ประวัติ หลวงปู่เกลี้ยง พระมหาเถระรัตตัญญูวุฒาจารย์ “ผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน” วัดศรีธาตุ ( โนนแกด ) ตอน๒-ไววิทย์ถิ่นหลวงปู่หมุน - webpra
VIP
ไววิทย์ถิ่นหลวงปู่หมุน ร่วมส่งเสริมวัตถุมงคล หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล พระอมตะมหาเถระ๕แผ่นดิน วัดบ้านจาน

หมวด พระเกจิภาคอีสานใต้

ประวัติ หลวงปู่เกลี้ยง พระมหาเถระรัตตัญญูวุฒาจารย์ “ผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน” วัดศรีธาตุ ( โนนแกด ) ตอน๒

ประวัติ หลวงปู่เกลี้ยง พระมหาเถระรัตตัญญูวุฒาจารย์ “ผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน” วัดศรีธาตุ ( โนนแกด ) ตอน๒ - 1
ชื่อร้านค้า ไววิทย์ถิ่นหลวงปู่หมุน - (คลิ๊กที่นี่เพื่อดู ข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้า)
ชื่อเจ้าของร้านค้า
ชื่อพระเครื่อง ประวัติ หลวงปู่เกลี้ยง พระมหาเถระรัตตัญญูวุฒาจารย์ “ผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน” วัดศรีธาตุ ( โนนแกด ) ตอน๒
อายุพระเครื่อง 9 ปี
หมวดพระ พระเกจิภาคอีสานใต้
ราคาเช่า -
เบอร์โทรติดต่อ (ไม่แสดงเบอร์ เนื่องจากรายการนี้ไม่ได้ปล่อยเช่า)
อีเมล์ติดต่อ vaivit.kk@gmail.com
สถานะ พระโชว์
Facebook
เปิดให้เช่าตั้งแต่วันที่ ศ. - 22 พ.ย. 2556 - 14:34.18
แก้ไขข้อมูลล่าสุดเมื่อ ศ. - 22 พ.ย. 2556 - 14:34.18
รายละเอียด
นายเกลี้ยงเป็นผู้นำของสังคม มีความรู้ความสามารถในทุกๆด้านได้ใช้ความช่วยเหลือชาวบ้าน จนเป็นที่ยอมรับของชุมชน ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ปกครองหมู่บ้าน ทำหน้าที่ตุลาการ(พ่อใหญ่หรือโต่)ชาวบ้านที่มีความเดือดเหนือร้อนทุกข์ใจ เจ็บไข้ได้ป่วย หรือทะเลาะวิวาทกันด้วยเรื่องไม่เป็นธรรม ท่านจะเป็นผู้ไกล่เกลี่ยด้วยความเป็นกลางยุติธรรม จนสังคมชุมชนมีความสงบสุขร่มเย็นตลอดมา เวลาผ่านไปได้รับการแต่งตั้งมอบหมายให้เป็นที่ปรึกษาตำบลทุ่ม ทำให้เป็นที่รู้จักและเคารพนับถือของชาวตำบลทุ่ม และตำบลใกล้เคียงเป็นอย่างดี ได้รับความวางใจจากทุกฝ่าย ประหนึ่งเป็นแกนนำของชาวบ้าน ได้จัดทำแผนผังหมู่บ้านโนนแกด เกิดขึ้นใหม่ สมัยก่อนบ้านเรือนหมู่บ้านโนนแกด อยู่กันอย่างกระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่เข้าแถวเข้าแนว ท่านพร้อมด้วยผู้ปกครองบ้านและชาวโนนแกดทุกครอบครัวเรือน พร้อมใจกันตัดถนนภายในหมู่บ้านใหม่ขึ้นทุกสาย เพิ่มความสะดวกสวยงามและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ถนนสายใดไม่ตรงกับบ้านใครต้องรื้อถอนออกและช่วยกันปลูกสร้างหมู่ให้จนเสร็จทุกหลัง บ้านสมัยก่อนไม่ใหญ่โต หลังคามุ่งหญ้าคารื้อถอน ชาวบ้านช่วยกันสร้าง ไม่มีการจ้างงานใดๆ ในตัวหมู่บ้านมีถนนรอบหมู่บ้านเป็นระเบียบจนถึงเป็นปัจจุบัน ครั้นต่อมา ท่านพร้อมด้วยผู้ปกครองทั้งชาวบ้านโนนแกด ได้บุกเบิกดอนปู่ตาซึ่งมีหนองน้ำขนาดใหญ่อยู่ใจกลางดอนปู่ตา ไปทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน สภาพเป็นป่ารกชัฏ แน่นหนาไปด้วยต้นไม้มีชาวบ้านเข้าไปถากถางเพื่อทำการเกษตร เกิดการเจ็บป่วยบ่อยขึ้น เนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีเจ้าที่สถิตอยู่ บุคคลไปยึดครองเป็นสมบัติส่วนตัวมิได้ ด้วยนิมิตบารมีในตัวของท่านจึงได้ประกอบพิธีบวงสรวงบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่รักษาในป่าดอนปู่ตา ขออนุญาตบุกเบิกเพื่อพัฒนาเป็นที่ประดิษฐานปู่ตา ซึ่งเป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธ์เคารพศรัทธาของชาวบ้าน (หลักบ้านหรือภูมิบ้าน) เนื้อที่ประมาณ ๒๒ ไร่ ๒ งาน ๘๕ ตารางวา ส่วนที่ดินเหลือประมาณ ๑๕ ไร่เศษ ได้มอบเป็นที่ธรณีสงฆ์วัดบ้านโนนแกด (ปัจจุบันได้พัฒนาหนองน้ำขนาดใหญ่ ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติเป็นที่รื่นรมย์ร่มรื่นสวยงาม) นายเกลี้ยงไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ ยังได้ศึกษาธรรมะ ที่ตัวเองชอบ ได้ศึกษาพระคาถา พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระคาถาจักราวุธโองการพระเจ้า ๕ พระองค์ ด้วยความอยากรู้และใฝ่เรียน ได้ไปศึกษาวิชา ถึงกับอาจารย์บานแนะนำให้ท่านไปบวชธรรมและได้ศึกษาพระคาถาอีกมากมาย มีความชำนาญด้านคาถาอาคม การรักษาพยาบาลด้วยยาสมุนไพร จนเป็นที่เลื่องลือและมีคนมาสมัครเป็นศิษย์กันมาก
วันที่ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ เวลา ๑๐.๔๕ น. นายเกลี้ยงในวัย ๖๗ ปี กลับมาอุปสมบทใหม่อีกครั้ง ในการบวชครั้งนี้ท่านมีความตั้งใจถวายอก (อุรํ ทตฺวา) หมายถึง ไม่สึก อยู่ในร่มกาสาวพัสตร์ไปตลอดชีวิต พิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดบ้านแทง ต.ชำ อ.เมือง จ. ศรีสะเกษ โดยมี พระเดชพระคุณพระเกษศิลาจารย์ วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูมงคลกิจประสาทน์ และ พระสมุห์บุญทัน สนฺตจิตฺโต(สมณศักดิ์ในขณะนั้นต่อมาเลื่อนขั้นเป็นพระราชกิตติรังษี เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ )เป็นพระอนุวนาจารย์ ไดรับสมณฉายาว่า เตชธมฺโม ภิกฺขุ ครั้นอุปสมบทแล้วกลับมาอยู่จำพรรษาที่วัดโนนแกด จนถึงปัจจุบัน
การศึกษาวิทยาคม ครูบาอาจารย์สายวิชา
หลวงปู่เกลี้ยง เป็นพระที่สนใจใฝ่รู้ในการศึกษาแสวงหาวิชาความรู้ทุกแขนงตั้งแต่ครั้งเป็นสามเณรใครมีวิชาความรู้ดีท่านจะเดินทางไปขอศึกษาถวายตัวเป็นศิษย์ สายวิชาครูบาอาจารย์ที่ถ่ายทอดสรรพวิทยาคม ดังนี้
๑.หลวงพ่ออ้วน( พระครูธรรมสาราจารย์ )วัดบ้านทุ่ม ต. ทุ่ม อ. เมือง จ. ศรีสะเกษ ผู้เป็นพระ
อุปชฌาย์ของท่านตอนเป็นบรรพชาเป็นสามเณร ได้ถ่ายทอดการปฏิบัตวิปัสสนากรรมฐานเบื้องต้น
๒.หลวงพ่อพันธ์ สุวณฺโณ ( พระครูนิวาสวัฒนาการ )วัดบ้านดอนใหญ่ ต. ดอนใหญ่ อ. วังหิน จ. ศรีสะเกษ เมื่อครั้งที่หลวงปู่กับเพื่อนสามเณรไปอยู่จำพรรษาเพื่อศึกษาด้านปริยัติธรรมในสำนักเรียนแห่งนี้
๓.พระอาจารย์วัดบ้านปลัดปุก ต.ปราสาท อ. เมือง จ. บุรีรัมย์ เมืองครั้งเป็นสามเณรเดินทางไปศึกษาสอบนักธรรมชั้นโทในสำนักแห่งนี้
๔.พระครูธรรมจินดามหามุณี (เดช) เจ้าคณะเมืองขุขันธ์ วัดมหาพุทธราราม (วัดพระโต) อ.เมือง จ. ศรีะเกษ หลวงปู่เกลี้ยงได้ฝากตัวเป็นศิษย์ตั้งแต่ครั้งเป็นสามเณร มาสอบนักธรรมชั้นตรี และก่อนได้ฝึกทหารที่จังหวัดอุบลราชธานี ได้มอบวัตถุมงคลพร้อมด้วยคาถา ๙ ดี ๑๐ ดี ใช้ภาวนาป้องกันภยันอันตรายในการเข้ารณรงค์สงคราม
หลวงปู่เกลี้ยงบอกว่า การได้ท่องพระคาถานี้เสมือนหนึ่งได้พบพระพุทธเจ้าทั้ง ๕ พระองค์ แม้เทวดาย่อมรักษา ถึงจะทำการใดๆก่อให้เกิดสวัสดิมงคล ถึงจะมีภูตผีปีศาจร้ายมาหลอกหลอน ให้สวดพระโองการ ผีจะอยู่มิได้เลยจะกลับมาเป็นมิตรกับเรา คนที่ทำไร่ไถนาให้เสกน้ำ ๕ จบ เอาไปประพรมที่ไร่นาจะทำมาหากินดีเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อกลับจากราชการแล้ว หลวงปู่เกลี้ยงรีบจัดหาดอกไม้ธูปเทียนเครื่องบูชาครูไปเรียนพระคาถาจักราวุธองค์การพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์กับท่านทันที หลวงปู่เกลี้ยงยังบอกถึงวิธีใช้พระคาถาให้สัมฤทธิ์ผลอีกว่า “ดอกบัวสีขาว ๕ ดอก จารึกพระนามพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ คือ นะ โม พุธ ธา ยะ องค์ละดอก เทียนขี้ผึ้ง ๕ เล่ม หนักเล่มละบาท จุดถวายบูชาพระพุทธเจ้า เอาดอกบัวลอยในขันน้ำมนต์ ให้สวดพระพุทธคุณ ๕๖ จบ อิติปิโส สวดพระธรรมคุณ ๓๘ จบ สวากขาโต สวดพระสังฆคุณ ๑๔ จบ สุปฏิปันโน น้ำมนต์นี้สามารถแก้ได้สารพัดอย่าง เช่น เคราะห์โศกโรคภัยทั้งปวง แก้กระทำย่ำยี คุณใสยหายสิ้น เมื่อรดน้ำมนต์ให้เอาดอกบัวอธิษฐานบูชาพระ ขออำนาจคุณพระพุทธเจ้าทั้ง ๕ พระองค์ มาช่วยบำบัดทุกข์โศกโรคภัยทั้งปวง แม้เป็นถ้อยเป็นความต้องจองจำก็ดีจะรอดพ้น หรือนำน้ำมนต์พระโองการนี้ไปพรมสินค้าจะค้าขายดีมีกำไรมากมาย”(ตัวพระคาถาอยู่ในภาคผนวก) หลวงปู่เกลี้ยงได้ใช้พระคาถานี้ พร้อมด้วยพระคาถา ๙ ดี ๑๐ ดี สงเคราะห์ญาติโยมมาถึงทุกวันนี้
ข้อสังเกตวัตถุมงคลของท่านทุกอย่างต้องมีพระคาถา ๙ ดี ๑๐ ดี สินอยู่ด้วยเสมอและท่านยังได้ถ่ายทอดประสิทธิ์ประสาทให้แก่ลูกศิษย์ที่มีความสนใจขอศึกษา เคยมีลูกศิษย์กราบเรียนถามหลวงปู่ว่าวิชาที่สุดยอดของท่านคืออะไร หลวงปู่ตอบว่า “พระคาถาจักราวุธองค์การพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ “ คือที่สุดของวิชาที่ท่านมี
๕. พระครูเกษตรศิลาจารย์ (ทอง จนฺทสาโร) เจ้าคณะแขวงเมืองศรีสะเกษ วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ในสมัยที่หลวงปู่เกลี้ยงไปรับราชการทหารที่จังหวัดอุบลราธานี เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้านในแต่ละครั้งต้องพักที่วัดจียงอีศรีมงคลวรารามเป็นประจำ ก่อนที่ออกเดินทางเข้าหมู่บ้าน เพราะสมัยก่อนไม่มีรถยนต์โดยสารประจำทางเข้าหมู่บ้าน
หลวงปู่เกลี้ยงได้รับเข้ากราบนมัสการพระครูฯสนทนาธรรมด้วยเสมอ ท่านพระครูรูปนี้เคยเป็นฐานานุกรมในท่านพระครูธรรมจินดามหามุนี (เดช) มาก่อน ได้รู้จักคุ้นเคยกับท่านมานานตั้งแต่ยังเป็นสามเณร สำหรับสมศักดิ์พระครูเกษตรศิลาจารย์มี ๒ รูป รูปแรกหลวงพ่อทองแดง รูปที่สอง หลวงพ่อหนู (พระอุปัชฌาย์)
๖. หลวงพ่อมุม อินฺทปญโญ (พระครูประสาธขันธคุณ) วัดปราสาทเยอเหนือ อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ (มีศักดิ์เป็นลุงของหลวงปู่เกลี้ยง) พระมหาเถระรูปนี้เป็นบุคคลสำคัญที่มีคณูปการต่อชาวจังหวัดศรีสะเกษ เป็นอย่างมาก
หลวงพ่อมุม สุดยอดพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วประเทศ หลวงปู่เกลี้ยงเล่าว่า หลวงพ่อมุม เป็นหลวงลุงรู้จักคุ้นเคยกับโยมบิดามารดาเป็นอย่างดี ได้ไปมาหาสู่เป็นประจำ รู้จักคุ้นเคยกับท่านตั้งแต่เด็ก
ในการศึกษาวิชาอาคมและพิธีกรรมต่างๆหากติดขัดหรือไม่เข้าใจประการใด ท่านออกจากบ้านในตอนเช้า เดินลัดเลาะไปตามทุ่งนาเพื่อไปหาหลวงปู่มุมที่วัดปราสาทเยอเหนือ จวบเวลาถึงวัดกินข้าวหลังพระฉันเพลพอดี (บ้านปราสาทเยอเหนืออยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของบ้านโนนแกด ระยะทางประมาณ ๑๐ กิโลเมตร) ถือว่าเป็นลูกศิษย์ผู้สืบทอดวิทยาคมจากหลวงปู่มุมโดยแท้
อักขระเลขยันต์ที่ใช้เป็นอักขระตัวธรรมเหมือนหลวงพ่อมุม ท่านบอกว่าหลวงพ่อมุมให้ใช้ตัวธรรมเช่น เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรกปี ๒๕๑๙ ซึ่งหลวงปู่มุมเขียนให้นำมาจารึกในเหรียญรุ่นแรกของท่านอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ได้รับการถ่ายทอดจากวิชาจากหลวงปู่มุม นำมาส่งเคราะห์ญาติโยม
๗. หลวงพ่อสอน วัดบ้านเปือย ต.พหรมสวัสดิ์ อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ ชาวบ้านคล้อ ต.แพง อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ
หลวงพ่อสอน ตอนวัยหนุ่มไปมีครอบครัวที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ศึกษาวิชาอาคมสายอยุธยา พออายุมากขึ้นได้กลับมาบวชที่วัดสระกำแพงใหญ่ โดยหลวงปู่เครื่อง สุภทฺโท เป็นพระอุปัชฌาย์
เมื่อหลวงปู่เกลี้ยง เดินทางไปกราบหลวงพ่อมุมี่วัดปราสาทเยอเหนือ ตอนกลับจะแวะเข้าไปกราบหลวงพ่อสอนที่วัดบ้านเปือยอยู่เสมอ เพื่อขอศึกษาวิชาอาคม (วัดบ้านเปือยอยู่ทางทิศทางเหนือของปราสาทเยอเหนือ ห่างกันประมาณ ๒ กิโลเมตร ) หลวงพ่อสอนมรภาพที่วัดหลวงพ่อมุมเพียงไม่กี่วัน
๘. ท่านเจ้าคุณเกษตรศิลาจารย์ ลงอักขระตัวธรรมพระคาถา ๘ ดี๑๐ดี เป็นคาถาเดียวกันที่หลวงปู่เกลี้ยงเรียนมาจากพระครูจินดามหามุนี (เดช) ตอนก่อนไม่เป็นทหาร แสดงถึงท่านเจ้าคุณเกษตรศิลาจารย์เป็นลูกศิษย์สืบทอดสายวิชา ถ่ายทอดวิชานี้ให้หลวงปู่เกลี้ยงเช่นกัน
๙. พระอาจารย์บุญเรือง เขมโชโต เป็นพระธุดงค์กรรมฐาน ชอบจาริกแสวงหาสถานที่ปฏิบัติธรรมตามป่าเขา ได้ชักชวนหลวงปู่เกลี้ยงไปอยู่ปฏิบัติที่เขาพริก อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ในช่วง พ.ศ. ๒๕๑๙
๑๐. พ่อบุญธรรมของหลวงปู่เกลี้ยง อยู่ที่บ้านบก อ. กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ท่านผู้นี้เป็นพ่อของเพื่อนทหารที่เคยฝึกด้วยกันกับท่านที่จังหวัดอุบลราชธานี ได้ไปเยี่ยมลูกชายจึงได้รู้จักกับหลวงปู่พูดคุยถูกชะตาอัธยาศัยนับถือสืบทอดเป็นพ่อลูกกันมา เป็นผู้ที่มีวิชาอาคมพอตัว มีความเชี่ยวชาญด้านสมุนไพรละการักษาโรคทุกชนิด พอกลับจากราชการทหารแล้ว หลวงปู่เกลี้ยงได้ไปเรียนวิชากับท่านด้วย
๑๑. อาจารย์บาน บ้านหนองครก ต.หนองครก อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เป็นหมอธรรมใหญ่มีลูกศิษย์มากมาย นับเป็นอาจารย์ฆราวาสที่มีอาคมแกล้าคนหนึ่ง เมื่อตอนที่หลวงปู่เกลี้ยงไปเรียนพระคาถาจักราวุธ ฯกับพระครูจินดามหามุนี ได้แนะนำให้หลวงปู่ไปบวชธรรมและเรียนวิชา หลังจากนั้นหลวงปู่ยังได้ไปขอบวชธรรมและเรียนวิชากับหมอธรรมอีกหลายท่านด้วยเช่นกัน
๑๒. กำนันทองสุข นามทองใบ กำนันตำบลหมากเขียบ อ .เมือง จ.ศรีสะเกษ อยู่ที่บ้านยางกุด (บ้านยางกุดอยู่ทางทิศตะวันตกของบ้านก้านเหลือง ซึ้งเป็นบ้านเกิดของหลวงปู่ )
หลวงปู่เกลี้ยงได้เรียนพระคาถามหาจินดาใหญ่กับท่าน ซึ้งเป็นวิชาทางด้านเมตตามหานิยมและคงกระพันชาตรีอีกหลายวิชา เพราะกำนันท่านนี้เป็นผู้คงแก่เรียนมีครูบาอาจารย์มาก ส่วนใหญ่เป็นวิชาสืบทอดตำรับตำราโบราณ
บรรดาครูบาอาจารย์ที่ถ่ายทอดวิชาอาคมให้หลวงปู่เกลี้ยง ล้วนแต่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในภาคอีสาน แสดงถึงท่านได้ ” ครูดี ศิษย์ดัง ” ได้นำวิชาความรู้เหล่านั้นมาสงเคราะห์ญาติโยมพัฒนาคน เพิ่มบุญเพิ่มบารมี ด้วยหัวใจของนักปฏิบัตินักพัฒนา ได้พัฒนาวัดทุกรูปแบบ ช่วยเหลือวัด โรงเรียน อนามัย สร้างโบสถ์ วิหาร ศาลา กุฏิสงฆ์ สร้างถนนหนทาง แม้แต่ชาวบ้านยากจนเจ็บป่วย ช่วยสงเคราะห์รักษา เป็นผู้ควรแก่การยกย่องเชิดชูบูชาอย่างสูง
การศึกษาพิเศษ
การศึกษาพิเศษหลวงปู่เกลี้ยงมีความรู้อักษรขอม อักษรไทยเดิม อักษรธรรม ( ตัวขอมลาว ) และมีความสามารถสอนคนอื่นได้ มีความชำนาญในงานนวกรรม ( ก่อสร้าง ) เช่น ปูน ช่างไม้ และลวดลายทั้งความรู้ตัวยาสมุนไพร บำบัดรักษาโรคภัย ไข้เจ็บสงเคราะห์ช่วยเหลือชาวบ้าน ทำให้มีชื่อเสียงโด่งดัง เลื่องลื่อนามตามที่คนทั่วไปเรียก พ่อธรรมเกลี้ยง หรือพ่อใหญ่ธรรมเกลี้ยง

พระเครื่องที่เกี่ยวข้องในร้านค้านี้...

อื่นๆ...

กำหลังโหลด Comments
Top