ผงวัดสัมฤทธิ์ พระสมเด็จหลวงพ่อเชื้อ วัดเยื้องคงคาราม รุ่น 3 ปี 2540-จ่าจีระสิทธิ์ - webpra
VIP
  • 0 8 6 - 5 6 0 4 0 3 7
    หน้าที่
  • Page 1
  • Page 2
หน้าที่ และความรับผิดชอบ

หมวด พระเนื้อผง เนื้อดิน เนื้อว่าน หลังปี 2525

ผงวัดสัมฤทธิ์ พระสมเด็จหลวงพ่อเชื้อ วัดเยื้องคงคาราม รุ่น 3 ปี 2540

ผงวัดสัมฤทธิ์ พระสมเด็จหลวงพ่อเชื้อ วัดเยื้องคงคาราม รุ่น 3 ปี 2540 - 1ผงวัดสัมฤทธิ์ พระสมเด็จหลวงพ่อเชื้อ วัดเยื้องคงคาราม รุ่น 3 ปี 2540 - 2ผงวัดสัมฤทธิ์ พระสมเด็จหลวงพ่อเชื้อ วัดเยื้องคงคาราม รุ่น 3 ปี 2540 - 3ผงวัดสัมฤทธิ์ พระสมเด็จหลวงพ่อเชื้อ วัดเยื้องคงคาราม รุ่น 3 ปี 2540 - 4ผงวัดสัมฤทธิ์ พระสมเด็จหลวงพ่อเชื้อ วัดเยื้องคงคาราม รุ่น 3 ปี 2540 - 5
ชื่อร้านค้า จ่าจีระสิทธิ์ - (คลิ๊กที่นี่เพื่อดู ข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้า)
ชื่อเจ้าของร้านค้า
ชื่อพระเครื่อง ผงวัดสัมฤทธิ์ พระสมเด็จหลวงพ่อเชื้อ วัดเยื้องคงคาราม รุ่น 3 ปี 2540
อายุพระเครื่อง 25 ปี
หมวดพระ พระเนื้อผง เนื้อดิน เนื้อว่าน หลังปี 2525
ราคาเช่า 3,000 บาท
เบอร์โทรติดต่อ 08-6560-4037
อีเมล์ติดต่อ Tayanrum@hotmail.com
LINE
(คลิ๊กที่นี่เพื่อเพิ่มเพื่อนกับเจ้าของร้าน)
สถานะ จองแล้ว
Facebook
เปิดให้เช่าตั้งแต่วันที่ พฤ. - 24 พ.ย. 2565 - 21:06.28
แก้ไขข้อมูลล่าสุดเมื่อ พฤ. - 24 พ.ย. 2565 - 21:16.24
รายละเอียด
ผงวัดสัมฤทธิ์ พระสมเด็จหลวงพ่อเชื้อ วัดเยื้องคงคาราม รุ่น 3 ปี 2540

องค์นี้ กระเทาะขอบนิดหน่อยครับ


(ตลับ แปะตั๋ง ครับ ไม่ใช่เงิน )

....
....



.....ตำนานแห่งผงศักดิ์สิทธิ์...

(บางท่านอาจสงสัย ทำไมแพงจัง ลองค้นหา ข้อมูลดู ครับ องค์ละ สามหมื่นกว่าก็มีคร้าปปป))

ไม่อาจนำรายละเอียด มาลงได้หมด เนื่องจาก มีข้อมูล เยอะมากครับ (เนื้อที่ ไม่พอ )

...สุดยอด แห่งผง ที่ ใครมีต่างหวงแหน...

แม้จะเพียงน้อยนิด....

พระสมเด็จพิมพ์เกษไชโย หลวงพ่่อเชื้อ วัดเยื้องคงคาราม เนื้อมีหลายสี ขึ้นอยู่กับการผสมเนื้อแต่ละครั้ง พระจึงมีทั้งสีขาว ขาวออกเทาเข้มไปจนถึงดำ สีขาวออกเหลือง และมีบางองค์ได้มาเป็นสีขาวแต่พอใช้ไปสีกลับเป็นเหลืองเข้มขึ้นเรื่องๆก็มี เวลานี้หาไม่ได้อีกแล้ว ท่านจะสร้างพระในช่วงเข้าพรรษาเท่านั้น ท่านจะสร้างไปเรื่อย ๆ เฉลี่ยประมาณวันละ 30กว่าองค์ วันไหนไม่ว่าง ไม่อยู่วัดก็ไม่ได้ทำ พรรษานึงก็จะได้พระไม่น่าจะเกิน 3000 องค์
สำหรับประสบการณ์ปรากฎว่ามีพุทธคุณเด่นทุกทาง โดยเฉพาะด้านเมตตามหานิยม และป้องกันตัวจากภยันตรายและวิชามารสายดำทั้งมวล จนผู้มีฐานะเหนือคนทั่วไปที่เคารพนับถือท่าน และเห็นประสบการ์ตรงๆ เต็มๆ ต่างมาบูชาพระของท่านทุกรุ่นไปจนหมดวัด เหลือก็แต่ที่บรรจุใส่ไว้ในเจดีย์ คนแถวนั้นจึงเสาะหามาบูชากันไม่ได้เลยครับ

ประสบการณ์จากช่างใหญ่(หลวงพ่อเล่าให้ฟัง)
ช่างใหญ่ บ้านอยู่อินทบรีนี่เอง เขาเป็นนายช่างที่มารับเหมาะก่อสร้างเจดีย์ที่วัดเยื้องฯ นั้นเอง หลวงพ่อได้มอบสมเด็จให้ไปองค์หนึ่ง ช่างใหญ่เขาก็นับถือหลวงพ่อเหมือนกัน แต่เห็นเป็นพระใหม่เลยมอบให้หลายชายไปบูชาติดตัว
วันหนึ่งหลานชายช่าง ใหญ่ได้ออกไปเที่ยวตกปลาโดยใช้เบ็ดฝรั่งตามอย่างที่วัยรุ่นเดี๋ยวนีเขาชอบ กัน หลายชายนายนี้ก็ได้เที่ยวไปหาทำเลตกปลาตามที่ต่างๆ พอดีไปถึงริบบ่อปลาบ่อหนึ่ง เจ้าของกำลังหัวเสียเพราะปลาในบ่อเลี้ยงมานานจนจะขายได้แล้วกลับมาถูกขโมยมา ลอบจับไป จึงถือปืนลูกซองห้านัดมานอนซุ่มเฝ้าอยู่ เห็นเด็กวัยรุ่นถือคันเบ็ดเดินมาก็แน่แล้วเชียว นึกว่าเป็นคนที่เคยมาขโมยอยู่เป็นประจำ ด้วยความโมโหเจ้าของบ่อปลาก็ยิงเข้าให้ \\\\\\\"เปรี้ยง\\\\\\\" นัดแรกไม่ถูกจึงตามด้วยนัดสอง สาม สี่ และห้า จนหมดลูกที่บรรจุไว้ แต่ทำไมไม่โดน
ด้วยความประหลาดใจปืนลูกซอง ระยะแค่นี้ยิงอย่างไรก็ไม่พลาด จึงต้องเข้าไปร้องถามไปว่ามีพระอะไรดี จึงรู้ว่าเป็นพระสมเด็จวัดเยื้องฯนี่เอง
\\\\\\\"ลูกปืนมันวิ่งมาเป็นกลุ่ม พอมาถึงใกล้ๆก็แหวกออกซ้ายขวา ถูกพื้นถูกต้นไม้ข้างตัวดังซ่าๆ ทุกนัดไป\\\\\\\" หนุ่มนักตกปลาเล่าให้ลุงใหญ่ฟัง โดยไม่รอช้าช่างใหญ่รีบตีรถมาหาหลวงพ่อทันที เล่าเรื่องให้ท่านฟัง พอลากลับก็เช่าพระรุ่นนี้กลับไปอีกเป็นจำนวนหลายสิบองค์ บอกจะไปฝากญาติแถวบ้านเขาฝากมาบูชากันหลายคน

หลวงพ่่อเชื้อ วัดเยื้องคงคาราม
เดิมท่านเป็นคนบ้านข่อยใต้(อ.เมือง ลพบุรี ติดต่อเขต อ.ท่าวุ้ง) ได้บวชเรียนที่วัดข่อยใต้ตั้งแต่ยังเด็ก และได้ศึกษาวิชาจากหลวงพ่อจันทร์ วัดบ้านข่อยใต้(ปรมาจารย์ยุคแรกๆ ของลพบุรี) และได้จากวัดบ้านข่อยไปอยู่ ณ วัดถ้ำช้างเผือก(อยู่บนเทือกเขาสมอคอน ต.เขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง) ได้ศึกษาวิชาทางด้านวิปัสนากรรมฐานที่นั้น และได้กลับมาวัดบ้านข่อยอีกครั้ง เพื่อมาดูแลหลวงพ่อจันทร์ ในวัยชราภาพ จนหลวงพ่อจันทร์ได้มรณะภาพแล้วท่านจึงได้ธุดงตามป่าเขาเพื่อเสาะแสวงธรรม และได้กลับไปวัดถ้ำช้างเผือก อยู่ระยะหนึ่ง ต่อมาได้มีชาวบ้านวัดเยื้องคงคาราม ในช่วงนั้นขาดผู้รู้หรือผู้ดูแลบูรณะวัด หลวงพ่อวัดถ้ำช้างเผือกจึงมอบหมายให้หลวงพ่อเชื้อให้มาบูรณะจะดูแลวัดที่ กำลังทรุดโทรมอย่างขณะนั้น โดยวัตถุโบราณสถานได้ทรุมโทรมมาก หลวงพ่อจึงได้รับ คำสั่งหลวงพ่อวัดถ้ำช้างเผือกและประชาชนแถวนั้นมาบรูณะ
ท่านเป็นผู้พัฒนาวัดเยื้องตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนกระทั่งปัจจุบัน ได้นำผงวัดสำริดมาทำเป็นพระสมเด็จที่เรียกกันว่าวัดเยื้องเป็นพิมพ์ใช้ กับพระเกตุที่โด่งดังไปทั่ว และมีพระเครื่องอีกหลายพิมพ์ที่หลวงพ่อได้ทำไว้
ประวัติการทำพระ ของท่านศักดิ์สิทธิ์ทุกองค์เพราะการทำพระท่าน ท่านเองจะทำด้วยมือของท่านเองทุกองค์ และจะไม่ให้ใครมายุ่งเกี่ยวโดยเด็ดขาด
ผงวัดสัมฤทธิ์ คือ ผงอิธิเจ ที่มีเทพมานิมิตหลวงพ่อให้ไปพบ แล้วให้นำมาบำรุงพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง คาดว่าอายุผงนี้อยู่ประมาณ 500 กว่าปี เพราะเป็นวัดร้างสร้างในยุคอยุธยาตอนกลาง น่าจะราวๆสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช(พบใบลานจารอักขรบอกไว้ว่าเป็นผงอิธิ เจ) ปาฏิหารของผงนี้ มีมากมาย เป็นที่ประจักแก่ผู้คนทั้งลพบุรี และอ่างทอง ตลอดจนผู้คนในบริเวณใกล้เคียงทั้งย่านแม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำเจ้าพระยา รู้จักกันดีในวงการพระสงฆ์ว่า วัดทุกวัดในเขตภาคกลางนี้เมื่อมีวาระจะต้องสร้างพระเครื่อง จะต้องมาขอแบ่งผงนี้ไปเป็นมงคลวัตถุผสมอยู่ด้วยทุกครั้ง จนปัจจุบันนี้หาผงนี้ไม่ได้อีกแล้ว คงเหลืออยู่เล็กๆ น้อยๆ กับคนที่รู้จริงและเลี่ยมใส่ตลับบ้าง ใส่หลอดบ้างเอาไว้บูชากัน แต่ก็หวงแหนกันยิ่งชีวิตครับ

พระที่ท่านสร้างมาตั้งแต่ปี 2537-2542 หายากยิ่งแล้ว เพราะพระส่วนใหญ่ได้นำเข้าบรรจุอยู่ในกรุเจดีย์หน้าพระวิหารและหน้าพระ อุโบสถ พระสมเด็จของท่านทุกองค์ท่านมีเจตนามีการสร้างเพื่อทำนุบำรุงศาสนา


(((((((ผง วัดสัมฤทธิ์ คือ ผงอิธิเจ ที่มีเทพมานิมิตหลวงพ่อให้ไปพบ แล้วให้นำมาบำรุงพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง))))))



http://uauction2.uamulet.com/AuctionDetail.aspx?bid=317&qid=225835




ขออนุญาต เพิ่มเติม ข้อมูล ครับ



"วัดสัมฤทธิ์" ตั้งอยู่ในเขตหมู่ที่ ๑๒ ตำบลหัวสำโรง อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี สันนิษฐานว่า ได้สร้างขึ้นมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง และได้กลายสภาพเป็นวัดร้างไปเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๑๐ เพราะหนีภัยสงครามพม่า ที่วัดสัมฤทธิ์มีพระพุทธรูป ซึ่งเชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์มากอยู่ ๓ องค์
มีผู้คนมากราบไหว้ขอพรกันมิขาดเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีผู้ได้พบผงศักดิ์สิทธิ์ ซึ้งเชื่อกันว่าเป็นผง “อิทธิเจ” ซุกซ่อนอยู่ในพื้นที่บางส่วนอีกด้วย

ผงวัดสัมฤทธิ์ คือ ผงอิทธิเจ ที่คาดว่าน่าจะมีอายุอยู่ประมาณ ๔๐๐ ปีขึ้นไป เพราะวัดสัมฤทธิ์นี้เป็นวัดร้างที่สร้างขึ้นในยุคอยุธยาตอนกลาง

น่าจะราวๆสมัยพระเจ้าปราสาททองหรือสมเด็จพระนารายณ์มหาราช(พบใบลานจารอักขรบอกไว้ว่าเป็นผงอิทธิเจ)

ปาฏิหาริย์ของผงนี้ มีมากมาย เป็นที่ประจักแก่ผู้คนทั้งลพบุรี และอ่างทอง ตลอดจนผู้คนในบริเวณใกล้เคียงทั้งย่านแม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำเจ้าพระยา รู้จักกันดีในวงการพระสงฆ์ว่า วัดทุกวัดในเขตภาคกลางนี้เมื่อมีวาระจะต้องสร้างพระเครื่อง จะต้องมาขอแบ่งผงนี้ไปเป็นมงคลวัตถุผสมอยู่ด้วยทุกครั้ง จนปัจจุบันนี้หา ผงนี้เกือบจะหาอีกไม่ได้อีกแล้ว คงเหลืออยู่เล็กๆ น้อยๆ กับคนที่รู้จริงและบรรจุใส่ตลับบ้าง
ใส่หลอดบ้างเอาไว้บูชากัน แต่ก็หวงแหนกันยิ่งชีวิต..!!!!!

อันผงวัดสัมฤทธิ์ หรือที่หลายคนเรียกว่าผงหลวงพ่อสัมฤทธิ์นี้ มีพุทธคุณศักดิ์สิทธ์ยิ่งนัก มีประสบการณ์ต่างๆมากมาย ตั้งแต่การใช้แก้คุณไสย ถูกของถูกกระทำ มีตัวอย่างสำคัญๆที่ต้องเล่าเป็นการเฉพาะเท่านั้น มีพุทธคุณด้านปกป้กษ์คุ้มครองมากมายทั้งรถยนต์การเดินทาง และแม้แต่ในสนามรบทหารหาญเมืองลพบุรีที่ได้ไปต่างทราบกันดี

และพุทธคุณ ที่หลายคนปรารถนาคือ สามารถอธิษฐานขอในสิ่งที่ต้องการได้..!!!!!!!! แม้แต่ในวัดสัมฤทธิ์เวลานี้ มีการเจาะบ่อบาดานใกล้ๆกับแหล่งที่พบผงอิธิเจนี้ น้ำที่โยกขึ้นมากก็กลายเป็นน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์มาก เป็นที่เคารพบูชาของคนแถวนั้นตราบเท่าทุกวันนี้

ประสบการณ์ผงหลวงพ่อสัมฤทธิ์แก้ดวงตก แก้กรรมได้ เคยมีคนชะตาตกแบบที่เรียกว่าคอขาด หรือถึงฆาต พระอาจารย์ใช้ผงฯ นี้ทำน้ำมนต์ให้อาบ และดื่มกินทุกวัน จนวันจะกลับบ้านท่านก็ให้พระสมเด็จที่ผสมผงวัดสัมฤทธิ์แขวนคอไปด้วย แต่ด้วยความที่ดวงไม่ดีก็ไปเจอเรื่องเข้าอีกจนได้ คราวนี้เจอคู่อริรุมซ้อมแต่ก็หนีเอาตัวรอดกลับมาได้ ปรากฎว่าร่างกายไม่บอบชำบาดเจ็บมากนัก แต่พระสมเด็จที่ห้อยคอไปถึงกับหักเป็นสองท่อนทั้งที่อยู่ในเลี่ยมตลับ สเตนเลสอย่างดี ? หรือว่าพระท่านจะมารับกรรมแทนตน !!?? จนเจ้าตัวอยู่รอดปลอดภัยมาจนทุกวันนี้

ประสบการณ์ผงหลวงพ่อสัมฤทธิ์ เกี่ยวการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง ผงหลวงพ่อสัมฤทธิ์นี้ผู้บูชาต้องระลึกถึงบารมีของหลวงพ่อสัมฤทธิ์ และผู้สร้างผงฯนี้เก็บไว้ เพื่ออธิษฐานของสิ่งที่ตนต้องการ เคยมีนายทหารกลุ่มหนึ่งบูชาและอธิษฐานขอให้ได้เลื่อนตำแหน่ง ก็ได้อย่างไม่น่าเชื่อ นับแต่นั้นมาจึงเกิดการไล่ตามเก็บเช่าบูชากันมาก ทำให้พระที่เคยแจกจ่ายออกมาจากวัดหายไปจนไม่ค่อยมีใครพบเห็นอีกเลย

ดังนั้นข้าราชการท่านใดที่ต้องการให้สมประสงค์เรื่องขั้นเรื่องตำแหน่งก็ควร จะมีไว้บูชา ท่านใดที่มีแล้วอย่าลืมท่านต้องระลึกถึงผู้สร้างและหลวงพ่อสัมฤทธิ์เพื่อ อธิษฐานขอแล้วท่านจะประสบผลตามสมประสงค์ทุกประการ

ผงวัดสัมฤทธ์นี้ มีพระเกจิอาจารย์หลายท่าน นำไปสร้างเป็นพระเครื่อง และอธิษฐานขอให้การสร้างวัดสำเร็จ ก็สามารถสร้างวัดได้สำเร็จมาแล้วหลายวัดด้วยกัน รวมทั้งมีพระอาจารย์บางท่านได้ทำการก่อสร้างจนเป็นหนี้เป็นสินมากมายมหาศาล แต่ก็สามารถอธิษฐานขอ จนหมดหนี้หมดสิน(ปลดหนี้)และสร้างวัดได้สำเร็จสมความปรารถนาทุกประการ

อนึ่ง การค้นพบผงสัมฤทธิ์ในอดีตตลอด ๕๐ ปีที่ผ่านมา พบว่าวัตถุมงคลที่เข้าผงวัดสัมฤทธิ์หรือมีผงวัดสัมฤทธิ์เข้าไปเป็นส่วนประกอบ เช่น พระเครื่องชุดแพพัน แพ๒พัน พระชุดของหลวงปู่โต๊ะ วัดสระเกศ พระชุดของวัดเยื้องคงคาราม พระผงสมเด็จวัดคำหยาด โดยพระอาจารย์บุญลือ โดยเฉพาะพระเครื่องชุดที่สร้างโดยวัดยวด ( วัดเจ้าคณะอำเภอท่าวุ้ง ในจังหวัดลพบุรี ) ล้วนเข้าผงวัดสัมฤทธิ์ทั้งสิ้น ล้วนมีประสบการณ์ ในทางค้ำชูดวงชะตา เป็นมหาสำเร็จสมปรารถนา ขอเพียงผู้ใช้ตั้งสัจจะอธิฐาน โดยไม่เกินวาสนาของตน มีความเชื่อถือกันมาในหมู่คณาจารย์ ผู้รู้ทั้งหลายว่า ผู้สร้างผงพุทธคุณวัดสัมฤทธิ์ทรงอภิญญาสูงส่ง ดำรงจิตอยู่ในพรหมวิหาร ๔ วางจิตนิ่งอยู่ในอุเบกขาเป็นนิจ เห็นเพื่อนมนุษย์และสัตว์โลกย่อมเป็นไปโดยกรรมของตน

เมื่อผู้ใดตั้งสัจจะอธิฐาน ผู้ทรงอภิญญานั้นจะคลายจิตลงสู่เมตตา กรุณา เป็นอารมณ์ จึงมีผู้คนจำนวนมากที่ใช้พระที่เข้าผงสัมฤทธิ์พบปาฏิหาริย์ในทางโชคลาภ ในทางมหาเสน่ห์ ในทางมหานิยม ในทางขอตำแหน่งหน้าที่การงาน ในทางรักษาโรคภัยไข้เจ็บ รวมไปถึงถอนคุณไสยต่างๆ ได้อย่างมหัศจรรย์..!!!!!!!!!!! เป็นที่เลื่องลือกล่าวขวัญและเสาะแสวงหาอย่างยิ่งยวดมาเท่าถึงทุกวันนี้

ตำนานการขุดค้นผงอิทธิเจกรุวัดสัมฤทธิ์

วัดสัมฤทธิ์ เป็นวัดร้างที่ถูกทอดทิ้งมานานนับร้อยๆปี ไม่มีใครทราบ ไม่มีบันทึกใดๆ เพียงแต่คะเนจากก้อนอิฐในซากปรักหักพัง ประกอบกับเหตุการณ์ที่บันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ ผู้รู้ทั้งในท้องถิ่นและผู้รู้จากภายนอกต่างเห็นตรงกันว่า น่าจะเป็นวัดที่ถูกทิ้งรางไว้เมื่อคราวสงครามพม่า ที่ไทยเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง

ในการทัพคราวนั้นกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าเมื่อวันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน ตรงกับวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐ อันเป็นรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าเอกทัศแห่งอาณาจักรอยุธยา และพระเจ้ามังระของอาณาจักรพม่า
แผน ปฏิบัติการของกองทัพพม่าเริ่มจากการเข้าตีหัวเมืองทางเหนือ ทางตะวันตกและทางใต้ของอาณาจักรอยุธยา ก่อนจะเข้าปิดล้อมพระนครในขั้นสุดท้าย ส่วนผู้ปกครองอยุธยาเลือกที่จะใช้ยุทธวิธีตั้งรับอยู่ในกรุงในฤดูน้ำหลาก แต่เนื่องจากกองทัพพม่าได้เปลี่ยนยุทธวิธีของตนใหม่
จึงทำให้ยุทธวิธี ของอยุธยาไม่ได้ผลอย่างในอดีต จนกระทั่งนำไปสู่การเสียกรุงศรีอยุธยาในที่สุด ภายหลังการปิดล้อมนาน ๑๔ เดือน ซึ่งเป็นสาเหตุซึ่งนำไปสู่การเสียกรุงด้วยเหตุผลทางด้านยุทธวิธี
การ ที่พม่าเข้าปิดล้อมพระนครในขั้นสุดท้ายนานถึง ๑๔ เดือนนั้น พม่าได้เลือกชัยภูมิบริเวณที่ดอน อยู่ห่างจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาพอสมควร แต่มีคลองธรรมชาติเป็นแหล่งน้ำสำหรับกองทัพ มีป่าและภูเขาในบริเวณเขาสมอคอน เขาสนามแจง และเขาสามยอด เป็นแหล่งเสบียง จากของป่าที่สามารถหาได้และขนส่งไม่ไกล
ฯลฯ เนื้อที่จำกัด

พระเครื่องที่เกี่ยวข้องในร้านค้านี้...

อื่นๆ...

กำหลังโหลด Comments
Top