-
0 8 6 - 5 6 0 4 0 3 7

หมวด พระเนื้อผง เนื้อดิน เนื้อว่าน หลังปี 2525
พระผง หลวงปู่ทองสุข ฐิตปุญโญ วัดป่าวุฑฒาราม 3 องค์ มีเกศา




| ชื่อร้านค้า | จ่าจีระสิทธิ์ - (คลิ๊กที่นี่เพื่อดู ข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้า) |
|---|---|
| ชื่อเจ้าของร้านค้า | |
| ชื่อพระเครื่อง | พระผง หลวงปู่ทองสุข ฐิตปุญโญ วัดป่าวุฑฒาราม 3 องค์ มีเกศา |
| อายุพระเครื่อง | - |
| หมวดพระ | พระเนื้อผง เนื้อดิน เนื้อว่าน หลังปี 2525 |
| ราคาเช่า | 350 บาท |
| เบอร์โทรติดต่อ | 08-6560-4037 |
| อีเมล์ติดต่อ | Tayanrum@hotmail.com |
| LINE |
(คลิ๊กที่นี่เพื่อเพิ่มเพื่อนกับเจ้าของร้าน)
|
| สถานะ |
|
| เปิดให้เช่าตั้งแต่วันที่ | พฤ. - 15 ม.ค. 2569 - 21:15.43 |
| แก้ไขข้อมูลล่าสุดเมื่อ | พฤ. - 15 ม.ค. 2569 - 21:15.43 |
| รายละเอียด | |
|---|---|
| ครบชุด 3 องค์ 3 สี มีเกศา ราคาพิเศษ หลวงปู่ทองสุข ฐิตปุญโญ ๏ #พระราชวชิรวุฑฒาจารย์ หรือ หลวงปู่ทองสุข ฐิตปุญโญ วัดป่าวุฑฒาราม อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๔๘๔ ที่บ้านใหม่ทานตะวัน ต.หนองกุงแก้ว อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ท่านอุปสมบท เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๐๗ ณ วัดป่าชบาวัน ต.โนนสัง อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู โดยมีพระครูศาสนูปกรณ์เป็นพระอุปัชฌาย์ #องค์หลวงปู่ผู้เป็นจ้าวแห่งป่า ครั้งหนึ่ง องค์หลวงปู่สรวง สิริปุญโญ วัดศรีฐานใน พ่อแม่ครูอาจารย์ที่สำคัญยิ่งแห่งวงศ์พระกรรมฐานในยุคปัจจุบันได้เคย กล่าวถึงหลวงปู่ทองสุข ไว้ว่า องค์หลวงปู่ทองสุข ท่านคือพระแท้ เป็นช้างเผือกแห่งวงศ์กรรมฐานที่ควรค่าแก่การบูชาอย่างแท้จริง หลวงปู่เป็นพระบ้านนอก ไม่ค่อยรู้จักใคร และก็ไม่มีใครค่อยรู้จักหรอก ปู่มีหน้าที่แค่ปฏิบัติตนให้ดี ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ก็เพียงพอแล้วน่ะลูก ... " ถ้อยคำที่แสดงถึงศิลจารวัตรที่สมถะ เรียบง่าย เต็มไปด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนของ "องค์หลวงปู่ทองสุข " ที่มักจะกล่าวให้ผมได้ยินอยู่เสมอ ๆ หลวงปู่ทองสุข" พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแห่ง วัดป่าวุฑฒาราม จ.หนองบัวลำภู เป็นครูบาอาจารย์ที่ควรค่าแก่การบูชาอย่างยิ่ง เพราะเมตตาของท่านนั้นไม่มีประมาณ ท่านเป็นพระที่พูดน้อย แต่มากด้วยรอยยิ้ม อะไรก็ได้ ไม่เคยขัดศรัทธาใคร ใครมีอะไรที่ต้องการอยากให้ท่านช่วยเหลือท่านช่วยหมด ไม่เคยเลือกชั้นวรรณะ เป็นพระที่เต็มไปด้วยความเมตตา และอ่อนน้อมถ่อมตน ถึงแม้ท่านจะครองเพศบรรพชิตมามากกว่าครึ่งศตวรรษแล้วก็ตาม หากจะวัดกันที่พรรษาแล้ว องค์ท่านนั้นถือว่าเป็นพระผู้ใหญ่ ระดับพระมหาเถระ เลยก็ว่าได้ แต่ก็อย่างที่ได้เรียนไว้ ว่าท่านไม่มีการถือตัว ไม่มีการโอ้อวด อะไรทั้งนั้น มีเพียงรอยยิ้มแห่งความเมตตาและหลักคำสอนที่มักจะมีอะไรไว้ให้ขบคิด เป็นอุบายธรรมแบบง่าย ๆ แต่เต็มไปด้วยความแยบคายที่ให้บรรดาญาติโยมได้นำไปใช้ต่อในการดำเนินชีวิตทั้งทางโลกและทางธรรมเท่านั้น จากการที่ได้เข้ากราบท่านและสนทนาธรรมกับท่านบ่อย ๆ องค์ท่านจึงเมตตาเล่าประวัติพอคร่าว ๆ ขององค์ท่านให้ฟังว่า เดิมทีนั้นท่านเกิดที่ อ.หนองบัวลำภู ซึ่งแต่ก่อนนั้นคืออำเภอหนึ่งของจ.อุดรธานี ก่อนจะแยกตัวออกมาเป็นจังหวัดในภายหลัง และชีวิตในวัยเด็กของท่านก็เหมือนกับวิถีชีวิตของเด็กต่างจังหวัดทั่วไป คือเที่ยวเล่น ยิงนก ตกปลา ก้าวเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นท่านก็ใช้ชีวิตตามประสาวัยรุ่นบ้านทุ่ง กิน เที่ยว ดื่ม ไม่ได้มีอะไรที่แปลกประหลาดมากนัก ครบวัยเกณฑ์ทหารท่านก็ไปคัดเลือกทหาร ปรากฎว่าจับได้ใบดำไม่ได้เป็นทหาร ทีนี้ทางบ้านก็รบเร้าให้ท่านบวชมาตั้งแต่อายุ ๒๐ ท่านบอกว่าท่านขอผัดมาเรื่อย ๆ ๓ ปี จนถึงอายุ ๒๓ ก็ไม่อยากขัดทางบ้าน ท่านจึงตัดสินใจบวชให้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๗ และหวังใจว่าจะบวชไม่นานก็สึก เต็มที่ไม่เกินหนึ่งพรรษาเท่านั้น ท่านบวชที่วัดบ้านเกิดของท่านคือ อ.หนองบัวลำภู จ.อุดรธานี (ในขณะนั้น) โดยมีพ่อแม่ครูบาอาจารย์สายกรรมฐานหลายรูปเป็นครูบาอาจารย์ ด้วยวัยหนุ่ม ทำให้ท่านคิดถึงการใช้ชีวิตแบบปุถุชนธรรมดาสามัญ รอคอยเมื่อครบพรรษาก็ไปกราบขอความเมตตาจากครูบาอาจารย์ว่าขอสึก ปรากฎว่าครูอาจารย์ก็บ่ายเบี่ยงท่านเช่นกัน ท่านบอกว่าขอสึกกับครูบาอาจารย์อยู่ 3 พรรษา แต่พ่อแม่ครูบาอาจารย์ก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด จนท้ายสุดท่านจึงคิดว่าถ้าเช่นนั้นก็บวชไปแบบนี้ก่อนเรื่อย ๆ แต่ไป ๆ มา ๆ ท่านก็ไม่ได้สึก และครองเพศบรรพชิตมาจนถึงปัจจุบัน องค์ท่านเมตตาเล่าว่า สมัยก่อนนั้น ปฏิบัติกันค่อนข้างหนักและค่อนข้างเอาจริงเอาจรัง ท่านเดินธุดงค์วัตรอยู่ในป่าในเขา บำเพ็ญเพียรแต่ละครั้งก็ค่อนข้างจะทรหดอยู่พอสมควร บ้างเดินทางข้ามจังหวัดไปกราบพ่อแม่ครูบาอาจารย์รุ่นใหญ่ ๆ ที่อยู่คนละภาค คนละพื้นที่ เช่นองค์ " หลวงปู่คำดี" อริยเจ้าแห่งวัดถ้ำผาปู่ เมืองเลย " หลวงปู่ขาว" อริยะเจ้าแห่งวัดถ้ำกลองเพล ที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านให้การเคารพยิ่ง รวมไปถึงพ่อแม่ครูบาอาจารย์รุ่นใหญ่ ๆ รูปอื่น ๆ ในองค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่ท่านจะเดินทางไปกราบสักการะ ท่านเป็นศิษย์ของ องค์หลวงปู่บุญ ปัญญาวุฑโฒ วัดศรีโนนสังข์ อดีตเจ้าคณะอำเภอโนนสังข์ จ.อุดรธานี โดยหลวงปู่บุญรูปนี้คือ พระกรรมวาจาจารย์ ของ องค์หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ากลองเพล พ่อแม่ครูอาจารย์แห่งวงศ์พระกรรมฐานที่สาธุชนทั่วประเทศทั้งในอดีตและปัจจุบัน ต่างให้ความเคารพเลื่อมใส ไม่เว้นแม้แต่พระมหากษัตริย์ตลอดจนถึงพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่ง องค์หลวงปู่บุญ ผู้เป็นพระกรรมวาจาจารย์ของหลวงปู่ขาวนั้น ก็ถือได้ว่าเป็นพ่อแม่ครูอาจารย์รูปหนึ่งที่มีความสำคัญยิ่งแห่งวงศ์พระกรรมฐานในอดีตเช่นกัน โดย หลวงปู่ทองสุข นั้น ได้อยู่ปฏิบัติกับพระอาจารย์ของท่านคือหลวงปู่บุญกว่า ๑๐ ปี นอกจากนั้นแล้วองค์ท่านก็ได้ไปอยู่ปฏิบัติกับพ่อแม่ครูอาจารย์รูปสำคัญ ๆ ต่าง ๆ อีกมากมายอาทิ - หลวงหลวงปู่อ่อน ญาณสิริ วัดป่านิโครธาราม - หลวงปู่คำดี ปภาโส วัดถ้ำผาปู่ - หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพลง องค์หลวงปู่ทองสุขท่านมีสหธรรมมิกมากมาย ที่เป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นต้นว่า - หลวงปู่ประไพร สุภโร วัดป่าไพรรัตนวณาราม - หลวงปู่วิไลย์ เขมิโย วัดถ้ำพญาช้างเผือก - หลวงปู่น้อย ปัญญาวุโธ วัดป่านานาชาติ - หลวงปู่สมหมาย จิตตปาโล วัดป่าอนาลโย - หลวงปู่สรวง สิริปุญโญ วัดศรีฐานใน ซึ่งหลวงปู่สรวง นั้น ได้เคยกล่าวถึงองค์หลวงปู่ทองสุขไว้ว่า #องค์หลวงปู่ผู้เป็นจ้าวแห่งป่า หรือแม้แต่ องค์หลวงปู่หลอด ปโมทิโต แห่ง วัดใหม่เสนาฯ (วัดสิริกมลาวาส) ท่านก็มีความคุ้นเคยและสนิทสนมกันเป็นอย่างดีตั้งแต่สมัยหนุ่ม ๆ #เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกวัดใหม่เสนา หลวงปู่ทองสุข นั้น ท่านเมตตาเล่าให้ฟังว่า องค์ท่านนั้นมีความสนิทกับ องค์หลวงปู่หลอด ท่านว่าท่านมาที่วัดใหม่ฯ ตั้งแต่ยังไม่มีอะไร มีเพียงกุฏิไม่กี่หลัง ซึ่งจะเรียกว่ากุฏิก็คงจะไม่ถูก เรียกว่าเป็นกระท่อมไม้คงจะเหมาะกว่า ตอนนั้นมีพระภิกษุอยู่ที่วัดไม่กี่รูป ภายในวัดนั้นก็เป็นป่า ด้านหลังเป็นคลอง ด้านหน้าเป็นป่า และแวกนี้เป็นป่าทั้งนั้น ไม่ว่าจะหน้าวัดหรือว่าหลังวัด ไม่ได้มีตึกหรือมีความเจริญอย่างที่เห็นทุกวันนี้ โดยท่านมาที่วัดใหม่ฯ ช่วยองค์หลวงปู่หลอดสร้างให้เจริญขึ้น ซึ่งเดิมทีนั้นบริเวณวัดใหม่ฯ แห่งนี้นั้น มีผู้บริจาคที่ดินให้กับ องค์หลวงปู่วิริยังค์ (ปัจจุบันท่านอยู่วัดธรรมมงคล พระโขนง กทม.) หลวงปู่วิริยังค์มีดำริให้สร้างและพัฒนาวัด โดยหลวงปู่วิริยังค์ท่านได้นิมนต์หลวงปู่หลอดมาให้เป็นผู้ดูแล เพราะท่านครองวัดอื่นอยู่แล้ว เฉกเช่นที่ องค์หลวงปู่สนธิ์ วัดพุทธบูชา ก็ได้นิมนต์ หลวงตาสมหมาย ให้มาดูแลวัดป่าอนาลโย ประมาณนั้ เมื่อองค์หลวงปู่หลอด ท่านได้เข้ามาอยู่ที่วัดใหม่นั้น องค์หลวงปู่ทองสุข ท่านก็ได้เข้ามาช่วยพัฒนาวัด เทียวไปเทียวมาอยู่เช่นนี้ตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปัจจุบัน เพราะอย่างที่ได้กล่าวไปในเบื้องต้นว่า องค์ท่านนั้นมีความสนิทกับ องค์หลวงปู่หลอด ถือเป็นสหธรรมมิกรุ่นน้องและเป็นคนบ้านเดียวกันคือ อ.หนองบัวลำภู ซึ่งแต่ก่อนนั้นคืออำเภอหนึ่งของจ.อุดรธานี ก่อนจะแยกตัวออกมาเป็นจังหวัดหนองบัวลำภูในภายหลัง ท่านร่วมสร้างร่วมพัฒนากับองค์หลวงปู่หลอด พระภิกษุ รวมถึงญาติโยมที่มีจิตศรัทธา โดยมีหลวงปู่วิริยังค์เป็นผู้ดูแลกำกับอีกที จากที่ไม่มีอะไร และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก "องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๙ " และ "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนารถ " เสด็จมาทำพิธีฉลองพระอุโบสถให้ที่ วัดใหม่เสนา แห่งนี้ จนท้ายสุดวัดใหม่ฯ เจริญขึ้นเป็นลำดับอย่างที่เห็นทุกวันนี้ และหลังจากที่องค์หลวงปู่หลอดท่านละขันธ์แล้ว หลวงปู่ทองสุขท่านก็ยังเดินทางมาพักที่วัดใหม่เสนาเมื่อคราวมีกิจในกทม.หรือจังหวัดใกล้เคียง เฉกเช่นแต่ตอนที่หลวงปู่หลอดยังอยู่สมัยก่อน โดยคนทั่วไปหรือคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยรู้ชุดข้อมูลความจริงที่ว่านี้ ที่ องค์หลวงปู่ทองสุข ท่านเข้ามามีส่วนร่วม ด้วยว่าประวัติท่านไม่ค่อยมีผู้บันทึกไว้ นี่คือคำบอกเล่าที่เกี่ยวกับองค์ท่านและประวัติของวัดใหม่ฯ ซึ่งเมื่อได้รู้ประวัติและความเป็นมาเกี่ยวกับองค์ท่านนั้น ผมก็รู้ได้ทันทีว่าได้พบกับ พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ที่ควรค่าแก่การบูชาอีกรูปหนึ่งแล้ว #ปราบผีด้วยลูกอมโกปี้โก้ องค์ท่านได้เมตตาเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ผมฟังอีกมากมาย โดยมีเรื่องหนึ่งที่ประทับใจผมมากนั่นคือ #เสกลูกอมโกปีโก้ให้คนที่ผีเข้ากิน ท่านเล่าว่าสมัยก่อนตอนที่ท่านมีกิจนิมนต์และได้มาพักที่วัดใหม่ฯ นั้น มีชาวต่างชาติที่เป็นคนเอเชียคู่หนึ่งได้เดินทางมาที่วัดใหม่ฯ และหนึ่งในนั้นถูกผีเข้าจึงได้มาที่วัด พระที่อยู่ประจำศาลาวัดจึงได้รดน้ำมนให้แล้วก็ยังไม่ออก เข้าเขตวัดมาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เกิดความวุ่นวายพอสมควร แม้กระทั่งก็เดินทางมาที่วัดในตอนนั้น จนท้ายสุดผู้คนในวัดจึงพาชาวต่างชาติคู่นั้นมาที่ตึกของพระเถระ ที่ซึ่งเป็นตึกสำหรับไว้รับรองพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่เดินทางมาพักนั่นเอง และช่วงนั้นก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่ องค์หลวงปู่ทองสุข ท่านเข้ามาพักที่วัด ท่านจึงได้สงเคราะห์ชาวต่างชาติผู้นั้นไป ท่านเล่าว่าชาวต่างชาติผู้นั้นทำตาขวางใส่และดูเหมือนคนไม่ปกติ ท่านถามอย่างมีเมตตาว่ามาจากไหน มาทำไม ผู้คนบริเวณนั้นก็บอกว่าเป็นชาวต่างชาติเหมือถูกผีเข้า รดน้ำมนต์ก็แล้ว ทำอะไรก็แล้ว ไม่ยอมออก ท่านพิจารณามองสักครู่แล้วก็กล่าวว่า เขาตามมาตั้งแต่ประเทศตัวเองนั่นแหละพอจิตอ่อนเขาก็เข้าสิงร่างทันที ซึ่งท่านก็ไม่รู้จะช่วยยังไง ท้ายสุดจึงนำเอา ลูกอมโกปีโก้ ที่มีญาติโยมถวายทำบุญกับท่านมาบริกรรมเพียงชั่วอึดใจ แล้วก็ส่งให้กินเข้าไป เมื่อกินเข้าไป อยู่ ๆ ชาวต่างชาติผู้นั้นก็อ้วกออกมาแล้วล้มลงทันที พอรู้สึกตัวก็บอกว่าจำอะไรไม่ได้ หนักหัวไปหมด เหมือนมีอะไรมาทับตัวเองอยู่ จนมารู้สึกตัวอีกทีตอนนี้ จึงรู้สึกดีขึ้น ... สุดท้ายชาวต่างชาติคู่นี้ก็เดินทางออกจากวัดไป ท่านเมตตาเล่าให้ฟังว่าตอนนั้นไม่รู้จะทำอะไร "ตอนเสกลูกอมปู่มีแค่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์แค่นั้น ก็ตั้งจิตจิตระลึกถึง ท้ายสุดผีออกไปจนได้ เรื่องนี้มีศิษย์ของท่านรู้เพียงไม่กี่คน เพราะโดยปกติพ่อแม่ครูบาอาจารย์สายพระป่ากรรมฐานนั้น ท่านจะไม่เน้นการแสดงอิทธิฤทธิ์อะไรเช่นนี้ หากมีความจำเป็นก็จะสงเคราะห์เป็นราย ๆ ไป นี่คือหนึ่งในหลาย ๆ เรื่องที่องค์ท่านหยิบยกมาเล่าให้ผมฟัง และนำมาบันทึกไว้ |
พระเครื่องที่เกี่ยวข้องในร้านค้านี้...
อื่นๆ...
กำหลังโหลด Comments





