดสน วิชานี้ปัจจุบันได้สาปสูญไปสิ้นแล้ว ศิษย์ที่ไปขอเรียนวิชานี้กับหลวงปู่ สามารถเรียนได้สำเร็จแค่ 2รูป คือหลวงปู่เริ่ม วัดจุกกะเชอ และหลวงพ่อละมูล วัดเสด็จ) แต่หลวงปู่เทียนได้ดัดแปลงโดยการใช้พระกรุเก่าที่ชำรุดแตกหักแทนปูนเปลือก หอยเพราะสมัยก่อนมีพระกรุที่ชำรุดแตกหักตามวัดร้างจำนวนมากและช่วงสงครามทาง รัฐบาลได้ให้ทางวัดเปิดกรุนำพระเครื่องมาแจกบรรดาลูกหลานที่ต้องถูกเกณฑ์ไป เป็นทหารซึ่งในกาลนั้นมีพระชำรุดจำนวนมากที่ถูกทิ้งอยู่ตามวัดท่านจึงให้ลูก ศิยษ์นำมาสร้างเป็นองค์พระขึ้นใหม่จะได้กุศลแรง ดังนั้นพระเครื่องยุคแรกของท่านจึงมีเนื้อหาที่เข็มข้นคล้ายขนมตุบตั๊บเช่น พิมพ์ก้างปลาหลังประทุน พิมพ์อกวี พิมพ์วัดเกศ การปลุกเสกของท่านก็ไม่ธรรมดาครับต้องดุฤกษ์ยามก่อนและเตรียมพิธีปลุกเสกไม่ แตกต่างจากการสร้างพระกริ่งของสังฆราชแพเลยเพียงแต่ทำแบบวัดบ้านนอกไม่มี โต๊ะตั้งเตียงวางกันในถาดที่พื้นลานวัดปลุกเสกแบบโบราณที่เรียก"พิธีโพธิกาศ" เข้มขลังเป็นที่สุดครับ พระสมเด็จเกศบัวตูม นี้สร้างในปี พ.ศ.2507

พระเครื่องที่เกี่ยวข้อง...

กำหลังโหลด Comments
Top